“นายกฯหนู” ยกความปลอดภัยในสถาน บริการเป็นวาระแห่งชาติ สั่งทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบอาคารและสถานบริการทั่วประเทศให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน ให้ความสำคัญระบบป้องกันอัคคีภัย ทางหนีไฟ และการปฏิบัติตามกฎหมาย หากตรวจพบไม่เป็นไปตามมาตรฐาน หรือฝ่าฝืนกฎหมาย สั่งระงับ หรือปิดบริการทันที ตำรวจแบ่งพยาน เป็น 6 กลุ่ม ตั้งแต่เจ้าของร้าน พนักงาน นักดนตรี ลูกค้า ผู้บาดเจ็บ-เสียชีวิต แพทย์นิติเวช และเจ้าหน้าที่ พฐ. สอบปากคำแล้ว 34 ปาก จากประมาณ 70 ปาก เจาะลึก 2 ประเด็น คือ สาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ และสาเหตุการเสียชีวิต จ่อฟัน 3 ข้อหาหนัก เจ้าของและหุ้นส่วน ผบก.พฐก.นำทีมตรวจร้านเกิดเหตุครั้งที่ 3 เร่งกู้ภาพจากกล้องวงจรปิดส่งให้พนักงานสอบสวน เจ้าของร้านส่งทนายลงประจำวัน ควักกระเป๋าเยียวยา คนตายศพละหมื่น ส่วนคนเจ็บอยู่ระหว่างพิจารณา ประกันสังคมอึ้ง ตรวจสอบพบเจ้าของร้านโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ทำประกันสังคมแค่คนเดียว พนักงานอื่นเป็นแค่ลูกจ้างรายวันไม่มีสวัสดิการ ใช้มาตรการเด็ดขาดใช้ข้อกฎหมายบังคับให้ทำประกันสังคมให้พนักงานทุกคนย้อนหลัง “ชัชชาติ” เปรย ปรับโซนนิง สถานบริการเขตกรุงเทพฯใหม่ เพราะเดิมมีแค่ 3 โซน คือ อาร์ซีเอ รัชดาภิเษก และสีลม อาจให้คล่องตัวขึ้น สามารถปรับเปลี่ยนตามสภาพสังคมได้ทุกปี ยอดตาย ล่าสุด 31 ศพ บาดเจ็บ 74 คนกรณีโศกนาฏกรรมเพลิงไหม้สถานบันเทิงโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ช่วงกลางดึกวันที่ 12 ก.ค.ต่อคืน 13 ก.ค. ทำให้มีผู้เสียชีวิต 28 คน บาดเจ็บ 71 คน เจ้าหน้าที่ต้องกระจายส่งรักษาตัวตามโรงพยาบาลต่างๆทั่วกรุงเทพมหานคร เบื้องต้นพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) เร่งตรวจสอบที่เกิดเหตุ เพื่อหาสาเหตุเกิดเพลิงไหม้ที่คร่าชีวิตนักเที่ยวเป็นจำนวนมากหนุ่มเผยปฏิเสธเพื่อนจนรอดความคืบหน้าเวลา 08.00 น. วันที่ 14 ก.ค. บริเวณหน้าร้านโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว มีประชาชนเดินทางมาร่วมวางดอกไม้ไว้อาลัยผู้เสียชีวิตต่อเนื่อง ท่ามกลางบรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า หนึ่งในนั้นคือ นายภาคิน สมปัญญา อายุ 25 ปี มาพร้อมช่อดอกไม้ไว้อาลัยเพื่อนสนิท 2 คน ที่มาเที่ยวในคืนเกิดเหตุ นายภาคินเผยว่า พวกตนมักจะมาเที่ยวที่นี่ประจำ วันเกิดเหตุเพื่อนทั้ง 2 คน ชวนมาแต่โชคดีที่ตนปฏิเสธ เนื่องจากติดงาน ทำให้รอดชีวิตมาได้ หลังเกิดเหตุพยายามโทร.หาเพื่อนทั้งคู่ แต่ไม่สามารถติดต่อได้ ประกอบกับตนทราบเพียงชื่อเล่นไม่รู้ชื่อจริง ทำได้เพียงเดินทางมาวางดอกไม้แสดงความอาลัย เพราะส่วนตัวเชื่อว่าเพื่อนทั้ง 2 คนน่าจะไม่รอดแม่วางดอกไม้ก่อนรับศพลูกต่อมามารดาของ น.ส.น้ำทิพย์ ทับสุข หนึ่งในผู้เสียชีวิต นำพวงมาลัยมาวางหน้าร้าน เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า ทราบข่าวเวลาประมาณ 01.00 น. วันที่ 13 ก.ค. หลังพี่สาวเพื่อนลูกที่เป็นอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูแจ้งว่า ลูกสาวโทรศัพท์ชวนมาเที่ยวที่ร้านนี้ จึงมั่นใจว่าลูกสาวอยู่ภายในร้านช่วงเกิดเหตุ หลังจากนี้จะเดินทางไปรับศพที่สถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ ก่อนนำร่างกลับไปบำเพ็ญกุศลที่ จ.นครนายก หลังมีรายชื่อลูกสาวปรากฏอยู่ในกลุ่มผู้เสียชีวิตรอง ผบช.น.เรียกประชุมคดีที่ สน.พหลโยธิน เวลา 08.40 น. พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รอง ผบช.น. เดินทางมาประชุมติดตามความคืบหน้าคดี ประกอบด้วย พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผบก.น.2 พ.ต.อ.มารุต สุดหนองบัว ผกก.สน.พหลโยธิน พ.ต.อ.อธิบดี เสริมสุข ผกก.สส.บก.