แค่ยอดภูเขาน้ำแข็งเท่านั้น กับพฤติการณ์อื้อฉาว คดีโกงสอบข้าราชการองค์กรปกครองท้องถิ่น สังกัดกระทรวงมหาดไทย จัดอยู่ในขั้นขบวนการใหญ่ พฤติการณ์ร้ายแรงระดับโกงบันลือโลก สร้างความเสียหายใหญ่หลวงกับวงการข้าราชการไทย กระทบกระเทือนต่อระบบการบริหารราชการแผ่นดิน แบบที่ประเมินค่าไม่ได้แต่นั่นก็ดูจะกลายเป็นปลายเหตุ เมื่อเทียบกับซากปัญหาหมักหมมของระบบราชการไทย ที่กำลังใกล้ถึงจุด “ภูเขาไฟระเบิด” สุดอั้นกับสภาพ “รัฐราชการ” ที่ต้องใช้งบฯมหาศาลถึง 1.42 ล้านล้านบาท จากยอดงบประมาณ 3.788 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนสูงถึงเกือบ 38 เปอร์เซ็นต์ ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570ประเทศไทยกำลังติดหล่ม รายจ่ายประจำที่ต้องกันไว้สำหรับเงินเดือน บำเหน็จ บำนาญ สวัสดิการรักษาพยาบาลของบุคลากรภาครัฐ จนแทบไม่เหลืองบประมาณ ไปใช้พัฒนาประเทศด้านอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านการศึกษา สาธารณสุข กลายเป็นภาระใหญ่หลวงทางการคลัง อุปสรรคสำคัญของพัฒนาการทางเศรษฐกิจถึงจุดที่ต้องแก้ไขความผิดพลาดของระบบกันครั้งใหญ่ ประเมินตามข้อมูลที่สะท้อนในที่ประชุมคณะกรรมาธิการงบฯ 2570 จุดน่าสนใจ คือการที่นายชาดา ไทยเศรษฐ สส.อุทัยธานี กรรมาธิการซีกรัฐบาล จากพรรคภูมิใจไทย ชี้ชัดเลยว่ารายจ่ายประจำภาครัฐเป็น “ขยะที่ซุกอยู่ใต้พรม” ปัญหาโครงสร้างกำลังพลไม่สมดุลมีการยกตัวอย่างที่เห็นภาพกันชัดๆ จากการขยายตำแหน่งข้าราชการระดับสูงเกินความจำเป็น เช่น ตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดที่มีถึง 3 คน ไหนจะผู้ตรวจราชการ ทำให้หน่วยราชการมีแต่ระดับผู้สั่งการ ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด แต่ไม่มีผู้ปฏิบัติงาน ที่สำคัญคือ รัฐต้องแบกรับภาระงบฯ ค่าตอบแทนบุคลากรรัฐ สูงขึ้นต่อเนื่องอีกเรื่องที่ไม่ค่อยมีใครกล้าพูด แต่เป็นคนระดับนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา อดีตประธานรัฐสภา ในฐานะกรรมาธิการฯจากพรรคประชาชาติ ที่เสนอให้ยุบทิ้งหน่วยงานซ้ำซ้อนในสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ที่เป็นแหล่งรวมข้าราชการ แต่ไร้ผลงาน แถมยังผลาญงบมหาศาลสถานการณ์ยิ่งนาน ยิ่งตกหลุมดำดิ่งลึก ถึงจุดที่ต้องดึงประเทศไทยขึ้นจากการติดหล่ม “รัฐราชการ” แบบที่นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ ประธานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (กพ.) เร่ง “เออร์ลี่รีไทร์” ครั้งใหญ่ในปีงบฯ 2570 ลุยปรับโครงสร้าง และปรับระบบสวัสดิการรักษาพยาบาล โดยให้ไปใช้ระบบประกันสุขภาพแทน.คลิกอ่านคอลัมน์ “บทบรรณาธิการ” เพิ่มเติม