“เมสซี” กองหน้าตัวเก๋ากัปตันทีมฟ้า-ขาว อาร์เจนตินา ระเบิดฟอร์มยิงแฮตทริกแรกใน “เวิลด์ คัพ” ถล่มทีมชาติแอลจีเรีย 3-0 ประเดิมนัดแรกแบบคลีนชีต ป้องกันแชมป์ฟุตบอลโลก 2026 ส่วนอีกคู่กลุ่มเดียวกัน ออสเตรีย บดเอาชนะจอร์แดนไป 3-1 ส่วนในกลุ่มไอ “ตราไก่” ฝรั่งเศส รองแชมป์โลก เอาชนะ เซเนกัล ไปอย่างไม่ยากเย็น 3-1 อีกคู่ “ไวกิ้ง” นอร์เวย์ ไล่อัดอิรักยับเยิน 4-1 ขณะที่ศึก “เวิลด์ คัพ 2026” รอบแรก นัดสอง คู่เอกอยู่ที่กลุ่มเอ เม็กซิโก เจ้าภาพร่วมครองจ่าฝูง เจอกับเกาหลีใต้ เกมนี้หวดกันเต็มที่แน่นอน เพราะใครชนะโอกาสเข้ารอบสูง ด้านฆาเบียร์ อากีร์เร กุนซือทีมจังโก้ จัดเต็ม มีราอูล ฮิเมเนซ, โรแบร์โต อัลวาราโด, ฮูเลียน ควินโญเนส เป็นตัวทีเด็ด ส่วนฮง เมียง-โบ เทรนเนอร์โสมขาว ยึดผู้เล่นหน้าเดิมๆ ซน เฮือง มิน กองหน้ากัปตันทีม, ลี คัง อิน, ลี แจ ซุง เป็นตัวทีเด็ด อีกคู่กลุ่มเดียวกัน สาธารณรัฐเช็ก ดวลกับ แอฟริกาใต้ ใครพลาดมีสิทธิ์เก็บกระเป๋ากลับบ้านเป็นทีมแรก ส่วนกลุ่มบี สวิตเซอร์แลนด์ พบกับ บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา และอีกคู่ในกลุ่มเดียวกัน แคนาดา เจ้าภาพร่วมดวลกับกาตาร์ ทั้ง 4 ทีม มี 1 แต้มเท่ากันหมด ทีมใดคว้าชัยโอกาสเข้ารอบสูง ทั้ง 4 คู่ ช่องโมโนแม็กซ์ถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ช่วงเช้าวันพุธที่ 17 มิ.ย.ที่ผ่านมาตามเวลาประเทศไทย คู่เอกอยู่กลุ่ม เจ “ฟ้า-ขาว” อาร์เจนตินา แชมป์เก่าระเบิดฟอร์มสุดยอดไล่ทะลวง “จิ้งจอกทะเลทราย” แอลจีเรีย ตัวแทนจากแอฟริกาไปไม่เสียประตู 3-0 ฟ้า-ขาว อดีตแชมป์โลก 2 สมัย ได้ประตูจากการทำแฮตทริกของลิโอเนล เมสซี กองหน้ากัปตันทีมวัย 38 ปี ในนาทีที่ 17, 60 และ 76 นับเป็นการทำแฮตทริกครั้งแรกของเจ้าตัวในศึก “เวิลด์ คัพ” จากชัยชนะในเกมนี้ทำให้อาร์เจนตินา เก็บ 3 แต้ม รั้งตำแหน่งจ่าฝูงของกลุ่ม เรียกได้ว่าออกสตาร์ตได้อย่างสวยงามของแชมป์เก่าในการป้องกันแชมป์โลกต่อเนื่องอีกสมัยจากการกระทุ้งประตูแฮตทริกของ “เมสซี” ทำให้เจ้าตัวยิงไปแล้ว 16 ประตูในศึกฟุตบอลโลก รอบสุดท้ายเทียบเท่าสถิติของ มิโรสลาฟ โคลเซ อดีตดาวยิงทีมชาติเยอรมนี ที่เคยทำเอาไว้ ถ้าดาวดังอดีตกองหน้าบาร์เซโลนากดเพิ่มได้อีก “เมสซี” จะได้ครองตำแหน่งดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของฟุตบอลโลกส่วนอีกคู่ของกลุ่ม