น.2 คณะพนักงานสอบสวน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีรายงานว่าสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องไปแล้ว 17 ปาก วันนี้เชิญพี่สาวนายสุวิชา ไศลบาท อายุ 45 ปี ชาวยโสธร เจ้าของร้านที่บาดเจ็บสาหัสรักษาตัวอยู่ห้องไอซียู รพ.เปาโล เกษตร เข้ามาให้ปากคำพนักงานถูกแรงระเบิดสาหัสเวลาเดียวกัน น.ส.ประภารักษ์ เหี้ยหา อายุ 31 ปี แฟนนายภานุวัฒน์ ทิพย์มณี อายุ 32 ปี ซาวด์เอ็นจิเนียร์ประจำร้านโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว เดินทางมาติดต่อขอรับทรัพย์สินและรถยนต์ของแฟนที่จอดไว้หลังร้าน เบื้องต้นรถไม่ได้รับความเสียหาย แต่ยังหากุญแจไม่พบ น.ส.ประภารักษ์เผยว่า แฟนทำงานที่ร้านมาประมาณ 3 ปีแบบไม่มีวันหยุด เป็นลูกจ้างรายวัน รับค่าจ้างจากแคชเชียร์หลังเลิกงาน ไม่มีสวัสดิการหรือประกันสังคม ใช้สิทธิบัตรทอง แฟนได้รับบาดเจ็บสาหัส แพทย์ระบุว่า มีแผลไฟไหม้ประมาณร้อยละ 60 สูดควันเข้าไปจำนวนมากจนเกิดภาวะไตวาย ที่ท้องมีแผลใหญ่ไม่รู้ว่าจากแรงระเบิดหรือไม่ เนื่องจากกระเด็นออกมาข้างนอกแฟนสาววอน รพ.รับรักษาต่อน.ส.ประภารักษ์ ระบุว่า ขณะนี้แฟนรักษาตัวตามสิทธิผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤติ (UCEP) รับแจ้งว่า เมื่อครบ 72 ชม. หรือวันพรุ่งนี้อาจต้องย้ายไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลตามสิทธิ์บัตรทองใน จ.ลพบุรี แต่ครอบครัวไม่สะดวกเดินทางและกังวลมาก เนื่องจากยังอยู่ในภาวะวิกฤติ เตรียมเข้าหารือกับโรงพยาบาลเพื่อขอเปลี่ยนสิทธิการรักษาจาก จ.ลพบุรี มาที่กรุงเทพฯ ขอให้แพทย์พิจารณารักษาต่อที่โรงพยาบาลเดิมจนกว่าจะพ้นระยะอันตราย นอกจากนี้ยังไม่ทราบว่าจะมีค่าใช้จ่ายการรักษาเพิ่มเติมหรือไม่ หากไม่สามารถรักษาต่อภายใต้สิทธิเดิมได้ ยอมรับว่าครอบครัวมีข้อจำกัดด้านค่าใช้จ่าย และไม่มีกำลังรับภาระค่ารักษาพยาบาลจำนวนมาก ตั้งแต่เกิดเหตุยังไม่เคยมีตัวแทนร้านติดต่อมาสอบถามอาการ หรือพูดคุยเรื่องความช่วยเหลือ ทั้งที่ครอบครัว พยายามติดต่อผ่านช่องทางต่างๆแล้วเจ้าของร้านมีประกันสังคมคนเดียวด้านตัวแทนจากสำนักงานประกันสังคม เดินทางมาร่วมประชุมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อติดตามและสำรวจกลุ่มผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตว่า มีบุคคลใดมีสวัสดิการหรือสิทธิ์ประกันสังคมบ้าง จากการตรวจสอบปรากฏรายชื่อผู้มีสวัสดิการประกันสังคมมาตรา 33 มาตรา 39 และมาตรา 40 ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มลูกค้าและเจ้าของร้าน แต่ในส่วนพนักงานและลูกจ้างไม่พบผู้ใดมีสิทธิ์เลย อย่างไรก็ตามสำนักงานประกันสังคมให้ความคุ้มครองดูแลตามพระราชบัญญัติประกันสังคมโดยจะตรวจสอบข้อเท็จจริงว่า ร้านนี้ประกอบกิจการและจ้างงานตั้งแต่เมื่อไหร่ ก่อนบังคับใช้กฎหมายกับนายจ้างให้นำลูกจ้างเข้าสู่ระบบย้อนหลังแนะแก้ปัญหาสิทธิการรักษานอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังให้ข้อแนะนำ น.ส.ประภารักษ์ แฟนของซาวด์เอ็นจิเนียร์ ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสในเรื่องการรักษาพยาบาล เคลื่อนย้ายส่งต่อผู้ป่วยที่มีสิทธิ สปสช. เนื่องจากเจ้าตัวมีข้อกังวลรักษาพยาบาลเกิน 72 ชม. หวั่นจะมีค่าใช้จ่าย ประกันสังคมแนะนำว่า ให้ติดต่อสายตรง สปสช.ซึ่งสิทธิรักษาพยาบาล หากไม่สะดวกเคลื่อนย้ายไปยังต้นสังกัดเจ้าหน้าที่จะประสานโรงพยาบาลในพื้นที่กรุงเทพฯที่อาศัยอยู่ เป็นเรื่องสามารถทำได้ หากนายจ้างเป็นผู้เซ็นรับรอง หากประสานงานไปแล้วเจ้าหน้าที่จะดูแลอย่างครบถ้วน ขอให้ญาติสบายใจสอบปากคำแล้ว 34 ปากต่อมาเวลา 12.00 น. หลังใช้เวลาประชุมคณะพนักงานสอบสวนกว่า 3 ชม. พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผบก.น.2 แถลงความคืบหน้าคดีว่า รอง ผบช.น.สั่งการให้เร่งรัดการสืบสวนสอบสวน เวลา 19.00 น. วันนี้จะเรียกพนักงานสอบสวนและฝ่ายสืบสวนมาประชุมอีกครั้งเพื่อประเมินพยานหลักฐาน เบื้องต้นตำรวจแบ่งพยานออกเป็น 6 กลุ่ม ประกอบด้วย 1.