ศึกเวิลด์ คัพ 2026 รอบ 16 ทีม 2 คู่สุดท้ายระอุแน่ “เมสซี” กัปตันทีมฟ้า-ขาว นำทัพอาร์เจนตินา แชมป์เก่า ปะทะกองทัพมัมมี่ “โมฮัมเหม็ด ซาลาห์” กัปตันทีมอียิปต์ พร้อมนำลูกทัพลุยเดือดลุ้นตั๋วเข้ารอบ 8 ทีม อีกคู่ “นาฬิกา” สวิตเซอร์แลนด์ ปะทะ โคลอมเบีย มั่นใจใส่กันเต็มที่ไม่มีกั๊ก ตั้งเป้าทะลุเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศ ขณะที่ผลการแข่งขันก่อนหน้า “ไวกิ้ง” นอร์เวย์ สร้างผลงานช็อกโลก พลิกชนะ “แซมบ้า” บราซิล ไปได้ 2-1 ตบเท้าผ่านสู่รอบ 8 ทีมเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ เข้าไปเจอกระดูกชิ้นโต “สิงโตคำราม” อังกฤษ ขณะที่ทัพ “ทรีไลออนส์” โชว์ฟอร์มแกร่งบดเอาชนะ “จังโก้” เม็กซิโก อย่างสนุก 3-2 ด้านบริษัทพนันแดนผู้ดี ยก “ตราไก่” ฝรั่งเศส เป็นเต็ง 1 ที่จะคว้าแชมป์ “เวิลด์ คัพ 2026” มาครอง พร้อมยกให้คีเลียน เอ็มบัปเป กัปตันทีม “เลอ เบลอส์” เป็นตัวเต็งคว้าดาวซัลโวประจำทัวร์นาเมนต์ผู้สื่อข่าวรายงานวันที่ 6 ก.ค.ว่า โปรแกรมการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 รอบ 16 ทีมสุดท้าย วันนี้มีฟาดแข้งกัน 2 คู่ 2 สนาม ไฮไลต์อยู่ที่ “ฟ้า-ขาว” อาร์เจนตินา แชมป์เก่าจากอเมริกาใต้ ดวลกับ “มัมมี่” อียิปต์ ตัวแทนจากแอฟริกา เกมนี้ฟาดแข้งกันที่แอตแลนตา สเตเดียม, รัฐจอร์เจีย ประเทศสหรัฐอเมริกา วันที่ 7 ก.ค. เวลา 12.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นตรงกับประเทศไทยวันที่ 7 ก.ค. เวลา 23.00 น. คู่นี้ไทยรัฐทีวี ช่อง 32 และ โมโนแม็กซ์ ถ่ายทอดสดลิโอเนล สกาโลนี เทรนเนอร์ทีมชาติอาร์เจนตินา สภาพทีมตัวหลักอยู่กันพร้อมหน้า เกมนี้ยึดผู้เล่นหน้าเดิมๆจากเกมโค่นหมู่เกาะเคปเวิร์ด 3-2 แนวรับวางนาฮูเอล โมลินา รับหน้าที่แบ็กขวา ลิซานโดร มาร์ติเนซ, คริสเตียน โรเมโร ยืนเป็นคู่เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ ฟากุนโด เมดินา ดูแลฝั่งซ้าย อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ กองกลางลิเวอร์พูล โชว์ฟอร์มโดดเด่นในเกมนัดล่าสุดขับเคลื่อนเกมร่วมกับโรดริโก เดอ ปอล, เอ็นโซ เฟร์นานเดซ แดนหน้าวางลิโอเนล เมสซี กัปตันทีมที่กดไปแล้ว 7 ประตูผนึกกำลัง เลาตาร์โร มาร์ติเนซ และติอาโก อัลเมดา ยืนเป็น 3 ประสานล่าตาข่ายฮอสซัม ฮัสซัน เฮดโค้ชทีมชาติอียิปต์ ไม่มีปัญหาในการจัดทัพ เกมนี้จะได้โมฮานาด ลาสฮีน พ้นโทษแบนกลับมาสู่ทีมอีกครั้ง เกมนี้จะยึดผู้เล่นหน้าเดิมๆจากเกมชนะจุดโทษออสเตรเลีย 4-2 แนวรับวางรามี ราเบีย, มูฮัมมัด อับเดล โมเนม ยืนเป็นคู่เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ โมฮัมเหม็ด ฮานี, คาริม ฮาเฟซ ดูแล้วฝั่งขวาและซ้าย มาร์วาน อัตเตีย, ฮัมดี ฟาธี คุมจังหวะเกม โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ กัปตันทีมชาติอียิปต์ ผนึกกำลังโมฮัมเหม็ด ซิโก, เอมาม อาชูร์ ปั้นเกมรุก แดนหน้ายังวางใจโอมาร์ มาร์มูซ ลงยืนหน้าเป้าต่อไปแม้ว่าจะยังทำประตูไม่ได้เลยในทัวร์นาเมนต์นี้อาร์เจนตินา ยังแข็งแกร่ง แม้ว่านัดล่าสุดจะหืดจับกว่าจะโค่นเคปเวิร์ดได้ก็ตาม ด้านอียิปต์ เป็นรองอยู่หลายช่วงตัว เกมนี้วางแผนมาเล่นอย่างรัดกุมและคอยอาศัยเกมโต้กลับเร็วปั่นป่วนเป็นระยะๆ รูปเกมจะเป็นแชมป์เก่าเป็นฝ่ายเปิดเกมรุกเข้าใส่แบบวันเวย์ แม้ว่าทัพ “มัมมี่” จะต้านเอาไว้ในช่วงแรกเท่านั้น ก่อนสุดท้าย เมสซี, เลาตาโร และอัลเมดา จะผนึกกำลังช่วยกันยิงพา “ฟ้า-ขาว” ทะลุเข้าสู่รอบ 8 ทีมได้ในที่สุดส่วนอีกคู่ “นาฬิกา” สวิตเซอร์แลนด์ ทีมแกร่งจากยุโรป ดวลกับ “ลอส กาเฟตรอส” โคลอมเบีย ทีมแกร่งจากอเมริกาใต้ เกมนี้ฟาดแข้งกันที่บีซี เพลส, แวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา วันที่ 7 ก.ค. เวลา 12.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นตรงกับประเทศไทยวันที่ 8 ก.ค. เวลา 03.00 น. ช่องโมโนแม็กซ์ ถ่ายทอดสดมูรัต ยาคิน เทรนเนอร์ทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ สภาพทีมค่อนข้างพร้อมไม่มีปัญหาในการจัดทัพ เกมนี้จะยึดผู้เล่นจากเกมทุบแอลจีเรีย 2-0 ลงสนาม แนวรับวางเดนิส ซากาเรีย รับหน้าที่แบ็กขวา นิโค เอลเวดี, มานูเอล อาคานจี ยืนเป็นคู่เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ ริคาร์โด โรดริเกซ ดูแลฝั่งซ้าย กรานิต ซาคา กัปตันทีม คุมจังหวะเกมร่วมกับเรโม ฟลอยเลอร์ เกมรุกแดน เอ็นดอย ผนึกกำลังโยฮัน มัมซัมบี, รูเบน สาร์กัส ปั้นเกมรุก แดนหน้าวางบรีล เอ็มโบโล กองหน้าตัวเก่งลงยืนหน้าเป้าเนสตอร์ ลอเรนโซ เฮดโค้ชทีมชาติโคลอมเบีย จะยึดผู้เล่นหน้าเดิมๆจากเกมทุบกานา 1-0 แนวรับวางดาวิดอน ซานเชซ, จอน ลูชูมี ยืนเป็นคู่เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ ดานิเอล มูนญอซ, โยฮัน โมฮิกา รับหน้าที่แบ็กขวาและซ้าย เจฟเฟอร์สัน เลอมา ปักหลักตัดเกม จอน อาริอาส, กุสตาโว ปูเอร์ตา ขับเคลื่อนเกมกลางสนาม แดนหน้าวางฮาเมส โรดริเกซ กัปตันทีม ผนึกกำลังหลุยส์ ดิอาซ และจอห์น คอร์โดบา ยืนเป็น 3 ประสานแดนหน้าเกมนี้คู่คี่สูสีกันมากทั้งสองทีมมีศักยภาพไม่ต่างกันเท่าไหร่ ความวูบวาบและเด็ดขาดต้องยกให้ โคลอมเบียที่ทำได้ดี แต่สวิตเซอร์แลนด์มีจุดเด่นอยู่ที่ทีมเวิร์กประสานงานกันได้ยอดเยี่ยม และยังมีเกมโต้กลับเร็วที่ค่อนข้างอันตราย รูปเกมทั้งสองทีมจะเปิดเกมแลกกันตั้งแต่ต้นเกม แม้ว่าทีมดังจากอเมริกาใต้จะเป็นฝ่ายเดินเกมรุกกดดันเข้าใส่ แต่แข้ง “นาฬิกา” มีแนวรับที่ค่อนข้างเหนียวแน่น ไม่ง่ายจะทะลวงได้ ดูแล้วคู่นี้มีโอกาสต่อเวลาค่อนข้างสูงขณะที่ผลการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 รอบ 16 ทีมสุดท้ายคู่แรกเมื่อเวลา 04.00 น. เช้ามืดวันจันทร์ที่ 6 ก.