เจ “เดอะ บอย” ออสเตรีย ทีมแกร่งจากยุโรปบดเอาชนะจอร์แดน ตัวแทนจากเอเชีย และน้องใหม่ในเวที “เวิลด์ คัพ” ไปได้ เปิดฉากเป็น ออสเตรีย ยิงออกนำไปก่อนจาก โรมาโน ชมิดท์ นาทีที่ 21 ก่อนจะเป็น อาลี โอลวาน ยิงตีเสมอ 1-1 ในนาทีที่ 50 จากนั้นนาทีที่ 76 ยาซาน อัล-อารับ ทำเข้าประตูตัวเองทำให้ “เดอะ บอย” ขึ้นนำ 2-1 จากนั้นช่วงทดเจ็บนาทีที่ 12 มาร์โก อาร์เนาโตวิช ซัดประตูตอกฝาโลง จบเกม ออสเตรีย ชนะ จอร์แดน 3-1 มี 3 แต้ม เท่ากับอาร์เจนตินา แต่ลูกได้เสียเป็นรอง ทำให้ต้องรั้งตำแหน่งรองจ่าฝูงแทน ส่วน จอร์แดน ที่ไม่มีคะแนนรั้งอันดับ 3 ส่วน แอลจีเรีย อยู่บ๊วยด้านกลุ่ม ไอ “ตราไก่” ฝรั่งเศส รองแชมป์โลกล่าสุด โชว์ฟอร์มได้ร้อนแรงไม่แพ้ อาร์เจนตินา แชมป์เก่า ด้วยการไล่อัด “สิงโตแห่งเตรังกา” เซเนกัล ตัวแทนจากแอฟริกา ไปไม่ยากเย็น 3-1 โดย “เลอ เบลอส์” ได้ประตูจาก คีเลียน เอ็มบัปเป นาทีที่ 66, 90 (+6), แบรดลีย์ บาร์กอลา นาทีที่ 82 ส่วน เซเนกัล ตีไข่แตกได้จาก อิบราฮิม เอ็มบาเย นาทีที่ 90 จากชัยชนะในเกมนี้ทำให้ ฝรั่งเศส เก็บ 3 แต้ม ประเดิมสนามนัดแรกใน “เวิลด์ คัพ”อีกคู่ในกลุ่ม ไอ “ไวกิ้ง” นอร์เวย์ ตัวแทนจากยุโรป ระเบิดฟอร์มสุดแกร่งไล่ถล่ม “สิงโตแห่งเมโสโปเตเมีย” อิรัก ไปยับเยิน 4-1 ทีมดังจากสแกนดิเนเวียได้ประตูจาก เออร์ลิง ฮาแลนด์ กองหน้าตัวเก่งจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ นาทีที่ 29, 43, เลโอ ออสติการ์ด นาทีที่ 76 และ เอย์เมน ฮุสเซน ทำเข้าประตูตัวเองนาทีที่ 90 (+6) ส่วน อิรักตีไข่แตกได้จากเอย์เมน ฮุสเซน นาทีที่ 39 จากชัยชนะในเกมนี้ นอร์เวย์ เก็บ 3 แต้มสำเร็จสรุปสถานการณ์ในกลุ่ม ไอ นอร์เวย์ มี 3 คะแนนเท่ากับฝรั่งเศส แต่ลูกได้เสียดีกว่าทำให้รั้งจ่าฝูงของกลุ่ม ส่วน “ตราไก่” รั้งอันดับ 2 ด้านเซเนกัล ที่ไม่มีแต้มรั้งอันดับ 3 และ อิรัก รั้งท้ายตารางขณะที่การแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 รอบสุดท้าย วันนี้เดินทางมาถึงรอบแรก นัดที่สองแล้วไฮไลต์อยู่ที่กลุ่ม เอ “จังโก้” เม็กซิโก เจ้าภาพร่วมและจ่าฝูงของตาราง ปะทะแข้งกับ “โสมขาว” เกาหลีใต้ ทีมแกร่งจากเอเชียทีมอันดับ 2 ของตาราง แข่งกันที่ กัวดาลาฮารา สเตเดียม เมืองกัวดาลาฮารา ประเทศเม็กซิโก วันที่ 18 มิ.