“นายกฯหนู” สวมบท “เซลส์แมน” ขายตรงอีอีซี แจงเหตุปลด “พิพัฒน์” พ้นวงโคจร ไร้ปมขัดแย้ง ยันดึงกลับมาคุมเองเพื่อดันเป็นเรือธงดึงดูดนักลงทุน ขึ้นโชว์ปาฐกถา ชูศักยภาพไทยศูนย์กลางเชื่อมโยงอาเซียน-รัสเซีย ตั้งทีมพร้อมเจรจา UNCLOS “พิพัฒน์” ยันภูมิใจไทยไร้รอยร้าว ไม่เกี่ยวแก้สัญญารถไฟ 3 สนามบิน รมช.มท.กาหัว จนท.รัฐมีเอี่ยวต้องรับกันไป “ไชยชนก” ท้าฝ่ายค้านสอบ ย้ำความรับผิดชอบให้ดูตามสัดส่วน ปรี่คุย “ไอซ์” กลางสภาฯ “รักชนก” โพสต์แจงจี้ถามบริษัทรับงานรู้ตัวก่อนมีทีโออาร์ “ลิซ่า” ฉะละครปาหี่ “ภูเก็ต” ซัด “ระบอบน้ำเงิน” เขียนบทกินรวบฝั่งอันดามัน “พลอยทะเล” โต้ไม่ใช่ละครตบตา “มงคล” ปิดปากสนิทปมโพยฮั้ว สว. “แสวง” งัด พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลฯขู่คนเผยคลิป ปชป.รุมแฉจัดซื้อ กทม. ลากไส้ซอยงบกว่า 3.8 หมื่นโครงการ ปีเดียวฟันยับ 5.2 หมื่นล้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย ชี้แจงเหตุมติ ครม.ปลดนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและ รมว.คมนาคม พ้นจากกำกับดูแลอีอีซี นำกลับมาดูแลเอง ไม่ใช่เรื่องความขัดแย้งภายในรัฐบาล แต่ต้องการดันเป็นโครงการเรือธงนำไปขายให้ชาวต่างชาติ หวังดึงดูดนักลงทุนทั่วโลกหันหัวเรือมาที่ไทย“หนู” เป็น “เซลส์แมน” ขายตรง EECเมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 17 มิ.ย. (ตามเวลาท้องถิ่นเมืองคาซาน สหพันธรัฐรัสเซีย ช้ากว่าประเทศไทย 4 ชั่วโมง) ณ โรงแรมที่พัก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจว่า ศักยภาพด้านการลงทุนในพื้นที่ EEC หรือโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor) ช่วงเวลานี้เป็นจังหวะสำคัญในการทำการตลาดให้กับ EEC ที่ผ่านมารัฐบาลดำเนินการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานจนพร้อมแล้ว จังหวะต่อไปคือการตลาด เพื่อส่งเสริมการลงทุนใน EEC จะขอสวมบทบาทนักการตลาดให้กับประเทศ เพราะเดินทางบ่อย มีโอกาาสพบปะเจรจาพูดคุยกับผู้นำประเทศ นักลงทุน และภาคเอกชนต่างประเทศหลายครั้ง หลายโอกาส อยากถือโอกาสช่วยจับคู่ทางธุรกิจ เพราะการเยือนไม่ใช่คุยแค่ความสัมพันธ์ ต้องเป็นจังหวะสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้ประเทศไทยมากที่สุดยันดึงกลับมาคุมเองไม่ได้ขัดแย้งนายอนุทินกล่าวถึงกรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติรับทราบยกเลิกไม่ให้นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม กำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) แล้วว่า ดึงกลับมาดูแลเอง ไม่ได้ขัดแย้งกับนายพิพัฒน์ เนื่องจากอีอีซีมีความพร้อมในเรื่องของระบบขนส่งและคมนาคมแล้ว จากนี้เป็นขั้นตอนการนำเสนอขายให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนในนิคม เพื่อตั้งโรงงานการผลิต มหาวิทยาลัย