ผู้ประกอบการและเจ้าของร้าน 2.พนักงาน เช่น พนักงานเสิร์ฟ แคชเชียร์ และการ์ด 3.นักดนตรี 4.ญาติผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บ 5.แพทย์นิติเวช 6.เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุและหน่วยกู้ภัย เจ้าหน้าที่สำนักงานเขต การไฟฟ้า และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการอนุญาตและการตรวจสอบอาคาร ขณะนี้สอบปากคำพยานแล้ว 34 ปากจากทั้งหมดประมาณ 70 ปาก ล้วนเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีเจาะลึก 2 ประเด็นหาคนผิด“ส่วนประเด็นการแจ้งข้อกล่าวหาผู้ประกอบการ ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าจะเข้าข่ายความผิดใดบ้าง ต้องรอรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด ทั้งคำให้การพยาน ผลตรวจสถานที่เกิดเหตุ และผลการตรวจกองพิสูจน์หลักฐาน ก่อนพิจารณาว่าเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร ประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายหรือบาดเจ็บ และความผิดฐานทำให้เกิดเพลิงไหม้ หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องหรือไม่ การสอบสวนต้องแยกเป็น 2 ประเด็นคือ 1.สาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ อยู่ระหว่างการตรวจสอบขอ พฐ. วันนี้กองพิสูจน์หลักฐานจะเข้าไปเก็บหลักฐานครั้งสุดท้ายเป็นครั้งที่ 3 และ 2.สาเหตุการเสียชีวิต ต้องอาศัยผลชันสูตรพลิกศพจากแพทย์นิติเวช ผลการตรวจทั้ง 2 ส่วนจะถูกนำมาประกอบการพิจารณาความผิดผู้เกี่ยวข้อง” ผบก.น.2 กล่าวรื้อสอบตั้งแต่ก่อสร้างอาคารพล.ต.ต.เกียรติกุลเผยต่อไปว่า พนักงานสอบสวนยังอยู่ระหว่างตรวจสอบประวัติการก่อสร้าง การต่อเติม การดัดแปลงอาคาร การเปลี่ยนผู้ครอบครอง รวมถึงการขออนุญาตประกอบกิจการและการตรวจสอบของหน่วยงานรัฐที่ผ่านมา เพื่อเปรียบเทียบกับสภาพอาคารก่อนและหลังเกิดเหตุ ตลอดจนตรวจสอบว่า มีการซักซ้อมแผนอพยพ ระบบทางหนีไฟ ประตูทางออก ป้ายบอกทาง และอุปกรณ์ความปลอดภัยเป็นไปตามมาตรฐานหรือไม่ หากพบข้อบกพร่องที่เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บ อาจนำไปสู่การดำเนินคดีเพิ่มเติม ส่วนหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง ตำรวจจะเรียกมาสอบปากคำพร้อมตรวจสอบเอกสารการตรวจอาคารครั้งล่าสุด มีข้อมูลว่า ตรวจไปเมื่อเดือน เม.ย. รวมถึงประเด็นการออกใบอนุญาตประกอบกิจการและการใช้อาคาร หากพบความผิดจะพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายเจ้าของร้านนัดนำเอกสารเข้าแจงผบก.น.2 กล่าวด้วยว่า ในส่วนผู้ประกอบการ และหุ้นส่วนร้าน ขณะนี้ติดต่อพนักงานสอบสวนแล้ว และแจ้งว่าจะนำเอกสารเข้าชี้แจง จากข้อมูลการจดทะเบียนพบว่า มีผู้เกี่ยวข้อง 2 คน แต่เจ้าของร้าน ที่ได้รับบาดเจ็บยังรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู ยังไม่สามารถเข้าให้ปากคำได้ ขณะที่หุ้นส่วนที่รอดชีวิตก็ได้ติดต่อมาแล้วเช่นเดียวกัน ส่วนข้อสงสัยเกี่ยวกับ การเปิดให้บริการเกินเวลากฎหมายกำหนด ตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงจะพิจารณาจากพยาน หลักฐานทั้งหมด ขณะที่เวลารับแจ้งเหตุเพลิงไหม้อยู่ที่ ประมาณ 23.40 น. ส่วนยอดผู้เสียชีวิตล่าสุดตอนนี้อยู่ที่ 30 ราย ผู้ได้รับบาดเจ็บ 76 ราย ยังมีผู้เสียชีวิตอีก 3-4 ราย ที่อยู่ระหว่างการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลร้านเยียวยาคนตายศพละหมื่นนายนิธิรุจน์ เชติยาธีรนันท์ ทนายความผู้รับมอบอำนาจจากร้านโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว เดินทางมา สน.