ด้ามขวานสะเทือน โจรใต้ตบ หน้าหน่วยงานความมั่นคงอีก ฉาด ยัดระเบิด แสวงเครื่อง 2 ลูก น้ำหนัก 70 กก. ใส่ถังแก๊สซุกรถเก๋ง ขับหลบด่านตรวจมาถึงหน้า สภ.ตันหยง เมืองนราธิวาส ปล่อยให้รถไหลเข้าที่จอดอาคารโรงพักหลังเก่า โชเฟอร์ ออกจากรถกระโดดขึ้นซ้อนท้าย จยย.พรรคพวกเผ่นหนี แค่เสี้ยววินาทีบึมสนั่นไฟลุกท่วมทั้งคัน รถยนต์ตำรวจ ที่จอดใกล้ๆพังพินาศไปด้วย จ.ยะลา คนร้ายลอบยิง อาสาสมัครทหารพราน ขณะเดินออกกำลังกายหน้าบ้าน ภรรยา กระสุนพุ่งเจาะแขนบาดเจ็บ ไม่ฟันธงเป็นความ ขัดแย้งส่วนตัว หรือแนวร่วมสร้างสถานการณ์ โจรใต้ “คาร์บอมบ์” ถล่มโรงพักเก่าตันหยง เย้ยความไร้น้ำยาของหน่วยงานความมั่นคง ผู้สื่อข่าวรายงานช่วงเช้าวันที่ 22 ก.ค. ที่หน้า สภ.ตันหยง (หลังเก่า) หมู่ 4 ต.กะลุวอเหนือ อ.เมืองนราธิวาส เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ภ.จ.นราธิวาส พร้อมชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด (EOD) นปพ.ภ.จ.นราธิวาส ลงพื้นที่รวบรวมพยานหลักฐานต่างๆอย่างละเอียด โดยเฉพาะการเก็บพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ กรณีเมื่อเวลา 19.20 น. คืนวันที่ 21 ก.ค. พ.ต.อ.จารุกิตต์ ศรีเดช ผกก.สภ.ตันหยง จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดคาร์บอมบ์ บริเวณหน้า สภ.ตันหยง (หลังเก่า) ตั้งอยู่ปากทางเข้าพระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ หมู่ 4 ต.กะลุวอเหนือ อ.เมืองนราธิวาส หลังทราบเหตุสั่งระดมกำลังตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครองรุดไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุพบเพลิงลุกไหม้รถเก๋งไม่ทราบรุ่นและหมายเลขทะเบียนวอดทั้งคัน สภาพหน้ารถหันเข้าตัวอาคารโรงพัก ประสานหน่วยบรรเทาสาธารณภัย อบต.กะลุวอเหนือ นำรถดับเพลิงมาฉีดน้ำดับไฟจนควบคุมเพลิงไว้ได้ แต่แรงระเบิดทำให้กำแพงรั้วโรงพักฝั่งติดถนนพังทั้งแถบ กระจกอาคารแตกทั้งหลัง เศษชิ้นส่วนระเบิดแสวงเครื่องและซากรถเก๋งกระจายเกลื่อนถนน นอกจากนี้ยังมีรถกระบะโตโยต้า 4 ประตู สีดำ ทะเบียน กษ 1822 นครศรีธรรมราช ของตำรวจนายหนึ่งที่จอดไว้หน้าอาคารด้านซ้ายมือห่างจุดคาร์บอมบ์ 10-15 เมตร ถูกเพลิงไหม้วอดทั้งคัน ผลการตรวจสอบรถเก๋งที่คนร้ายใช้ทำคาร์บอมบ์เป็นรถเก๋งยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นแลนด์เซอร์ ทะเบียนจริงคือ พค 4927 กรุงเทพมหานคร แต่คนร้ายได้นำทะเบียนปลอมมาติดอำพราง ผู้ครอบครองเดิมมีภูมิลำเนาอยู่ใน อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ขายรถคันนี้และโอนลอยให้เจ้าของใหม่นำมาใช้ในพื้นที่ จ.นราธิวาส ระยะหนึ่งแล้ว หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่นำกำลังเข้าตรวจสอบบ้านภรรยาของผู้ครอบครองรถคนใหม่ในพื้นที่ ต.บางปอ อ.เมืองนราธิวาส แต่ไม่พบตัวบุคคลดังกล่าว อยู่ระหว่างขยายผลไปตรวจสอบบ้านของผู้ครอบครองรถคนล่าสุดในพื้นที่ อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาสสอบสวนพยานผู้เห็นเหตุการณ์และตรวจสอบกล้องวงจรปิดทุกจุดบนถนนที่มุ่งหน้าไป สภ.