หรือตั้งเมืองธุรกิจใหม่ๆ ตนเชี่ยวชาญด้านการตลาดมากกว่า อีกทั้งยังมีโอกาสพบกับผู้นำหลากหลายประเทศ รวมถึงภาคเอกชนและภาคธุรกิจทั่วโลกมากกว่า จึงนำมาดูแลเองเพื่อสร้างโอกาสในการจับคู่ธุรกิจ และอาศัยช่วงเวลาที่เดินทางมาปฏิบัติภารกิจในต่างประเทศ นำเสนอประเทศไทยและพื้นที่อีอีซีให้มากที่สุด ยืนยันคำสั่งดังกล่าวไม่ใช่การลดบทบาทนายพิพัฒน์ เพราะนายพิพัฒน์มีงานจำนวนมาก ถือเป็นการช่วยกันทำงานชูศักยภาพไทยศูนย์กลางเชื่อมโยงต่อมาเวลา 10.00 น. ที่ห้อง Hall 1 ชั้น 2 Bashir Rameev IT Park เมืองคาซาน นายอนุทินเข้าร่วมงาน ASEAN-Russia Business Forum ร่วมกับนายเล มิญ ฮึง นายกฯเวียดนาม และดาโต๊ะ เซอรี อันวาร์ อิบราฮิม นายกฯมาเลเซีย นายอนุทินกล่าวปาฐกถาว่า ประเทศไทยมีศักยภาพการเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนระหว่างรัสเซียกับภูมิภาคอาเซียน ขอเชิญชวนภาคธุรกิจรัสเซียใช้ไทยเป็นฐานขยายโอกาสสู่ตลาดอาเซียนที่มีประชากรกว่า 700 ล้านคน ปี 2569 มีความสำคัญเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นวาระครบรอบ 35 ปีความสัมพันธ์อาเซียน-รัสเซีย ท่ามกลางบริบทเศรษฐกิจโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และในปี 2570 ไทยและรัสเซียจะครบรอบ 130 ปีความสัมพันธ์ทางการทูต เป็นโอกาสสำคัญในการต่อยอดความร่วมมือระหว่างกัน“พิพัฒน์” ยันภูมิใจไทยไร้รอยร้าวนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม กล่าวถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติยกเลิกไม่ให้กำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ว่า ไม่ทราบคำสั่งดังกล่าว เป็นการอ่านผ่านในที่ประชุม ครม.ให้รับทราบ ต้องไปถามนายกฯ เมื่อถามว่าเป็นการลดบทบาทหรือไม่ นายพิพัฒน์ตอบว่า ไม่ ถือว่าทุกคนทำหน้าที่ได้เท่ากัน หลังจากนี้นายกฯคงมอบหมายงานอื่น เมื่อถามว่านายกฯยังไม่ได้แจ้งเหตุผลในการดึงอีอีซีไปดูแลเองใช่หรือไม่ นายพิพัฒน์ตอบว่า ขอให้รอนายกฯกลับจากรัสเซีย เมื่อถามว่าไม่เกี่ยวข้องกับการไม่แก้ไขสัญญาของภาคเอกชน กรณีรถไฟ 3 สนามบินใช่หรือไม่ นายพิพัฒน์ตอบว่า ไม่ทราบเหตุผล เมื่อถามย้ำว่าจะเป็นรอยร้าวภายในพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ นายพิพัฒน์รีบปฏิเสธว่า ไม่ บทบาทของใครก็ของคนนั้น เราทำได้ทุกหน้าที่ไม่ใช่ปัญหา รอยร้าวไม่มีเกิดขึ้นในพรรคภูมิใจไทยและไม่เกี่ยวกับว่าพรรคใหญ่ขึ้นหวังปัดฝุ่นอีอีซีฟื้นนโยบายเรือธงผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า เบื้องหลังของคำสั่งมาจากการพูดคุยกันระหว่างนายอนุทินและนายพิพัฒน์เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยนายกฯวางสถานะเป็นหัวหน้าทีมขายโครงการประเทศไทย ใช้อีอีซีเป็นโปรเจกต์นำไปขายกับนักลงทุนต่างประเทศ โดยจะนำเสนอในมุมมองใหม่ พร้อมตั้งเป้าหมายให้เป็นศูนย์กลางความมั่นคงทางอาหารโลก และเป็นศูนย์กลางการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ ต้องมีการประสานงานร่วมกับหลายหน่วยงาน นายกฯจึงเห็นความจำเป็นที่ต้องดึงกลับมาดูแลโดยตรง“วรศิษฎ์” ลุยปราบอิทธิพลทุกพื้นที่นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย กล่าวถึงข้อสั่งการนายกรัฐมนตรีให้ 3 รมช.