ย. เวลา 21.00 น.ตามเวลาท้องถิ่นตรงกับประเทศไทย วันที่ 19 มิ.ย. เวลา 08.00 น. ช่องโมโนแม็กซ์ และโมโนแม็กซ์ สปอร์ต (ช่อง 29) ถ่ายทอดสดฆาเบียร์ อากีร์เร เป็นกุนซือทีมชาติเม็กซิโก จะไม่มี เซซาร์ มอนเตส ที่ติดโทษแบนหลังจากโดนไล่ออกในเกมนัดแรกที่ชนะ แอฟริกาใต้ 2-0 เอ็ดสัน อัลวาเรซ จะลงมาแทนยืนเซ็นเตอร์ฮาล์ฟคู่กับ โจฮัน วาสเกซ ส่วนตำแหน่งอื่นๆไม่เปลี่ยนแปลง อัลวาโร ฟิดัลโก คุมเกมกลางสนามร่วมกับ เอริค ลิรา, ไบรอัน กูร์เตียเรซ แดนหน้าวาง ราอูล ฮิเมเนซ กองหน้าตัวเก่งที่ยิงประตูแรกได้แล้วในเวิลด์ คัพผนึกกำลัง โรแบร์โต อัลวาราโด, ฮูเลียน ควินโญเนสส่วน ฮง เมียง-โบ เทรนเนอร์ทีมชาติเกาหลีใต้ ไม่มีปัญหาใดๆ ให้กังวลใจจะยึดผู้เล่นจากเกมที่พลิกกับมาชนะสาธารณรัฐเช็ก 2-1 ปราการหลังวาง ลี ฮาน บอม, คิม มิน แจ, ลี กี ฮุค ยืนเป็น 3 เซ็นเตอร์ ฮาล์ฟ ฮวาง อิน-บอม, พาร์ค ซึง โฮ คุมจังหวะเกม แดนหน้ายังวางใจ ซน เฮือง มิน กองหน้ากัปตันทีมที่ฟอร์มนัดแรกไม่ดีนัก ออกสตาร์ตตัวจริงเหมือนเดิมผนึกกำลัง ลี คัง อิน, ลี แจ ซุง ยืนเป็น 3 ประสานแดนหน้าเกมนี้ทั้งสองทีมต้องการชัยชนะเพราะหากคว้า 3 แต้มการันตีการเข้ารอบทันที เม็กซิโก เจ้าถิ่นได้เปรียบพอสมควร แต่ก็ไม่ใช่งานง่ายที่จะบดเอาชนะเกาหลีใต้ที่กำลังคึกแบบสุดๆ และมีทีเด็ดจากโต้กลับเร็วที่ค่อนข้างรวดเร็วและเฉียบขาด รูปเกมทั้งสองทีมจะผลัดกันเปิดเกมรุกเข้าใส่ แม้ “จังโก้” จะมีเสียงเชียร์หนุนหลัง แต่ “โสมขาว” สู้ไม่ถอยแถมจังหวะเข้าทำดูหลากหลายน่าจะมีลุ้นเบียดเข้าวินเหมือนกันอีกคู่ในกลุ่มเดียวกัน สาธารณรัฐเช็ก ตัวแทนจากยุโรป ดวลกับ “บาฟาน่า” แอฟริกาใต้ จากทวีปแอฟริกา นัดนี้ถ้าลูกแรกมาเร็วทั้งสองทีมใส่กันยับแน่เพราะใครแพ้โอกาสตกรอบสูง เกมนี้ฟาดแข้งกันที่แอตแลนตา สเตเดียม แอตแลนตา ประเทศสหรัฐอเมริกา วันที่ 18 มิ.ย. เวลา 23.00 น. ช่องโมโนแม็กซ์ถ่ายทอดสดมิโรสลาฟ คูเบ็ค เฮดโค้ชสาธารณรัฐเช็ก จะไม่มีการปรับทัพจากเกมแพ้เกาหลีใต้ 1-2 แดนกลาง โธมัส ซูเซ็ค กองกลางตัวเก่งบัญชาเกมแดนกลาง แผงหน้าวาง พาเวล ซุลซ์, พาทริก ชิก, ลูคัส โพรวอต ยืนเป็น 3 ประสานเจาะตาข่าย ด้าน ฮูโก บรูส์ เฮดโค้ชทีมชาติแอฟริกาใต้ จะไม่มียายา ซิลโฮล และเธมบา ซเวน ที่ติดโทษแบนหลังจากโดนไล่ออกในเกมแพ้ เม็กซิโก 0-2 