แล้วเราก็มาถึงอาทิตย์สุดท้ายของเดือน ๗ เข้าไปแล้วหรือนี่ งั้นขอเปิดสนามที่ พระสมเด็จบางขุนพรหม พิมพ์สังฆาฏิ กรุเก่าวัดใหม่อมตรส กรุงเทพฯ องค์งาม ของ เสี่ยก้อง ท่าพระจันทร์ พระสมเด็จบางขุนพรหม พิมพ์สังฆาฏิ (กรุเก่า) วัดใหม่ อมตรส ของก้อง ท่าพระจันทร์.เป็นพระที่ไม่ต้องบรรยายให้มาก ดูปั๊บก็เห็นสภาพสมบูรณ์ แบบแท้ดูง่าย ผิวเนื้อมีคราบกรุบางเบา ไม่มีฟองเต้าหู้เม็ดกรวดทราย เนื้อหยาบมากมวลสาร แบบ “พระกรุเก่า” ที่ปัจจุบันหาพระสภาพนี้ยากมากองค์ที่สองเป็นพระกรุเนื้อดิน ทรงสามเหลี่ยม พระนางพญา พิมพ์สังฆาฏิ กรุวัดนางพญา พิษณุโลก ของ เสี่ยพรรค คูวิบูลย์ศิลป์ พระนางพญา พิมพ์สังฆาฏิ วัดนาง พญา ของพรรค คูวิบูลย์ศิลป์.ด้านหน้าเป็นองค์พระนั่งปางมารวิชัย พุทธศิลป์สมัยอยุธยา ด้านหลังเรียบ บางองค์มีลายนิ้วมือประปราย พิมพ์พระและขนาดแยกเป็นหมวด ๑.พิมพ์ใหญ่ เข่าโค้ง-เข่าตรง-อกนูน ๒.พิมพ์กลาง สังฆาฏิ ๓.พิมพ์เล็ก เทวดา-อกนูนเล็ก และพิมพ์พิเศษ ที่มีขนาดใหญ่ รายละเอียดแตกต่างไม่เข้าพวก พบน้อยเป็นพระที่เชื่อถือในอานุภาพ ประสบการณ์คุ้มครองป้องกันภัย แคล้วคลาด คงกระพัน เมตตา ค้าขาย ฯลฯ ในอดีต นักนิยมฯส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย จึงแสวงหาพระพิมพ์ใหญ่กันมากมาสมัยนี้ ที่ผู้หญิงนิยมสะสมพระ แต่พระพิมพ์ใหญ่หายาก และแพง ความนิยมพระพิมพ์รองจึงมีมากขึ้น โดยเฉพาะองค์งามๆ “หูตากะพริบ” สภาพสมบูรณ์ผิวเนื้อ คราบกรุเดิมๆอย่างองค์นี้ การันตีซื้อ-ขายได้อย่างมั่นใจองค์ต่อไปเป็น รูปหล่อโบราณ พิมพ์ขี้ตาหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน พิจิตร รูปเหมือนพระเกจิฯยอดนิยมอันดับ ๑ จัดสร้างเป็นรุ่นแรก โดยให้ชาวบ้านนำโลหะไปร่วมหล่อ ได้เป็นเนื้อโลหะผสม สร้างด้วยวิธีขึ้นรูป ถอดพิมพ์ (ประกบ) เทหล่อโบราณ ด้วยฝีมือช่างชาวบ้าน โดย หลวงพ่อเงิน เป็นประธาน ณ ลานพิธีวัดบางคลาน รูปหล่อโบราณ พิมพ์ขี้ตา หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน ของเสรัช สุวรรณทัต.