ตลาดบิ๊กไบค์บ้านเรากำลังเดินเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่าน เมื่อการแข่งขันไม่ได้อยู่แค่การเปิดตัวรุ่นใหม่ แต่กำลังขยับไปสู่การแข่งขันในเรื่อง “ประสบการณ์การเป็นเจ้าของ” เพราะเมื่อรถแต่ละค่ายมีมาตรฐานสูงไม่ต่างกัน สิ่งที่ลูกค้านำมาชั่งน้ำหนักจึงกลายเป็นบริการหลังการขาย ความพร้อมของศูนย์บริการ และการดูแลหลังส่งมอบรถนี่คือเหตุผลที่การขยับตัวของ “Ducati Thailand” ภายใต้การบริหารของ บริษัท เอเอเอส โมโต โครเซ่ จำกัด (AAS Moto Corse) ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์สัญชาติอิตาลี “ดูคาติ” อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในบ้านเรา ภายใต้การดูแลของ AAS Group ที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับ Luxury มาอย่างยาวนานกว่า 40 ปี แทนที่จะเริ่มต้นด้วยการเร่งยอดขายหรืออัดแคมเปญการตลาด กลับเลือกวางรากฐานในสิ่งที่มองไม่เห็น แต่มีผลต่อการตัดสินใจของลูกค้าในระยะยาว นั่นคือมาตรฐานงานบริการและการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้ Ducati ทั่วประเทศ เพราะผู้ใช้บิ๊กไบค์ไม่ได้ต้องการเพียงศูนย์บริการที่ซ่อมรถเก่ง หากยังคาดหวังคำแนะนำที่ถูกต้อง ความรวดเร็วในการจัดหาอะไหล่ และกิจกรรมที่ทำให้รู้สึกว่าการเป็นเจ้าของรถไม่ได้จบลงในวันที่รับกุญแจจึงเห็นภาพของ Ducati Riding Experience หรือ DRE ถูกยกขึ้นมาเป็นหนึ่งในกิจกรรมหลักของปีนี้ ตั้งแต่หลักสูตรสำหรับผู้เริ่มต้น ไปจนถึงการฝึกขับขี่ในระดับที่สูงขึ้น หลายคนอาจมองว่าเป็นกิจกรรมสร้างสีสันทางการตลาด แต่หากมองลึกลงไป นี่คือการลงทุนกับ “คน” มากกว่าการลงทุนกับ “สินค้า” รถจักรยานยนต์สมรรถนะสูงในปัจจุบันเต็มไปด้วยเทคโนโลยีที่ช่วยให้ขี่ง่ายขึ้นก็จริง แต่เทคโนโลยีจะทำงานได้เต็มประสิทธิภาพก็ต่อเมื่อผู้ขับขี่เข้าใจวิธีใช้งาน การส่งเสริมให้ลูกค้าเรียนรู้การควบคุมรถอย่างถูกต้อง จึงเป็นประโยชน์ทั้งกับผู้ใช้และภาพลักษณ์ของแบรนด์ในระยะยาวขณะเดียวกัน การจัดกิจกรรม Morning Coffee หรือ MotoGP Watch Night ก็เป็นอีกภาพที่สะท้อนแนวคิดการทำตลาดยุคใหม่ เพราะลูกค้ารถยุโรปไม่น้อยไม่ได้ซื้อเพียงตัวรถ แต่ซื้อ “ความรู้สึก” ที่มาพร้อมกับแบรนด์ การมีพื้นที่ให้เจ้าของรถได้พบปะ พูดคุย หรือออกทริปร่วมกัน ช่วยสร้างความผูกพันได้มากกว่าการสื่อสารผ่านโฆษณาในอีกมุมหนึ่ง แคมเปญ Ride Limitless+ ก็น่าสนใจไม่น้อย เพราะแทนที่ จะใช้สงครามราคาเป็นตัวนำ กลับเลือกเพิ่มคุณค่าในการครอบครอง ผ่านแพ็กเกจบริการทั้งการรับประกัน การบำรุงรักษา บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน สิทธิ์เข้าอบรม DRE รวมถึงข้อเสนอด้านสินเชื่อและประกันภัย วิธีคิดเช่นนี้กำลังกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของตลาดรถพรีเมียม ที่แข่งขันกันด้วยต้นทุนการครอบครองมากกว่าราคาป้ายเพียงอย่างเดียวอย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าจะเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จมากที่สุด ไม่ใช่จำนวนกิจกรรมที่จัด หรือแคมเปญที่เปิดตัว แต่คือการขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายและศูนย์บริการให้ครอบคลุมพื้นที่ต่างๆ ได้จริง เพราะสำหรับผู้ใช้บิ๊กไบค์ ความมั่นใจในการเดินทางไม่ได้อยู่ที่สมรรถนะของรถเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ความเชื่อมั่นว่าไม่ว่าจะเดินทางไปจังหวัดใด ก็สามารถเข้าถึงบริการและอะไหล่มาตรฐานได้เมื่อจำเป็น แผนขยายเครือข่ายสู่หัวเมืองหลัก รวมถึงการเปิด Ducati Lifestyle Shop ที่สยามพารากอน จึงเป็นหมากที่น่าสนใจ เพราะเป็นการเพิ่มจุดสัมผัสของแบรนด์ในอีกมิติหนึ่ง ทั้งในฐานะโชว์เคสของ Ducati และพื้นที่เข้าถึงกลุ่มลูกค้ารุ่นใหม่ที่อาจยังไม่เคยสัมผัสแบรนด์มาก่อนที่สำคัญปีนี้ยังเป็นปีแห่งการเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปีของ Ducati จึงถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะกับการวางรากฐานบทใหม่ในประเทศไทย หากมองให้ไกลกว่าตัวเลขยอดขายรายเดือน สิ่งที่ AAS Moto Corse กำลังทำคือการสร้างระบบนิเวศของแบรนด์ให้แข็งแรง ทั้งด้านงานขาย งานบริการ เครือข่ายผู้จำหน่าย การพัฒนาทักษะผู้ขับขี่ และคอมมูนิตี้ของผู้ใช้ Ducati!!!อัลคาโปนคลิกอ่านคอลัมน์ “โชว์รูมหัวเขียว” เพิ่มเติม