สื่อหลักทั้งหนังสือพิมพ์และข่าวออนไลน์รวมทั้งรายการข่าวต่างๆ ทางโทรทัศน์ด้วยพาดหัวข่าวทางการเมืองข่าวหนึ่งเหมือนๆกันเป๊ะเมื่อ 2 วันที่ผ่านมาผมขออนุญาตใช้หัวข่าว “ไทยรัฐ” ฉบับวันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม เป็นตัวแทนของสื่อหลักทั้งหลายก็แล้วกันนะครับ พาดหัว 2 ชั้น เอาไว้ว่า “อนุทินขันนอต รมต.เร่งตีปี๊บผลงานด่วน!”พร้อมกับเขียนโปรยก่อนลงรายละเอียดสำหรับข่าวนี้ว่า “อนุทิน ทำขึงขังเรียก รมต.พรรค ภท.–พท.ขันนอตสร้างผลงานพร้อมรายงานให้ประชาชนรับรู้เยอะๆ รับการสื่อสารถึงจุดอ่อนแต่ยังแก้ไขได้”มีการวิเคราะห์กันว่าสาเหตุที่ทำให้นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ต้องหันมาสั่งการแถมตำหนิรัฐมนตรีหลายๆท่านในครั้งนี้เป็นเพราะผลสำรวจของ นิด้าโพล เกี่ยวกับคะแนนนิยมทางการเมืองรายไตรมาสล่าสุดโดยแท้ที่ปรากฏว่าบุคคลที่ประชาชนอยากให้เป็นนายกฯมากที่สุดอันดับ 1 ได้แก่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ พรรคประชาชน ได้คะแนนร้อยละ 26.08 ส่วนอันดับ 2 ก็คือนายกฯอนุทินจากพรรคภูมิใจไทย ได้คะแนนร้อยละ 21.68 เท่านั้นจากอันดับ 1 เมื่อ 3 เดือนที่แล้วรูดลงมาเป็นอันดับ 2 ด้วยเปอร์เซ็นต์ ที่ทิ้งห่างพอสมควรเช่นนี้เป็นใครก็ต้องสะดุ้งและหาทางแก้ทั้งนั้นแหละนักการเมือง นักบริหารธุรกิจ ฯลฯ จำนวนไม่น้อย ที่มักทึกทักว่าการที่คะแนนเราตกต่ำหรือบริษัทเรามักถูกสื่อวิพากษ์วิจารณ์เชิงลบ อยู่เสมอเป็นเพราะขาดการประชาสัมพันธ์และจะโทษนักประชาสัมพันธ์ ว่าประชาสัมพันธ์ไม่ดีบ้าง ประชาสัมพันธ์ไม่ตรงเป้าไม่ตรงจุดบ้างแม้แต่นายกรัฐมนตรีที่มีผลงานมากที่สุด มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่สุด พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ในช่วงเวลาหนึ่ง ก็ยังเคยบ่นว่าเรา ประชาสัมพันธ์น้อยไปหรือเปล่า? เราทำอะไรมาตั้งเยอะ แต่ประชาชนไม่ค่อยรู้เลยว่าเราทำอะไรบ้างคำปรารภของท่านมีผลโดยตรงต่อการถือกำเนิดของ คณะกรรมการประชาสัมพันธ์แห่งชาติ ที่ยังมีอยู่แม้ทุกวันนี้เพราะในช่วงเวลาดังกล่าวอยู่ระหว่างเปลี่ยนผ่านจาก แผนพัฒนาฉบับที่ 5 (พ.ศ.2525-2529) ซึ่งเป็นแผนพัฒนาที่โดดเด่นมากเป็นทั้งแผนรุกแผนรับเชิงเศรษฐกิจของประเทศไทยมีทั้งโครงการ อีสเทิร์น ซีบอร์ด และโครงการพัฒนาชนบทยากจนกระจายรายได้สู่ชนบท เป็นพระเอกของแผน 5 แต่ในบางช่วงของการทำงานอยู่นั้นก็ยังมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ มีการตำหนิติติงคำปรารภป๋าเปรมตรงกับใจของท่านเลขาธิการสภาพัฒน์ใน พ.ศ.นั้นอยู่แล้วได้แก่ ดร.เสนาะ อูนากูล ซึ่งเป็นนักเศรษฐศาสตร์ร้อยเปอร์เซ็นต์แต่เชื่อมั่นในวิชา การประชาสัมพันธ์ อย่างสูงยิ่งดร.เสนาะ เป็นผู้นำแนวคิด “Development Communica tion” หรือ “การสื่อสารเพื่อการพัฒนา” มาประยุกต์ใช้เป็นท่านแรกด้วยความเชื่อว่าการใช้กระบวนการสื่อสารและการวางแผนกลยุทธ์ด้านสื่อสารที่เป็นจริงจะสามารถขับเคลื่อนสนับสนุนนโยบายสาธารณะและโครงการพัฒนาต่างๆอย่างได้ผลคณะทำงานร่างแผนพัฒนาฉบับที่ 6 (พ.ศ.2530-2534) ได้ประยุกต์แนวคิดดังกล่าวโดยเปลี่ยนชื่อเป็นภาษาไทยว่า “การประชาสัมพันธ์เพื่อการพัฒนา” พร้อมกับนำลงบรรจุไว้เป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาฉบับที่ 6 ว่าจะใช้ “การประชาสัมพันธ์” เป็นเครื่องมือในการพัฒนาประเทศต่อมาในขั้นปฏิบัติการทาง สภาพัฒน์ จึงเป็นต้นเรื่องเสนอให้ท่านนายกรัฐมนตรีพลเอกเปรมแต่งตั้ง คณะกรรมการประชาสัมพันธ์แห่งชาติ ขึ้น โดยให้มีกรมประชาสัมพันธ์เป็นฝ่ายเลขานุการส่วนประธานกรรมการนั้น เนื่องจากนายกฯไปเป็นประธานให้แก่กรรมการชุดต่างๆของทางสภาพัฒน์แล้วหลายชุด จึงได้เรียนเสนอท่านให้แต่งตั้งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลกรมประชาสัมพันธ์เป็นประธานกรรมการ ซึ่งก็ได้แก่ ร.ต.ท.ชาญ มนูธรรม ท่านผู้อ่านคงจะพอจำได้(อ่านต่อตอนจบวันจันทร์นะครับ)"ซูม"คลิกอ่านคอลัมน์ “เหะหะพาที” เพิ่มเติม