ตันหยงหลังเก่า พบว่าคนร้ายที่ร่วมก่อเหตุมี 2 คน คนแรกขับรถเก๋งคาร์บอมบ์ และอีก 1 คนขี่รถ จยย.ตามหลังมาจากถนนแยกวงเวียน อบต.กะลุวอเหนือ เมื่อถึงบริเวณสามแยกได้ชะลอความเร็วรถเก๋งคาร์บอมบ์ เพื่อบังคับรถให้เลี้ยวขวา ก่อนปล่อยให้รถไหลเข้าไปยังหน้าอาคารโรงพักหลังเก่า เมื่อรถใกล้ถึงเป้าหมาย คนร้ายได้เปิดประตูรถกระโดดลงมา แล้ววิ่งไปซ้อนท้ายรถ จยย.ที่คนร้ายอีกคนขี่ตามหลังมารับ ก่อนเกิดระเบิดขึ้นในเสี้ยววินาทีที่คนร้ายเร่งเครื่องรถ จยย.หลบหนี มุ่งหน้าเส้นทางข้าง สภ.ตันหยง ผ่านมัสยิด ไปยังพื้นที่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาสจากการตรวจสอบหลักฐานในที่เกิดเหตุพบว่า คนร้ายประกอบระเบิดแสวงเครื่องนำมาซุกซ่อนในรถเก๋งคาร์บอมบ์ถึง 2 ลูก ระเบิดลูกแรกน้ำหนัก 20 กก. ใส่ไว้ในถังแก๊สปิกนิก ส่วนอีก 1 ลูก น้ำหนัก 50 กก. ใส่ไว้ในถังแก๊สหุงต้ม ต่อพ่วงวงจรจุดระเบิดทั้ง 2 ลูก มีน้ำหนัก 70 กก. ด้วยรีโมตคอนโทรล เพื่อบังคับการจุดระเบิดระยะไกลได้อย่างแม่นยำ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังส่งผลให้ จ.ส.ต.อภิสิทธิ์ อนุชาติ ผบ.หมู่ ป. สภ.ตันหยง เจ้าของรถกระบะคันที่ถูกลูกหลงสะเก็ดระเบิดจนไฟไหม้รถ ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจากสะเก็ดระเบิดไปด้วย เนื่องจากขณะเกิดเหตุ จ.ส.ต.อภิสิทธิ์ปฏิบัติหน้าที่เข้าเวรยามอยู่ในป้อม รปภ.หน้าโรงพัก ภายหลังเกิดเหตุรุนแรงขึ้นในสถานที่ราชการที่ตั้งอยู่หน้าพระตำหนักทักษิณราชนิเวชน์ สถานที่สำคัญของชาติกลางเมืองนราธิวาสครั้งล่าสุดนี้ ส่งผลให้ชาวบ้านวิพากษ์วิจารณ์ถึงการทำงานด้านการข่าวของหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ เนื่องจากที่ผ่านมา คนร้ายก่อเหตุลักษณะนี้ในพื้นที่ จ.นราธิวาส มาแล้วถึง 3 ครั้ง ครั้งแรกวันที่ 29 ก.ย.67 ที่บริเวณหัวถนนปากซอยหน้าบ้านพักนายอำเภอตากใบ จ.นราธิวาส ครั้งต่อมาวันที่ 8 มี.ค.68 บริเวณที่ทำการอำเภอสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส และครั้งที่ 3 วันที่ 20ส.ค.68 ที่หน้าฐานปฏิบัติการชุดคุ้มครองตำบล (ชคต.) ศาลาใหม่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส สร้างความเสียหายต่อสถานที่ราชการ และสร้างความหวาดกลัวให้ประชาชน สำหรับคนร้ายกลุ่มนี้คาดเป็นกลุ่มระดับปฏิบัติการ และเกี่ยวโยงกับเหตุระเบิดทั้ง 3 ครั้งที่ผ่านมาในพื้นที่ จ.นราธิวาสต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุอีกครั้งในช่วงสาย พบว่าจุดเกิดเหตุถูกเก็บกวาดเคลียร์พื้นที่โดยรอบ พร้อมเคลื่อนย้ายเศษซากชิ้นส่วนต่างๆจนหมดเกลี้ยง รวมไปถึงใช้สแลนกันแดดสีดำคลุมปกปิดสิ่งอุจาดตา มีช่างก่อสร้างเร่งซ่อมแซมรั้วกำแพง สภ.ตันหยง ที่เสียหายจากอานุภาพระเบิดให้คืนสู่สภาพปกติโดยเร็ว สอบถามผู้ปฏิบัติงานได้ข้อมูลว่า ผู้บังคับบัญชาระดับสูงสั่งให้เคลียร์พื้นที่กลับสู่สภาพเดิมให้เร็วที่สุด เนื่องจากโรงพักตั้งอยู่หน้าปากทางเข้าพระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ หากปล่อยให้มีภาพไม่สมควรหลุดเผยแพร่ออกไป อาจสะเทือนไปถึงเก้าอี้ผู้บังคับบัญชาระดับสูงของหลายหน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่ สำหรับ สภ.