แต่ไม่น่ามีปัญหาในการจัดทัพส่งผู้เล่นที่ดีที่สุดลงมาวาดลวดลายแทน ตัวเล่นที่อยู่กันพร้อมหน้ามีไลส์ ฟอสเตอร์ กองหน้าตัวเก่ง และอิคราม เรย์เนอร์ส เป็นตัวทีเด็ดกลุ่มบี “นาฬิกา” สวิตเซอร์แลนด์ ทีมจ่าฝูงกลุ่มจากทวีปยุโรป พบกับเพื่อนร่วมทวีป บอสเนีย และเฮอร์เซโกวินา บ๊วยของตาราง เกมนี้ฟาดแข้งกันที่ลอสแอนเจลิส สเตเดียม ลอสแอนเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา วันที่ 18 มิ.ย. เวลา 12.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นตรงกับประเทศไทย วันที่ 19 มิ.ย. เวลา 02.00น. ช่องโมโนแม็กซ์ถ่ายทอดสด รูปเกมเชื่อว่าทั้งสองทีมสู้กันเต็มที่เพราะนัดแรกเสมอมาทั้งคู่ ถ้ายังเก็บได้แค่แต้มเดียวโอกาสต้องไปลุ้นเข้ารอบนั้นริบหรี่แน่นอน มูรัต ยาคิน เทรนเนอร์สวิตเซอร์แลนด์ ยึดผู้เล่นจากเกมเสมอกาตาร์ 1-1 ลงสนาม กรานิต ซาคา กัปตันทีมบัญชาเกมกลางสนาม โดยมีรูเบน วาร์กัส, บรีล เอ็มโบโล และแดน เอ็นดอย ผนึกกำลังเป็น 3 ประสานล่าตาข่าย ด้านเซอร์เก บาบาเรซ เทรนเนอร์ทีมชาติบอสเนียฯ สภาพทีมค่อนข้างพร้อม ยึดผู้เล่นจากเกมเสมอแคนาดา 1-1 ลงสนาม แนวรุกวาง โจโว ลูคิช, เอร์เมดิน เดมิโรวิช ยืนเป็นคู่หัวหอก ส่วนเอดิน เชโก กองหน้ากัปตันทีมวัย 40 ปี ตัวเก๋าเป็นตัวสำรองปิดท้ายกันที่อีกคู่กลุ่ม บี “ใบเมเปิ้ลสีแดง” แคนาดา เจ้าภาพร่วมอันดับ 2 ของตาราง ดวลกับกาตาร์ ทีมแกร่งจากเอเชียอันดับ 3 ฟาดแข้งกันที่ลอสแอนเจลิส สเตเดียม แคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา วันที่ 18 มิ.ย. เวลา 15.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นตรงกับประเทศไทย วันที่ 19 มิ.ย. เวลา 05.00 น. ช่องโมโนแม็กซ์ถ่ายทอดสด นัดนี้ทั้งสองทีมต้องการ 3 แต้ม การันตีเข้ารอบต่อไป เจสซี มาร์ซ กุนซือทีมชาติแคนาดาเจ้าถิ่น ได้อัลฟอนโซ เดวิส กัปตันทีม หายเจ็บกลับมาพร้อมลงสนามอีกครั้ง ส่วนตำแหน่งอื่นๆไม่เปลี่ยนแปลงจากเกมเสมอกาตาร์ 1-1 แดนหน้าวางโจนาธาน เดวิด ผนึกกำลัง ทานี โอลูวาเซยี เจาะกองหลังคู่แข่ง ด้านฆูเลน โลเปเตกี เทรนเนอร์ชาวกระทิงดุคุมทีมกาตาร์ ยึดผู้เล่นเกมเสมอสวิตเซอร์แลนด์ 1-1 ตัวหลักอยู่กันพร้อมหน้ามี ยุสซุส อับเดลราซซัค, อัสซิม มาดิโบ, เอดมิลสัน จูเนียร์ และอัคราม อาฟิฟ เป็นตัวทีเด็ดอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่