การเมืองสหราชอาณาจักรเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญครับ นายแอนดี เบิร์นแฮม นายกรัฐมนตรี ส่งสัญญาณสนับสนุนแนวคิดให้ประเทศทำรัฐธรรมนูญลายลักษณ์อักษร และผลักดันให้มีการกระจายอำนาจจากรัฐบาลกลางสู่ภูมิภาคจริงจังข้อเสนอของนายกฯสำคัญครับ เพราะถ้าเปลี่ยนจริงก็จะเป็นการเปลี่ยนแปลงรากฐานของระบบการเมืองอังกฤษที่เคยเป็นมาหลายร้อยปีสหราชอาณาจักรเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่ไม่มี ‘รัฐธรรมนูญเป็นลายลักษณ์อักษรฉบับเดียว’ อังกฤษใช้ระบบ Uncodified Constitution หรือรัฐธรรมนูญที่ไม่ได้ประมวลรวบรวมไว้ในเอกสารฉบับเดียว ระบบนี้มาจาก 1.กฎหมายที่รัฐสภาตราขึ้น 2.คำพิพากษาของศาล 3.จารีตประเพณีทางรัฐธรรมนูญ และ 4.เอกสารประวัติศาสตร์ (เช่น Magna Carta ค.ศ.1215 และ Bill of Rights ค.ศ.1689)รัฐธรรมนูญอังกฤษไม่ได้เกิดจากการร่างครั้งเดียว หากค่อยๆวิวัฒนาการผ่าน 1.เหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ 2.การประนีประนอมทางการเมือง และ 3.ธรรมเนียมปฏิบัติที่สั่งสมต่อเนื่องยาวนาน (แต่ระบบนี้มีจุดแข็งคือความยืดหยุ่น)รัฐสภาสามารถแก้ไขกฎหมายที่มีสถานะเป็นรัฐธรรมนูญได้โดยผ่านกระบวนการนิติบัญญัติตามปกติ ไม่จำเป็นต้องใช้เสียงข้างมากพิเศษหรือจัดให้มีการลงประชามติทุกครั้ง อังกฤษจึงสามารถปรับตัวต่อความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยีได้เร็วกว่าหลายประเทศที่มีรัฐธรรมนูญซึ่งแก้ไขได้ยากการกระจายอำนาจไปยังสกอตแลนด์ เวลส์ และไอร์แลนด์เหนือในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 20 ทำผ่าน 1.กฎหมายของรัฐสภา 2.การลงประชามติและ 3.ข้อตกลงทางการเมือง ไม่ใช่การร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับอีกหลักการสำคัญคือ “อำนาจสูงสุดของรัฐสภา” หรือ Parliamen tary Sovereignty ที่หมายถึง รัฐสภาเป็นองค์กรนิติบัญญัติที่มีอำนาจสูงสุดในทางกฎหมาย ไม่มีศาลรัฐธรรมนูญที่จะไปเพิกถอนกฎหมายของรัฐสภาได้เหมือนไทย ผู้สนับสนุนมองว่า แนวคิดนี้ยังมีความชอบธรรมทางประชาธิปไตย เพราะรัฐบาลต้องรับผิดชอบต่อสภาสามัญ ซึ่งสมาชิกมาจากการเลือกตั้งของประชาชนการเมืองอังกฤษอาศัยวัฒนธรรมทางการเมืองมากกว่าตัวบทกฎหมาย นักการเมืองจำนวนมากยอมรับจารีต เช่น นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลต้องรักษาเสียงในสภาสามัญให้ได้ หากเสียงไม่พอ และไม่สามารถมีเสียงสนับสนุนใหม่ได้ ก็ต้อง 1.ลาออก หรือ 2.เปิดทางให้เลือกตั้งใหม่ระบบเดิมไม่ค่อยเวิร์กครับ นักวิชาการบางคนเห็นว่า แม้สิทธิและเสรีภาพจะได้รับการคุ้มครองจาก 1.กฎหมายหลายฉบับ 2.คอม มอนลอว์และ 3.พันธกรณีระหว่างประเทศ แต่สิทธิเหล่านั้นไม่ได้ถูกกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญสูงสุดที่แก้ไขได้ยาก หากรัฐบาลครองเสียงข้างมากเพียงพอ รัฐสภาก็อาจจะแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องได้การที่รัฐสภามีอำนาจสูงมาก ทำให้รัฐบาลที่ครองเสียงข้างมากสามารถผลักดันกฎหมายสำคัญได้เร็ว จนบางครั้งเกิดคำถามว่าระบบตรวจสอบและถ่วงดุลเข้มแข็งเพียงพอหรือเปล่ารัฐธรรมนูญอังกฤษเป็นระบบที่คนทั่วไปอย่างลุงจอห์น ป้าดอนนา น้องปีเตอร์ เข้าใจได้ยาก เพราะไปกระจายอยู่ใน 1.กฎหมายจำนวนมาก 2.คำพิพากษาของศาล 3.หลักคอมมอน ลอว์ และ 4.ธรรมเนียมทางการเมือง ใครที่จะเรียนรู้การเมืองอังกฤษจึงต้องมีพื้นความรู้ทางกฎหมายและประวัติศาสตร์การถอนตัวจากสหภาพยุโรปและความขัดแย้งทางรัฐธรรมนูญที่เกิดขึ้นในช่วง Brexit ทำให้คนสนใจเรื่องรัฐธรรมนูญเป็นลายลักษณ์อักษรมากขึ้น หลายฝ่ายเห็นว่าการพึ่งจารีตอย่างเดียวไม่พอ เมื่อประเทศมีความขัดแย้งทางการเมืองรุนแรง จึงควรต้องมีกติกาพื้นฐานที่เขียนไว้ชัดเจน เพื่อ 1.กำหนดขอบเขตอำนาจของสถาบันต่างๆ และ 2.รับรองสิทธิของประชาชนให้ดีกว่าเดิมคนจำนวนไม่น้อยสนใจแนวคิดของนายกฯเบิร์นแฮม ตอนนี้ สังคมอังกฤษก็คุยกันเรื่องว่า การทำรัฐธรรมนูญให้เป็นลายลักษณ์อักษรดีหรือเปล่าคำถามสำคัญไม่ใช่ว่าดีหรือเปล่า ในโลกที่ 1.ความขัดแย้งทางการเมืองแรงขึ้น 2.สังคมแบ่งขั้วมากขึ้น และ 3.คนเรียกร้องความชัดเจนของกติกามากขึ้น หากอังกฤษยังขลุกอยู่กับจารีต ความไว้วางใจและวัฒนธรรมทางการเมือง ประชาชนจะยังแฮปปี้มีความสุขเหมือนเดิมหรือไม่ต่อไปในอนาคต สหราชอาณาจักรมีรัฐธรรมนูญลายลักษณ์อักษรจริง ก็จะไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนรูปแบบของเอกสารกฎหมาย แต่จะเป็นการปฏิรูประบบการเมืองครั้งใหญ่ที่สุด นับตั้งแต่ประเทศนี้ค่อยๆสร้างระบอบรัฐสภาสมัยใหม่ขึ้นเมื่อหลายศตวรรษก่อน.นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยsonglok1997@gmail.comคลิกอ่านคอลัมน์ “เปิดฟ้าส่องโลก” เพิ่มเติม