ตันหยง หรือ สภ.เขาตันหยง (หลังเก่า) ที่ตั้งอยู่ปากทางเข้าพระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ อยู่ห่างจาก สภ.ตันหยง (หลังใหม่) ราว 1.5 กิโลเมตร บนเส้นทางสาย 42 (นราธิวาส-ตากใบ) ปัจจุบันอาคาร สภ.ตันหยง (หลังเก่า) ใช้เป็นจุดตรวจและที่ตั้งหน่วยบริการประชาชนน.ส.ภูริชญา สะนิ ชาวบ้าน หมู่ 4 บ้านเขาตันหยง ต.กะลุวอเหนือ อ.เมืองนราธิวาส เล่าว่า เมื่อคืนในบ้านอยู่กันหลายคนมีเด็กเล็กๆด้วย พอได้ยินเสียงระเบิดเสียงดังมากบ้านสั่นสะเทือนทั้งหลัง เพราะระยะทางห่างโรงพักแค่ 50 เมตร เด็กๆพากันร้องไห้วิ่งหนีมารวมกันอยู่อย่างน่าสงสาร ที่นี่ไม่เคยเกิดเหตุรุนแรงแบบนี้มาก่อนเนื่องจากอยู่ใกล้พระตำหนัก จะผ่านเข้าออกพื้นที่ต้องผ่านด่านตรวจเข้มงวด ทำให้มั่นใจในความปลอดภัย เมื่อเกิดเหตุขึ้นรู้สึกย่ำแย่ ชาวบ้านทำมาหากินลำบากขึ้นไปอีก ทุกคนต่างหวาดกลัวกันหมดวันเดียวกัน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 00.10 น. ชุดปฏิบัติการข่าว กก.ภ.จ.นราธิวาส 93 ร่วมกับชุดปฏิบัติการพิเศษ กก.ภ.จ.นราธิวาส 93 กก.สส.ภ.จ.นราธิวาส และหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน กองทัพเรือ สนธิกำลังใช้กฎอัยการศึกเข้าค้นบ้านหลังหนึ่งในพื้นที่หมู่ 8 ต.บางปอ อ.เมืองนราธิวาส คุมตัวนายอาลียะห์ (สงวนนามสกุล) อายุ 37 ปี เข้าสู่กระบวนการซักถาม เพื่อรวบรวมข้อมูลและขยายผลการสืบสวนเหตุผู้ก่อเหตุรุนแรงใช้รถยนต์บรรทุกระเบิดแสวงเครื่องก่อเหตุบริเวณหน้า สภ.ตันหยง (หลังเก่า) ส่งตัวเข้าสู่ศูนย์ซักถาม หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน กองทัพเรือ (ค่ายจุฬาภรณ์) ต.โคกเคียน อ.เมืองนราธิวาสจ.ยะลา ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 21 ก.ค. เวลา 19.00 น. พ.ต.อ.ฉัตรชัย ศักดิ์ดี ผกก.สภ.เมืองยะลา รับแจ้งมีผู้ถูกยิงบาดเจ็บ 1 ราย ในพื้นที่หมู่ 1 บ้านเปาะเส้ง ต.เปาะเส้ง อ.เมืองยะลา ชาวบ้านนำตัวส่งห้องฉุกเฉิน รพ.ศูนย์ยะลา ผู้ถูกยิงชื่อ อส.ทพ.เรืองวิทย์ ชูแก้ว สังกัดกรมทหารพรานที่ 44 อ.สายบุรี จ.ปัตตานี ถูกยิงด้วยปืนไม่ทราบชนิดเข้าที่แขนขวา 1 นัด แพทย์-พยาบาลดูแลรักษาอาการจนพ้นขีดอันตรายแล้วจากการสอบสวนทราบว่า อส.ทพ.เรืองวิทย์ อยู่ระหว่างลาพักราชการ และเดินทางมาอาศัยอยู่บ้านภรรยาในพื้นที่ ต.เปาะเส้ง ระหว่างเดินออกกำลังกายหน้าบ้านมีคนร้ายใช้ปืนยิงใส่ 1 นัด กระสุนพุ่งเจาะแขนขวา จากนั้นคนร้ายวิ่งหลบหนีไป หลังเกิดเหตุตำรวจได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุเก็บรวบรวมพยานหลักฐาน ตรวจสอบกล้องวงจรปิด และสอบปากคำพยานแวดล้อมอย่างละเอียด เพื่อเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี พร้อมสืบสวนหาสาเหตุว่าเป็นความขัดแย้งส่วนตัว หรือเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้หรือไม่อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่