ค.ตามเวลาประเทศไทย “แซมบ้า” บราซิล ยอดทีมจากอเมริกาใต้อดีตแชมป์โลก 5 สมัย ดวลกับ “ไวกิ้ง” นอร์เวย์ ตัวแทนจากยุโรป เกมนี้ใครชนะก็จะผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายไปรอพบผู้ชนะระหว่างเม็กซิโก หรืออังกฤษเปิดฉากมาทั้งสองทีมเปิดเกมแลกกันทันที บราซิลหาโอกาสยิงได้มากกว่าแต่ทำได้แค่หวาดเสียว ส่วนนอร์เวย์ต่อบอลสู้กับอดีตแชมป์โลกได้อย่างดี แต่ทั้งสองทีมยังทำได้แค่หวาดเสียวเท่านั้น จนเกมกลับมาเข้มข้นในช่วงท้าย นาทีที่ 79 เออร์ลิง ฮาแลนด์ ยิงให้นอร์เวย์ ขึ้นนำไปก่อน 1-0 จากนั้นนาทีที่ 90 เป็นฮาแลนด์คนเดิมที่บวกสกอร์เพิ่มให้นอร์เวย์ ฉีกหนีไปเป็น 2-0 ช่วงทดเจ็บ บราซิลมาได้จุดโทษเนย์มาร์ซัดจุดโทษเข้าไปตุงตาข่าย จบเกมนอร์เวย์ พลิกเอาชนะบราซิล ไปได้ 2-1 ตบเท้าผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ได้สำเร็จ จากการเหมา 2 ลูกของฮาแลนด์ ทำให้ดาวยิงแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยิงในศึกฟุตบอลโลก 2026 ไปแล้ว 7 ประตู ขยับขึ้นไปรั้งดาวซัลโวของทัวร์นาเมนต์ร่วมกับลิโอเนล เมสซี (อาร์เจนตินา) และคีเลียน เอ็มบัปเป (ฝรั่งเศส)ขณะที่อีกคู่ลงเตะเมื่อเวลา 08.00 น. วันเดียวกัน “จังโก้” เม็กซิโก หนึ่งในเจ้าภาพร่วมพบ “สิงโตคำราม” อังกฤษ หนึ่งในเต็งแชมป์จากทวีปยุโรป คู่นี้สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ได้ประกาศเลื่อนการแข่งขันออกไป 1 ชั่วโมง เนื่องจากสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย และมีโอกาสเกิดฟ้าผ่าบริเวณใกล้สนาม ทันทีที่เกมเริ่มขึ้น ทั้งสองทีมเปิดฉากแลกกันทันทีเพื่อหวังยิงประตูขึ้นนำให้ได้ก่อน แต่ช่วง 30 นาทีแรก ทำได้แค่หวาดเสียวเท่านั้น กระทั่งนาทีที่ 36 จู๊ด เบลลิงแฮม กองกลางทีมชาติอังกฤษ พุ่งโหม่งลูกตุงตาข่าย ส่งให้อังกฤษขึ้นนำ 1-0 ถัดมาอีก 2 นาที เบลลิงแฮมคนเดิมซัดให้ “สิงโตคำราม” ฉีกหนีไปเป็น 2-0 ก่อนท้ายครึ่งแรกนาทีที่ 42 ฮูเลียน กิโญเนส ซัดให้เม็กซิโกตีตื้นมาเป็น 1-2 จบครึ่งแรกด้วยสกอร์ดังกล่าวเริ่มครึ่งหลังเพียง 9 นาที อังกฤษเหลือผู้เล่นแค่ 10 คน เมื่อจาร์เรลล์ ควอนซาห์ ปราการหลังของทีมโดนไล่ออกจากสนาม แต่ถัดมาอีก 6 นาที “ทรี ไลออนส์” มาได้จุดโทษ แฮร์รี เคน กัปตันทีมซัดไปตุงตาข่าย ส่งให้ อังกฤษ ฉีกหนีไป 3-1 แต่ทัพ “จังโก้” ยังไม่ยอมแพ้ นาทีที่ 69 ราอูล ฆิเมเนซ ซัดจุดโทษให้เม็กซิโก ตีตื้นมา 2-3 เจ้าภาพพยายามบุกเพื่อตีเสมอให้ได้ แต่สุดท้ายทำไม่สำเร็จ จบเกมอังกฤษเฉือนชนะเม็กซิโก ไปหวุดหวิด 3-2 ตีตั๋วเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายไปเจอกับ “ไวกิ้ง” นอร์เวย์ ในวันที่ 11 ก.