พหลโยธิน เพื่อลงบันทึกประจำเป็นหลักฐาน ระบุว่า ขณะนี้ร้านให้ความสำคัญกับการเยียวยาผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บเป็นอันดับแรก เบื้องต้นมอบเงินช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตรายละ 10,000 บาท เป็นเพียงการช่วยเหลือเบื้องต้น เพราะยังมีค่าใช้จ่ายและการเยียวยาด้านอื่นที่ต้องหารือต่อ ส่วนผู้บาดเจ็บทางร้านมีแผนให้การเยียวยาเช่นกัน แต่ยังอยู่ระหว่างพิจารณารายละเอียด เนื่องจากต้องเร่งดำเนินการในส่วนของผู้เสียชีวิตก่อน ส่วนประเด็นทำประกันภัย นายนิธิรุจน์ระบุว่า จากข้อมูลที่รับทราบ เบื้องต้น ร้านมีประกันเฉพาะทรัพย์สิน แต่ไม่มีประกัน ที่คุ้มครองชีวิต หรือบุคคลบาดเจ็บ แต่ข้อมูลยังไม่ได้ตรวจสอบเอกสารทางการ จึงยังไม่สามารถยืนยันข้อเท็จจริงได้2 สายตรวจพหลโยธินปลอดภัยด้าน พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. เปิดเผยผ่านโทรศัพท์ถึงอาการล่าสุด ส.ต.อ.มังกร โครตชมภู และ ส.ต.อ.วาริชัย ไชยวงศ์ ผบ.หมู่ (ป.) สน.พหลโยธิน ที่ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บจากเหตุเพลิงไหม้ถูกนำส่ง รพ.ตำรวจ เป็นรอบที่ 2 จากอาการระบบทางเดินหายใจ โดยเฉพาะ ส.ต.ท.มังกรคัดจมูก ได้กลิ่นเหม็นไหม้ ตลอดเวลา และมีอาการไอ ล่าสุด แพทย์ของ รพ.ตำรวจ แจ้งว่า ตำรวจทั้ง 2 นายอาการดีขึ้น แพทย์ให้ยารักษา อาการระคายเคืองระบบทางเดินหายใจเกือบเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ขณะนี้รอดูผลการเอกซเรย์ปอดว่าได้รับความเสียหายจากควันหรือไม่แจงเห็นถ่ายรูปก่อนช่วยคนผบช.น.กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีมีกระแสว่า เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุตำรวจทั้ง 2 นาย กลับถ่ายรูปก่อน ไม่ยอมเข้าไปให้การช่วยเหลือ ขอชี้แจงว่า เป็นหลักปฏิบัติที่เมื่อตำรวจสายตรวจ หรือตำรวจที่เข้าพื้นที่ต้องถ่ายรูปเป็นหลักฐานการปฏิบัติงาน ส่วนจะถ่ายออกมาในรูปแบบใดไม่มีบังคับตายตัว แต่สิ่งที่เป็นประจักษ์พยานสำคัญคือ มีคลิปขณะเกิดเหตุของทั้ง 2 คน ที่เข้าไปช่วยทำซีพีอาร์ปั๊มหัวใจผู้ได้รับบาดเจ็บในจุดดังกล่าว และให้การช่วยเหลือจนทั้ง 2 นาย ได้รับ ผลกระทบจากควันพิษ ส่วนกระแสวิพากษ์วิจารณ์ขอให้ ดูภาพจากคลิปวิดีโอต่างๆที่เป็นประจักษ์พยานสำคัญได้พฐ.ตรวจโรงเบียร์เป็นครั้งที่ 3อีกด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานลงพื้นที่มายังโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว เพื่อตรวจสอบและเก็บพยานหลักฐานเพิ่มเติมรอบที่ 3 โดยเน้นบริเวณเพดานด้านบนของร้านที่เกิดเหตุ เนื่องจากพบมีเศษวัสดุที่อาจก่อให้เกิดเพลิงไหม้อย่างรวดเร็ว รวมทั้งประตูด้านหลังที่มีข้อมูลถูกปิดล็อกขณะเกิดเหตุ พล.ต.ต.วาที อัศวุตมางกุร ผบก.พฐก. เผยว่า เมื่อวันที่ 13 ก.ค. เจ้าหน้าประสานให้พนักงานสอบสวนนัดหมายช่างของทางร้านที่ติดตั้งอุปกรณ์เดินสายไฟฟ้า และงานตกแต่งภายในทั้งหมด เข้ามาชี้จุดระบบไฟฟ้าในที่เกิดเหตุ เนื่องจากสภาพความเสียหายบนฝ้าเพดานถูกเพลิงเผาไหม้อย่างรุนแรง จนไม่สามารถบ่งบอกพิกัดการเดินสายไฟฟ้าที่แน่ชัดได้ ขณะนี้ยังคงกั้นพื้นที่เป็นสถานที่เกิดเหตุและห้ามผู้ใดเข้าไปดัดแปลงสภาพ เพื่อรอช่างอาคารเข้ามาชี้จุดก่อนจะเปิดฝ้าเพดานเข้าตรวจสอบเชิงลึก ส่วนกรอบเวลาขึ้นอยู่กับการประสานงานของพนักงานสอบสวนว่าจะนัดหมายช่างได้ช่วงเวลาใดกู้วงจรปิดส่งพนักงานสอบสวนพล.ต.ต.วาทีกล่าวถึงวัตถุพยานที่เจ้าหน้าที่ พฐ. เก็บกู้มาจากที่เกิดเหตุเมื่อวันที่ 13 ก.ค. ว่า วัตถุพยานสำคัญคือกล้องวงจรปิด (CCTV) เจ้าหน้าที่กลุ่มงานตรวจคอมพิวเตอร์และกู้ข้อมูลเร่งดำเนินการตรวจสอบและเปิดไฟล์ภาพตลอดทั้งคืน ล่าสุดรับรายงานว่า กระบวนการกู้คืนและตรวจสอบเสร็จสิ้นแล้ว โดย พฐ.จะจัดทำรายงานผลการตรวจพิสูจน์และส่งมอบไฟล์ภาพวงจรปิดทั้งหมดแก่พนักงานสอบสวนนำไปใช้ประกอบสำนวนคดีภายในวันนี้ ส่วนรายละเอียดพฤติการณ์ความผิดปกติที่ปรากฏในภาพต้องรอตรวจสอบรายละเอียดและรายงานอย่างเป็นทางการอีกครั้งเก็บชิ้นส่วนคีย์บอร์ดเป็นที่ระลึกที่หน้าโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว น้องชายนายพฤฒิพงษ์ พุดมอญ หรือกวาง อายุ 35 ปี มือคีย์บอร์ดวงทศกัณฐ์ ที่เสียชีวิต นำซากคีย์บอร์ด 2 ชิ้นของพี่ชายกลับบ้านเกิด จ.