เพื่อนหมอใน รพ.พระราม 9 ร้องทุกข์มาด้วยความวิตกกังวล จู่ๆก็มี “ดาต้าเซ็นเตอร์” โผล่ขึ้นมาเป็นเพื่อนบ้านติดกับโรงพยาบาล โดยผู้บริหารโรงพยาบาลและคนในชุมชนไม่เคยรู้มาก่อน ตอนนี้สร้างเกือบเสร็จแล้ว มีการติดป้ายชื่อจึงรู้ว่าเป็นดาต้าเซ็นเตอร์ ปกติการสร้างอาคารขนาดใหญ่ใน กทม. โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ดาต้าเซ็นเตอร์” ซึ่งมีผลกระทบในวงกว้าง นอกจากต้องขอใบอนุญาตจาก กสทช. แล้ว ยังต้องตั้งอยู่ในพื้นที่ที่สอดคล้องกับผังเมืองรวมของ กทม. ที่สำคัญต้องผ่าน “การประเมินผลกระทบด้าน สิ่งแวดล้อม (EIA)” จึงสามารถก่อสร้างได้ เพราะดาต้าเซ็นเตอร์ต้องใช้ไฟฟ้ามหาศาล และใช้น้ำอีกมหาศาลในการทำความเย็นข้อมูลจากเพื่อนหมอ รพ.พระราม 9 ส่งมาค่อนข้างละเอียด แต่ผมไม่ขอเอ่ยชื่อบริษัทก็แล้วกัน เพราะ กทม. กสทช. และ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ รู้อยู่แล้วดาต้าเซ็นเตอร์ใน กทม.แห่งนี้ ตั้งอยู่ที่ ซอยพระราม 9 ซอย 6 เขตห้วยขวาง ติดกับ รพ.พระราม 9 ได้รับการส่งเสริมจาก BOI มูลค่าเงินลงทุน 6,594 ล้านบาท สถานะการก่อสร้างล่าสุด โครงสร้างหลักและผนังภายนอกเสร็จแล้วเป็นส่วนใหญ่ และปรากฏอุปกรณ์ระบบทำความเย็นบนชั้นดาดฟ้า ข้อมูลจากข่าวประชาสัมพันธ์ของบริษัทระบุว่า มีพื้นที่ประมาณ 19,000 ตร.ม. เป็นอาคาร 2 หลัง อาคารหลังแรก 10 เมกะวัตต์ อาคารหลังที่สอง 10 เมกะวัตต์ เป็นเทียร์ 3 โคโลเกชันดาต้าเซ็นเตอร์ผมฟังแล้วก็แปลกใจ ดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ ซึ่งกินไฟฟ้ามากกินน้ำมาก สร้างในใจกลาง กทม.ได้อย่างไร ทำไมไม่ไปสร้างที่ EEC ซึ่งเป็นศูนย์กลางของดาต้าเซ็นเตอร์ก่อนหน้านี้กลางเดือนมิถุนายน ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรัฐมนตรีคลัง ประธานบอร์ดบีโอไอ เพิ่งแถลงนโยบายใหม่ว่า ได้สั่งการให้บีโอไอทบทวนยุทธศาสตร์เรื่องดาต้าเซ็นเตอร์ของประเทศใหม่ทั้งหมด เนื่องจากการดึงดูดการลงทุนดังกล่าวมีทั้งมุมบวกและมุมลบ ด้านดีคือ ดาต้าเซ็นเตอร์เป็นรากฐานของอุตสาหกรรมสมัยใหม่ เช่น AI คลาวด์ แต่ผลเชิงลบใช้ทรัพยากรน้ำและไฟฟ้า มหาศาล อาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในประเทศได้ เพื่อแก้ปัญหาการแย่งทรัพยากร ไม่ให้ผู้ลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ดึงไฟฟ้า และน้ำจากระบบปกติที่ประชาชนใช้ รัฐบาลจึงมียุทธศาสตร์ใหม่ในการส่งเสริมการลงทุนแล้ว ดาต้าเซ็นเตอร์ ขนาด 20 เมกะวัตต์ ข้าง รพ.พระราม 9 เอาไฟฟ้าและน้ำจากไหนไปใช้ ถ้าไม่ใช้ไฟฟ้าและน้ำร่วมกับโรงพยาบาลและประชาชนเขตห้วยขวางผมลองค้นจากกูเกิลเอไอว่า ดาต้าเซ็นเตอร์ ขนาด 1 เมกะวัตต์ ใช้ไฟฟ้าเท่าไหร่ ใช้น้ำเท่าไหร่ กูเกิลตอบว่า ดาต้าเซ็นเตอร์ขนาด 1 MW ใช้ไฟฟ้า 8,760 เมกะวัตต์/ชั่วโมง ต่อปี (MWh) เทียบเท่าการใช้ไฟฟ้าในบ้าน 700–1,000 หลังคาเรือน และ ใช้น้ำในการหล่อความเย็น 68,000–70,000 ลิตร/วัน หรือ 25 ล้านลิตรต่อปี ดาต้าเซ็นเตอร์แห่งนี้มีขนาด 20 เมกะวัตต์ ก็เอา 20 คูณเข้าไป ต้องใช้ไฟฟ้าขนาด 175,200 เมกะวัตต์/ชั่วโมง เท่ากับไฟบ้าน 14,000—20,000 หลังคาเรือน ใช้น้ำ 500 ล้านลิตรต่อปีก็น่าเป็นห่วงว่าจะส่งผลกระทบต่อประชาชนในเขตห้วยขวางและใกล้เคียงหรือไม่มีงานวิจัยจาก มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ เรื่อง The data heat island effect : qualifying the impact of AI data center in a warming world ระบุว่า ดาต้าเซ็นเตอร์ก่อให้เกิดปรากฏการณ์ “เกาะความร้อนจากข้อมูล” อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ความร้อนเฉลี่ยจากดาต้าเซ็นเตอร์ ทำให้พื้นดินและอากาศโดยรอบร้อนขึ้นกว่าพื้นที่อื่นประมาณ 2 องศาเซลเซียส แต่ในกรณีรุนแรงอุณหภูมิอาจพุ่งขึ้นได้ถึง 9.1 องศาเซลเซียส ความร้อนสามารถแผ่รัศมีออกไปได้ไกลถึง 10 กม. จากตัวอาคาร ประเมินว่าปัจจุบันมีประชากรกว่า 340 ล้านคนทั่วโลก ที่อาศัยอยู่ในรัศมีผลกระทบของดาต้าเซ็นเตอร์ รพ.พระราม 9 และชาวห้วยขวางแถวนั้นก็อยู่ในชะตากรรมเดียวกันผมคิดว่า BOI กทม. กสทช. หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องออกมาตอบคำถาม อนุญาตให้สร้างดาต้าเซ็นเตอร์ในเขตชุมชน กทม.ได้อย่างไร ทั้งที่รู้ว่ามีผลกระทบรุนแรงผมเห็นด้วยกับนโยบาย ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ รัฐมนตรีคลัง ประธาน BOI ดาต้าเซ็นเตอร์ไม่ควรใช้ไฟฟ้า และน้ำร่วมกับประชาชน มันอันตรายครับ.“ลม เปลี่ยนทิศ”คลิกอ่านคอลัมน์ “หมายเหตุประเทศไทย” เพิ่มเติม