ได้องค์พระตามแบบพิมพ์ ๓ ชาย ๔ ชาย ๕ ชาย แต่องค์พระดูบอบบางไปต่างจากองค์หลวงพ่อ และได้จำนวนไม่พอ จึงมอบหมายให้โรงหล่อในกรุงเทพฯ แก้ไขแบบพิมพ์ เทหล่อด้วยวิธีขึ้นหุ่น เข้าช่อ เทหล่อเป็น “พิมพ์นิยม”—องค์นี้ของ เสี่ยเสรัช สุวรรณทัตเป็น พระพิมพ์ขี้ตา ๓ ชาย สวยสมบูรณ์ เดิมๆแบบนี้ต้องหลักล้านอีกรายการเป็น พระพุทธชินราช เสาร์ ๕ ท่านเจ้าคุณศรีสัจจญาณมุนี (สนธิ์ ยติธโร) วัดสุทัศน์ กรุงเทพฯ ซึ่ง พุทธสมาคมฯ จัดสร้างแจกทหารไทยที่ไปสงครามอินโดจีน พระพุทธชินราช เสาร์ ๕ ท่านเจ้าคุณศรีฯ (สนธิ์) วัดสุทัศน์ ของ อิทธิ ชวลิตธำรง.องค์นี้เป็นพิมพ์พิเศษ มี อกเลา ที่ฐานด้านหน้า ประกอบพิธีเททองหล่อในวันเสาร์ ขึ้น ๕ ค่ำ เดือน ๓ (๑ กุมภาพันธ์) พ.ศ.๒๔๘๕ ณ ลานพิธีวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ พิษณุโลกแล้วนำกลับมาประกอบพิธีพุทธาภิเษก ณ พระอุโบสถ วัดสุทัศน์ วันที่ ๒๑ มีนาคม พ.ศ.๒๔๘๕ โดยมีท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระสังฆราช (แพ) เป็นองค์ประธาน และ ท่านเจ้าคุณศรีฯ (สนธิ์) เป็นเจ้าพิธีองค์นี้สร้างพิเศษ เป็นหนึ่งในบรรดา ๕๐ องค์ ที่ สมเด็จฯ นำบรรจุกริ่งเป็นส่วนพระองค์ มอบศิษย์ชั้นผู้ใหญ่ จึงหายากมากๆ ยิ่งเป็นองค์งามๆ แต่งโดยช่างชั้นครู เนื้อนวโลหะกลับดำ มัน มีแสงเงาจากเนื้อในแบบนี้ ถูกใจ เสี่ยอิทธิ ชวลิตธำรง พระจึงย้ายกุฏิเรียบร้อยอีกองค์เป็น รูปเหมือน หลวงปู่ทวด รุ่นเลขใต้ฐาน (เบตง)เนื้อนวโลหะ พ.ศ. ๒๕๐๕ วัดช้างให้ปัตตานี รูปเหมือนรุ่นนิยมเบอร์ต้น จัดสร้างโดย ท่านสวัสดิ์ โชติพานิช อดีตประธานศาลฎีกา ตอนเป็นหัวหน้าศาลที่ อ.เบตง เพื่อหารายได้สร้างศาลาประดิษฐานรูปจำลององค์หลวงปู่ทวด ณ วัดพุทธาธิวาส อ.เบตง รูปเหมือนหลวงปู่ทวด รุ่นเลขใต้ฐาน (เบตง) พ.ศ.๒๕๐๕ วัดช้างให้ ของอมฤทธิ์ ไกรนรา.เป็นรูปเหมือน นั่งสมาธิบนฐานเรียบ (เขียง) สี่เหลี่ยม เนื้อโลหะผสม (นวะ) เทหล่อแบบพิมพ์ประกบโบราณ ใต้ฐานตอกเลขอารบิก 1-999 ตามจำนวนสร้าง ปลุกเสก ณ พระอุโบสถ วัดช้างให้ พ.ศ.๒๕๐๕ พร้อม พระ รูปเหมือน หลังเตารีด โดย พระอาจารย์ทิม เป็นเจ้าพิธี--ปัจจุบันองค์สวยแชมป์ สภาพเดิมๆ อย่างองค์นี้ เสี่ยอมฤทธิ์ ไกรนรา บอกว่าหลักล้าน ไม่มีลดสุดท้ายเป็นเครื่องรางขลังหายาก ตะกรุดหน้าผากเสือ หลวงพ่อทบ วัดชนแดน อ.