สิงห์บุรี เพื่อเป็นของต่างหน้า พร้อมเปิดเผยว่าสำหรับคีย์บอร์ดนี้พี่ชายตนเก็บเงินจากน้ำพักน้ำแรงมานานแรมปีกว่าจะซื้อมาได้ราคาหลักแสนบาทใช้เล่นมานานหลายปี ปกติแล้วพี่ชายจะรับงานเล่นดนตรีกลางคืนหลังเลิกงานประจำ ก่อนเกิดเหตุเวลาประมาณ 22.00น. ตนเพิ่งคุยกับพี่ชายตามปกติ ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนขอไม่พูดถึง เพราะตอนนี้ครอบครัวพุ่งเป้าไปที่เรื่องการจัดการศพที่บ้านเกิด จ.สิงห์บุรีก่อนแม่เชิญวิญญาณลูกสาวกลับบ้านนอกจากนี้มีนางจำเลียง พ่วงทอง อายุ53ปี พร้อมครอบครัว น.ส.กนกทิพย์ ศรีสุข อายุ 31 ปี พนักงานคลินิกเสริมความงาม มาทำพิธีเชิญดวงวิญญาณทันทีที่มาถึงแม่ของ น.ส.กนกทิพย์ถึงกับร่ำไห้เข่าทรุดทันที ญาติต้องพยุงปีกให้ดมยาดมเป็นระยะๆ เพราะเจ้าตัวรับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมกับบอกลูกสาวว่า “ให้กลับบ้านกับแม่นะ” หลังจากรับร่างลูกสาวเสร็จจะนำไปทำพิธีบำเพ็ญกุศลทางศาสนาที่ จ.กำแพงเพชรป่อเต็กตึ๊งตั้งโต๊ะช่วยย้ายศพที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งตั้งจุดอำนวยความสะดวกด้านเอกสารและประสานงานดูแลญาติผู้เสียชีวิตรับร่างกลับภูมิลำเนา มีรายงานว่าเมื่อวันที่ 13 ก.ค. มีครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้รับร่างกลับภูมิลำเนาไปแล้ว 7 ครอบครัว ผู้มีสิทธิ์รับร่างต้องเป็นญาติสายตรงตามกฎหมายได้แก่ บิดา มารดา บุตร หรือคู่สมรสจดทะเบียนถูกต้อง หากญาติสายตรงไม่มา สามารถมอบหมายให้ผู้อื่นดำเนินการแทนได้ แต่ต้องมีหนังสือยืนยันจากผู้มีสิทธิ์อย่างครบถ้วน เจ้าหน้าที่เปิดรับตรวจสอบเอกสารตั้งแต่เวลา 08.30 น. ก่อนทยอยส่งมอบร่างผู้เสียชีวิตในช่วงบ่าย เพื่อเคลื่อนย้ายกลับภูมิลำเนาโดยไม่มีค่าใช้จ่ายนิติเวชรอจับคู่ดีเอ็นเออีก 4 ร่างด้าน พล.ต.ต.วิรุฬห์ ศุภสิงห์ศิริปรีชา ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา กล่าวว่า ขณะนี้พิสูจน์อัตลักษณ์และยืนยันตัวตนผู้เสียชีวิตได้แล้ว 25 ราย แบ่งเป็นผู้เสียชีวิตชุดเดิม 23 ราย และผู้เสียชีวิตที่นำส่งเพิ่มเติมอีก 2 ราย ส่วนผู้เสียชีวิตอีก 4 ร่างยังรอผลตรวจเปรียบเทียบสารพันธุกรรม (DNA) อย่างเป็นทางการ ล่าสุดมีญาติผู้เสียชีวิตมาแสดงตัวจับคู่ข้อมูล (Matching) แล้ว 17 ครอบครัว ภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อยไม่มีอุปสรรคสำคัญ แต่ยังต้องใช้เวลาตรวจวิเคราะห์และเปรียบเทียบข้อมูล เนื่องจากญาติผู้เสียชีวิตยังทยอยเดินทางมาอย่างต่อเนื่อง แต่สภาพศพบางส่วนได้รับความเสียหายจากเปลวไฟและเขม่าควันอย่างหนัก ต้องเน้นย้ำเรื่องความถูกต้องแม่นยำกระบวนการตรวจสอบดีเอ็นเอ เพื่อเปรียบเทียบพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลญาติร่ำไห้รับศพหนุ่ม 24 ปีบรรยากาศความโศกเศร้าที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ตั้งแต่ช่วงเช้า มีครอบครัวและญาติผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ไฟไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ทยอยเดินทางเข้าติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อขอรับศพผู้เสียชีวิตกลับไปประกอบพิธีทางศาสนา ท่ามกลางเสียงร้องไห้ของเหล่าญาติ เพื่อนสนิทที่ยังทำใจไม่ได้กับความสูญเสียอย่างกะทันหัน ร่างแรกนายชิดชนก ชวนรัมย์ อายุ 24 ปี มีพ่อและป้ามาติดต่อขอรับร่าง ทันทีที่เจ้าหน้าที่นำหีบศพออกมา พ่อ และป้าต่างกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ร้องไห้ด้วยความอาลัย เรียกชื่อให้กลับไปวัดด้วยกัน นำไปทำพิธีทางศาสนาที่วัดสะพานสูง เขตบางซื่อ กทม.