ค.หลังจบเกมโธมัส ทูเคิล นายใหญ่ชาวเยอรมันของทีมชาติอังกฤษ ออกมาบ่นการทำหน้าที่ของผู้ตัดสินที่เอนเอียงไปฝั่งเม็กซิโก เจ้าภาพ พร้อมชื่นชมนักเตะ “สิงโตคำราม” ที่คว้าชัยชนะได้สำเร็จ “มันเป็นเกมที่บ้าคลั่งมากๆ ในบรรยากาศในสนามที่บ้าคลั่ง เราตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบาก แม้ว่าตอนท้ายเกม (ทดเวลาบาดเจ็บ 11 นาที) เขา (ผู้ตัดสิน) ก็ให้ลูกเตะมุมอีกสองครั้ง ทุกอย่างเหมือนจะเข้าข้างฝ่ายตรงข้ามไปหมด เราภูมิใจมาก เราต้องการทุกอย่าง มันยากมาก แต่พวกเขาเป็นทีมที่จริงจัง เมื่อเจออุปสรรคพวกเขาไม่ยอมแพ้ พวกเขาไม่เคยสูญเสียความเชื่อมั่น เป็นอีกก้าวหนึ่ง เราทุ่มเททุกอย่างลงไป เราต้องเรียนรู้จากสิ่งนี้ ตอนนี้เราต้องเดินหน้าเต็มที่ต่อไป” ทูเคิลกล่าวด้านฆาเบียร์ อากีร์เร เทรนเนอร์ทีมชาติเม็กซิโก รับสุดผิดหวังที่ทัพ “จังโก้” ร่วงตกรอบ แต่ไม่มีอะไรต้องตำหนิลูกทีมที่สู้อย่างเต็มที่จนหยดสุดท้าย “ใช่ ผมไม่โทษนักเตะ ผมคิดว่าเราทำผิดพลาดไปบ้างกับประตูที่เสียไป แต่มันคือเรื่องของฟุตบอล พวกเขาเป็นทีมที่ยอดเยี่ยม เราทำได้ดีที่สุด เกมใหญ่ระดับนี้คุณจะพลาดไม่ได้ เพราะพวกเขาจะลงโทษคุณ ผมเสียใจแทนทุกคน แต่พวกเขาทำได้ดีที่สุดแล้วในการพบกับทีมที่ยอดเยี่ยม” อากีร์เรเผยอากีร์เร ยังมั่นใจว่า ราฟาเอล มาร์เกซ อดีตกัปตันทีมชาติเม็กซิโก ที่จะเข้ามารับตำแหน่งกุนซือคนใหม่จะทำได้ดีกว่าตัวเขาแน่นอน “จริงๆแล้วผมอยากบอกลาด้วยชัยชนะ เราพยายามแล้ว แต่ทำไม่สำเร็จ หลังจากนี้ผมขออวยพรให้มาร์เกซโชคดี เขามีคุณสมบัติเพียบพร้อมสำหรับตำแหน่งนี้ และจะทำได้ดีกว่าผม” กุนซือวัย 67 ปีกล่าวด้านบริษัทพนันถูกกฎหมายชื่อดังของอังกฤษ ต่างพากันปรับอัตราต่อรองแชมป์ฟุตบอลโลก 2026 ขยับนอร์เวย์ ทีมดังจากสแกนดิเนเวีย ที่พลิกล็อกทุบ บราซิล 2-1 ทะยานเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายขึ้นมาเป็นเต็ง 4 จะคว้าแชมป์มาครอง ส่วนอังกฤษขยับขึ้นมาเป็นเต็ง 2 เนื่องจากสเปน เจ้าของตำแหน่งก่อนหน้านี้ต้องเจองานหนักกับโปรตุเกส ในรอบ 16 ทีม ทำให้หล่นมาอยู่ในเต็ง 3 ส่วนเต็ง 1 ที่จะคว้าแชมป์มาครองตกเป็นของฝรั่งเศส รองแชมป์เก่าที่สร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในทัวร์นาเมนต์นี้นอกจากนั้นยังยกให้ คีเลียน เอ็มบัปเป กองหน้ากัปตันทีมชาติฝรั่งเศส เป็นเต็ง 1 จะคว้าดาวซัลโวของทัวร์นาเมนต์ หรือ “รองเท้าทองคำ” มาครอง มี ลิโอเนล เมสซี กัปตันทีมชาติอาร์เจนตินา และเออร์ลิง ฮาแลนด์ ดาวยิงทีมชาตินอร์เวย์ ถูกยกให้เป็นเต็ง 2 และ 3 ตามลำดับ ทั้งหมดยิงไป 7 ประตูเท่ากัน ส่วน แฮร์รี เคน กองหน้าทีมชาติอังกฤษที่กดไปแล้ว 6 ตุงถูกยกให้เป็นเต็ง 4อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่