ชนแดน เพชรบูรณ์ สร้างจาก หนังหน้าผากเสือ ซึ่งศิษย์ที่หาได้จะนำมาให้หลวงพ่อลงอักขระ พระคาถาพอสร้าง เสกสำเร็จแล้ว จึงนำไปให้ช่างประจำตัวหลวงพ่อ ถักเชือกเป็นลายมาตรฐาน ลงรัก ตากจนแห้งสนิทแล้วใช้บูชา--ดอกนี้ก็ของ เสี่ยเพชร อิทธิ ได้มาในสภาพสมบูรณ์สุดๆ พร้อมประวัติที่ชัดเจน ว่าทำจาก หนังหน้าผากเสือ ไม่ใช่หนังส่วนอื่นของเสือ ตะกรุดหน้าผากเสือถักเชือกลงรัก หลวงพ่อทบ วัดชนแดน ของเพชร อิทธิ.ตะกรุดหนังหน้าผากเสือ เป็นหนึ่งในสุดยอดเครื่องราง เพราะ เสือ เป็นสัตว์ เจ้าป่า คำรามทีสัตว์น้อยใหญ่ครั่นคร้าม โบราณาจารย์จึงนำอำนาจตบะเดชะของเสือมาสร้างเครื่องราง ด้านมหาอำนาจ แคล้วคลาด คงกระพันชาตรี เป็นที่เกรงขามโดยต้องใช้หนังส่วนหน้าผากของเสือ เพราะเชื่อว่าเป็นจุดรวมพลังของเสือตอนยังมีชีวิตอยู่--แต่ของแท้หายากมาก เพราะเสือ ๑ ตัว มีหนังหน้าผาก ๑ ชิ้น มีขนาดพอทำ ตะกรุดโทน ได้เพียงดอกสองดอก จึงมีของไม่แท้ที่เอาหนังส่วนอื่นของเสือมาทำพอมีคนคุยสนุกๆว่า หนังหน้าผากเมีย ที่ตอนมีชีวิตและดุยังกับเสือ น่าจะขลังพอๆกับเสือ ก็นึกถึง กะโหลกหน้าผากนางนาก (พระโขนง) ที่หลวงพ่อเจาะเอากะโหลกตรงหน้าผากผีนางนาก มาทำเครื่องราง ปั้นเหน่ง ซึ่งเชื่อว่ามีจริง แต่ไม่รู้ใครครอบครองลากันด้วยเรื่องปิดท้ายในบ้าน เสี่ยสันติ พ่อค้าอะไหล่รถยนต์ ซึ่งชอบส่งพระประกวด ซึ่งกำลังคุยกับสมาชิกครอบครัว เล่าให้ลูกเมียรู้ถึงคุณค่า ราคา และอานุภาพพระองค์สำคัญ ที่ส่งประกวดและได้รางวัลอย่าง พระนางพญา ก็เป็น ๑ ในพระชุดเบญจภาคี ส่วน พระทุ่งเศรษฐี มีพุทธคุณด้านโชคลาภ และพระกรุ พระเก่า มีพุทธคุณ คุ้มครองป้องกันภัย เล่าแล้ว ก็ให้ทุกคนเลือกจองเป็นเจ้าของไว้ก่อนโดยภรรเมียจองพระนางพญา จะได้มีอำนาจเป็นใหญ่ตามชื่อ ลูกชายเลือกพระกรุ เพื่อคุ้มครอง เหลือแต่ลูกสาว ที่ยังนั่งมองเงียบๆเสี่ยสันติ จึงถามว่า ลูกจะเลือกองค์ไหน จะได้บอกว่าดียังไง ลูกสาวพยักหน้า ตอบว่า หนูขอเลือกองค์ที่แพงสุด เพื่อเอาไว้ขาย--โดยให้เหตุผลว่า ถ้ามีเงินก็จ้างคนคุ้มครองความปลอดภัยได้ เหมือนกับมีพระคุ้มครอง เจ้าค่ะ อามิตตพุทธ.สีกาอ่างคลิกอ่านคอลัมน์ "สนามพระ" เพิ่มเติม