เด็กสู้ชีวิตทำงานเสิร์ฟตายด้วยด้านนางกองแก้ว คุลธิ อายุ 48 ปี พี่สะใภ้นายสิทธิพงษ์ หรืออาร์ต ไชโย อายุ 23 ปี หนึ่งในผู้เสียชีวิต เดินทางมาพร้อมนายวสวรรธน์ พวงพรศรี สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทรวมพลัง รับร่างนายอาร์ตกลับไปประกอบพิธีทางศาสนา นางกองแก้วกล่าวทั้งน้ำตาว่าน้องอาร์ตเพิ่งตัดสินใจเข้ามาทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟได้เพียง 1 เดือน ก่อนหน้านี้ไม่ได้เรียนหนังสือเนื่องจากฐานะยากจน ตนเลี้ยงดูมาตั้งแต่อายุ 11 ขวบ ผูกพันกันเหมือนลูกแท้ๆ เคยพากันไปทำงานก่อสร้างสู้ชีวิตตั้งแต่ยังเด็ก ที่เข้ามาทำงานกรุงเทพฯ มีเป้าหมายหาเงินส่งกลับไปดูแลแม่พิการสรุปยอดตาย 30 ราย เจ็บ 75 รายมีรายงานจากสำนักงานเขตจตุจักร ถึงยอดผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บล่าสุด ข้อมูลเมื่อเวลา 09.30 น. ผู้เสียชีวิตรวม 30 ราย เสียชีวิตจุดเกิดเหตุ 27 ราย ไปเสียชีวิต รพ.เพิ่ม 3 ราย ที่ รพ.พญาไท พหลโยธิน รพ.ลาดพร้าว และ รพ.ชลบุรี รับย้ายจาก รพ.พระราม 9 (จากเคสแดง เป็นเคสดำ 3 ราย) ส่วนการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลทั้ง 30 ราย ยืนยันตัวบุคคลแล้ว 27 ราย อยู่ระหว่างพิสูจน์อัตลักษณ์ 3 ราย ผู้ได้รับบาดเจ็บ 75 ราย กลุ่มอาการสีแดง (อาการรุนแรง) รวม 24 ราย ชาย 11 หญิง 13 กลุ่มอาการสีเหลือง (อาการปานกลาง) รวม 15 ราย ชาย 7 หญิง 8 และกลุ่มอาการสีเขียว (อาการเล็กน้อย) รวม 36 ราย ชาย 16 หญิง 20 ทั้งนี้ กลุ่มผู้บาดเจ็บสีเขียวกลับบ้านแล้ว“ชัชชาติ” ยันไม่ใช่สถานบริการนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะผู้บริหาร ถึงสถานการณ์เหตุไฟไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าวว่า ขณะนี้ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 30 คน และยังมีผู้ไม่ทราบชื่ออีก 3 คน ผู้บาดเจ็บกลับบ้านแล้ว 36 คน ทั้งนี้ ตนตั้งกรรมการขึ้นมาสอบสวนข้อเท็จจริงว่ามีข้ออะไรที่ต้องปรับปรุง หรือมีข้อบกพร่องเรื่องกฎระเบียบต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการประสานงาน ครม. จากการพูดคุยกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย จะบูรณาการกับกระทรวงมหาดไทยเรื่องกฎหมายที่เกี่ยวข้องด้วย ในส่วนอาคารที่เกิดเหตุไม่ได้เข้าข่ายสถานบริการ ก็ได้ตรวจตามรูปแบบของร้านอาหาร ตรวจสารเคมีและเก็บวัตถุอันตรายต่างๆแล้วสั่งสุ่มตรวจขณะเปิดบริการจริงผู้ว่าฯ กทม.กล่าวต่อว่า จากนี้ตนมีคำสั่งให้ทุกเขตตรวจเชิงรุกทุกพื้นที่ ปรับเช็กลิสต์ให้เกินกว่าที่กฎหมายกำหนดเพื่อใช้เป็นคำแนะนำ เพราะอย่างเรื่องวัสดุทนไฟต่างๆกฎหมายกำหนดไว้เฉพาะอาคารที่เป็นสถานบริการ แต่พวกร้านอาหารไม่ได้กำหนด ให้เพิ่มตรงนี้เข้าไปด้วย เพื่อความเข้มข้นมากขึ้น สำหรับการตรวจสถานประกอบการต่างๆ จะให้สุ่มตรวจตลอดเวลา เพราะที่ผ่านมาตอนไปตรวจอาจอยู่ในสภาพสมบูรณ์ ไม่มีนักท่องเที่ยว ไม่มีการให้บริการ ต่อไปต้องไปสุ่มตรวจด้วยว่าขณะให้บริการจริงมีคนมากีดขวางหรือไม่ ประตูกีดขวางอย่างไร ถังดับเพลิง ไฟฉุกเฉินทำงานหรือไม่ หรืออาจให้ทดสอบด้วยว่าถ้าเกิดเหตุแล้วไฟตัด ไฟฉุกเฉินทำงานส่องสว่างทั่วหรือไม่ คงต้องให้ทดสอบดูสถานการณ์จริงมากขึ้น เพราะเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องรับผิดชอบ ต้องช่วยกันดูอย่างละเอียดเสนอปรับโซนนิ่งใหม่หมดผู้ว่าฯ กทม.กล่าวอีกว่าสำหรับประเด็นการปรับโซนนิ่งของสถานบันเทิงในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปัจจุบันรูปแบบโซนนิ่งอาจไม่ทันสมัย เพราะกำหนดไว้เพียง 3 โซนได้แก่ RCA รัชดาภิเษก และสีลม คงต้องหารือกับกระทรวงมหาดไทยเรื่องการปรับโซนนิ่ง หรือการเปลี่ยนรูปแบบ อาจไม่มีโซนนิ่งแล้วเปลี่ยนเป็นสถานบริการเพื่อให้เกิดความเข้มข้นการบังคับใช้กฎหมาย สามารถออกเป็นข้อบัญญัติ กทม.ได้แต่ต้องให้ มท.อนุมัติ หากเขาไม่ทำ เราอาจดำเนินการเอง หากเราดำเนินการตามกฎหมายที่เข้มข้นกว่า พ.ร.บ.ควบคุมอาคารฯต้องส่งเรื่องให้กับคณะกรรมการควบคุมอาคารพิจารณา อย่างไรก็ตามเราต้องหาอำนาจอื่นที่เกี่ยวข้อง สั่งการให้ รศ.ดร.ทวิดาไปควานหามาให้ได้ เชื่อว่าจะมีสิ่งที่เราบังคับใช้ได้ หากพบกระทำผิดกฎหมาย หรือมีความเสี่ยงต้องสั่งปิด จากที่พบกับนายกรัฐมนตรีคงจะมีข้อศึกษาอยู่เหมือนกัน ต้องหารือร่วมกันอีกครั้ง ยังไม่ได้ข้อสรุป แต่หารือเชิงวาจาแล้ว สามารถริเริ่มจากกระทรวงมหาดไทยได้เลยนายกฯสั่งยกเป็นวาระแห่งชาติน.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงผลการประชุม ครม.ว่า ก่อนเริ่มประชุมนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย นำ ครม.ร่วมยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 1 นาที แสดงความอาลัยต่อผู้เสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้สถานบริการย่านลาดพร้าว แสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บ กล่าวต่อที่ประชุมว่า เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความสูญเสีย ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่น ของประชาชน รวมทั้งภาพลักษณ์ของประเทศด้านมาตรฐานความปลอดภัย ไม่ควรเป็นเพียงการแก้ไขเฉพาะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากเคยเกิดเหตุลักษณะเดียวกันหลายครั้ง ต้องยกระดับให้เป็นวาระแห่งชาติยกระดับความปลอดภัยใน 30 วัน“ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องร่วมกันยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยอย่างจริงจัง ให้กระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานหลักบูรณาการการทำงานร่วมกับกรุงเทพมหานคร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กรมโยธาธิการและผังเมือง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เร่งตรวจสอบอาคารและสถานบริการทั่วประเทศให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน ให้ความสำคัญการตรวจสอบระบบป้องกันอัคคีภัย ทางหนีไฟและการปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรฐานด้านความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด และรายงานผลการดำเนินงานต่อคณะรัฐมนตรี หากตรวจพบว่าสถานประกอบการใดไม่เป็นไปตามมาตรฐานหรือฝ่าฝืนกฎหมาย ให้ดำเนินการตามกฎหมายโดยสั่งระงับหรือปิดการให้บริการทันที จนกว่าจะปรับปรุงแก้ไขให้ถูกต้องและผ่านการตรวจรับรองศพเหยื่อถึงบ้านเกิดหลายรายส่วนบรรยากาศการรับศพเหยื่อเพลิงนรกโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ตามจังหวัดต่างๆเป็นไปอย่างโศกเศร้า โดยที่ จ.ศรีสะเกษ นายสุริยา บุตรจินดา รอง ผวจ.ศรีสะเกษ พร้อมด้วยจ่าเอกสมควร สิงห์คำ นายอำเภอกันทรลักษ์ ลงพื้นที่ให้กำลังใจครอบครัว น.ส.นิภาพร แจ่มแจ้ง อายุ 35 ปี และ น.ส.อัชราภรณ์ สุทธิสินธ์ อายุ 36 ปี พี่สะใภ้ที่เสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ ญาตินำร่างทั้งคู่กลับมาตั้งบำเพ็ญกุศลเคียงคู่กันที่บ้านเลขที่ 31 หมู่ 2 ต.สังเม็ก อ.กันทรลักษ์ ส่วนนายสมพงษ์ ศรีผ่อง อายุ 21 ปี ผู้เสียชีวิตอีกรายญาติเดินทางไปรับศพที่สถาบันนิติเวชวิทยา คาดว่าถึงตอนค่ำวันที่ 14 ก.ค.ผัวร่ำไห้เมียจากไปไม่มีวันกลับนายจักรพงษ์ แวงชิน อายุ 35 ปี สามี น.ส.นิภาพร เปิดเผยสีหน้าเศร้าสร้อยว่า อยู่กินกับภรรยามา 8 ปี มีลูก 2 คน คนโตเรียนอยู่ชั้น ป.2 ส่วนคนเล็กอยู่เตรียมอนุบาล ตนและภรรยาไปขายข้าวนึ่งในซอยลาดพร้าว 48 กรุงเทพฯมานานเกือบ 10 ปี ปกติ น.ส.นิภาพรมักออกไปหาอาหารรับประทานในซอยที่เกิดเหตุเป็นประจำ และไม่คาดคิดว่าคืนเกิดเหตุจะเข้าไปเที่ยวในโรงเบียร์ดังกล่าว ทราบภายหลังว่า น.ส.นิภาพรไปกับ น.ส.อัชราภรณ์ พี่สะใภ้และเพื่อนรวม 5 คน ในจำนวนนี้เสียชีวิต 3 ศพ อีก 2 คนบาดเจ็บเล็กน้อย คืนนั้นตนไม่ได้ไปด้วยรออยู่ห้องพัก รุ่งเช้ายังตื่นมาจัดเตรียมข้าวไปนึ่งขายอยู่เลย หลังทราบข่าวร้ายเมียจากไปไม่มีวันกลับตกใจจนแทบทำอะไรไม่ถูกศพผู้ช่วยพยาบาลสาวถึงบ้านเกิดที่บ้านเลขที่ 214 หมู่ 1 บ้านโคกกลาง ต.โคกกลาง อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ ครอบครัว น.ส.มณีรัตน์ หรือจิ๊บ บ่มกลาง อายุ 38 ปี 1 ในผู้เสียชีวิตไฟไหม้โรงเบียร์นำศพกลับมาตั้งบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิดตั้งแต่กลางดึกคืนที่ผ่านมา นางมยุรี บ่มกลาง อายุ 57 ปี แม่ น.ส.มณีรัตน์ กล่าวว่า ลูกสาวเป็นผู้ช่วยพยาบาลโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งมากว่า 20 ปี คืนเกิดเหตุหลังจากออกเวรไปนั่งกินข้าวในโรงเบียร์เพื่อรอสามีมารับกลับบ้าน ตอนเห็นข่าวไฟไหม้โรงเบียร์รู้สึกตกใจมากที่มีคนตายหลายคน ไม่คิดว่าลูกสาวจะเป็นหนึ่งในผู้เคราะห์ร้ายด้วย ก่อนหน้าเกิดเหตุป้าของ น.ส.มณีรัตน์ฝันแปลกๆว่าหลานสาวอยู่ต่างประเทศ ยืนนิ่งไม่พูดไม่จา ตามร่างกายและเสื้อผ้ามีหนอนไต่ยั้วเยี้ยเต็มไปหมด ไม่นึกว่าฝันจะเป็นลางร้ายนำไปสู่การสูญเสียคนในครอบครัวห่วงเงินเยียวยา-ไม่มีเงินทำศพที่ จ.ชัยภูมิ ญาตินายจรัญ เลิกนอก อายุ 27 ปี หนุ่มโรงงานนิคมอุตสาหกรรมบางปู จ.สมุทร ปราการ 1 ในผู้เสียชีวิตเหตุไฟไหม้โรงเบียร์นำศพกลับมาบำเพ็ญกุศลที่วัดไทรทอง ต.ท่ามะไฟหวาน อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ ส่วนศพนายอภินันท์ เพ็งศรี อายุ 33 ปี ชาว อ.ภักดีชุมพล ครอบครัวนำกลับไปบำเพ็ญกุศล ที่บ้านแจ้งตราด ต.บางเจียง อ.ภักดีชุมพล นางสมสวย แลไทสง อายุ 61 ปี ป้านายจรัญ เปิดเผยว่า นายจรัญเป็นเด็กกำพร้า พ่อเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ ส่วนแม่แยกทางไปนานกว่า 10 ปีแล้ว ติดต่อไม่ได้ หลานชายทำงานอยู่นิคมบางปูกลับบ้านปีละครั้ง ก่อนเสียชีวิตหลานโทรศัพท์มาหา พูดคุยปกติ ไม่มีลางสังหรณ์หรือลางบอกเหตุอะไรทั้งนั้น ตอนนี้เป็นห่วงเรื่องเงินเยียวยา เพราะยังไม่มีใครหรือหน่วยงานไหนติดต่อมาเลย รู้สึกกังวลมาก เนื่องจากครอบครัวไม่มีเงินทำศพพ้อโรงเบียร์จ่ายศพละ 2 หมื่นขณะที่ จ.ส.อ.ประเสริฐ อ่อนสี อายุ 56 ปี พ่อ ส.ต.ต.หญิงเปมิกา อ่อนสี อายุ 24 ปี ตำรวจสันติบาล กก.4 บก.ส.3 ปฏิบัติหน้าที่ประจำทำเนียบรัฐบาลที่เสียชีวิตในเหตุการณ์ไฟไหม้โรงเบียร์ได้จัดเตรียมงานศพลูกสาวที่บ้านเลขที่ 153 หมู่ 3 ต.สันทรายงาม อ.เทิง จ.เชียงราย จากนั้นเปิดเผยว่า ส.ต.ต.หญิงเปมิกา เป็นคนมุ่งมั่น มีวินัยตั้งแต่เด็ก หลังจบปริญญาตรีลูกสาวตั้งเป้าหมายชีวิตว่าอยากรับราชการเพื่อเป็นเกียรติแก่ครอบครัว ไปสอบทั้ง ก.พ. และตำรวจ ผ่านทั้งสองสนาม สุดท้ายลูกสาวตัดสินใจเลือกสวมเครื่องแบบตามรอยพ่อ บรรจุเข้าทำงานเมื่อ ต.ค.68 เพิ่งประดับยศ ส.ต.ต.ได้เพียง 3 เดือนเท่านั้นก็ต้องมาจากไปแบบนี้ เรื่องการเยียวยาเบื้องต้นทราบว่าสถานประกอบการจะชดเชยให้ศพละ 20,000 บาท ความรู้สึกของผู้ที่สูญเสียคนรักในครอบครัวมองว่าน้อยไปเสียชีวิตเพิ่มเป็น 31 ศพต่อมาเวลา 18.30 น. รายงานข่าวแจ้งว่า น.ส.สุดารัตน์ โภคทรัพย์ อายุ 34 ปี หนึ่งในผู้ได้บาดเจ็บที่ถูกเพลิงไหม้คลอกทั้งตัวภายในร้านโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว อาการสาหัส เสียชีวิตลงขณะเข้ารักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู รพ.เปาโล เกษตร ส่งผลให้จากเดิมยอดผู้เสียชีวิตมีจำนวน 30 รายเพิ่มเป็น 31 ราย ส่วนบรรยากาศที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ญาติผู้เสียชีวิตทยอยกันมารับศพคนในครอบครัวนำกลับไปบำเพ็ญกุศลตามภูมิลำเนา ณ วันที่ 14 ก.ค. ญาติรับร่างกลับไปแล้วรวมทั้งสิ้น 25 ร่าง แบ่งเป็นเมื่อวันที่ 13 ก.ค.จำนวน 7 ร่าง วันที่ 14 ก.ค.จำนวน 18 ร่าง ทุกศพเสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจเนื่องจากสำลักควันไฟทั้งสิ้นอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่