มหาดไทย เร่งปราบปรามผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ จ.ภูเก็ต ว่า ไม่ใช่แค่ จ.ภูเก็ต แต่ทุกที่ที่มีประเด็นเรื่องนี้ ทั้ง จ.ภูเก็ต เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี และ จ.กระบี่ ตอนนี้ทุกคนเร่งทำงานกันอยู่ เราทำหมดทุกพื้นที่ เราจะยอมให้คนบางกลุ่มมาใช้อำนาจไม่ดีรังแกคนอื่นไม่ได้ เมื่อถามว่านายกฯติดใจพื้นที่ภูเก็ต เพราะลงพื้นที่เองแล้วแต่ไม่มีความคืบหน้า นายวรศิษฎ์ตอบว่า ไม่ใช่ไม่คืบหน้า สิ่งที่นายกฯลงไปอยู่ในกระบวนการ แต่ปรากฏยังมีคนบางกลุ่มที่ยังมีพฤติกรรมไม่เกรงกลัวกฎหมายอยู่ เลยค่อนข้างซีเรียสกาหัว จนท.รัฐมีเอี่ยวต้องรับกันไปผู้สื่อข่าวถามว่าหลังดึงคนมีปัญหาออกจากพื้นที่แล้วส่งคนใหม่ไปจะมีความคืบหน้าหรือดีขึ้นหรือไม่ นายวรศิษฎ์ตอบว่า เราหวังผลดีขึ้นแน่นอน สถานการณ์ที่ภูเก็ตขณะนี้ มีความวุ่นวายอยู่พอสมควร ฉะนั้นทีมที่นายกฯส่งเข้าไปทำงาน เราคาดหวังในผลสัมฤทธิ์มาก เมื่อถามว่าจะใช้กรอบเวลานานแค่ไหนเพื่อให้เห็นผล นายวรศิษฎ์ตอบว่า ไม่มีกรอบ ต้องเร็วที่สุด เท่าที่ได้ยินข้อมูลมาไม่ใช่เฉพาะฝ่ายบริหาร ตอนนี้ฝ่ายนิติบัญญัติเองก็เข้ามาให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ มีกรรมาธิการหลายคณะเตรียมลงไปตรวจสอบ เมื่อถามว่าหลายคนกังวลเรื่องเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องกับผู้มีอิทธิพลและยังอยู่ได้ในพื้นที่ นายวรศิษฎ์ตอบว่า ถ้ามีคนเข้าไปเกี่ยวข้องและพิสูจน์ได้ ก็รับกันไป หากทำให้กลุ่มผู้มีอิทธิพลยังอยู่ตรงนั้นได้ ก็คงอยู่ไม่ได้ นโยบายนายกฯสั่งการมาชัดเจนเรื่องเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง ใครทำก็ต้องรับ“ไชยชนก” ท้าฝ่ายค้านสอบได้เลยที่ทำเนียบรัฐบาล นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงกรณีฝ่ายค้านเตรียมยื่นตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport ทันทีที่มีการเปิดให้ลงทะเบียนว่า สามารถยื่นได้เลย ไม่ต้องรอให้โครงการเริ่ม ให้ปลัดกระทรวงดีอี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบแล้ว พบว่าถูกต้องตามระเบียบทุกอย่าง จึงไม่กังวล ต้องขอบคุณฝ่ายค้าน แต่ไม่มีทางเป็นไปได้ที่รัฐมนตรีจะรู้ทุกขั้นตอน ทุกรายละเอียดของโครงการ ตอนแรกคิดว่าเป็นประเด็นการเมืองอย่างเดียว เพราะเริ่มจากคำถามว่าใช้งบคุ้มค่าหรือไม่ มีคุณภาพหรือไม่ พอมาถึงจุดนี้ก็เห็นแล้วว่าผลิตภัณฑ์มีคุณภาพและใช้งบคุ้มค่า สุดท้ายก็ถูกโยกไปตั้งคำถามเรื่องทีโออาร์ เมื่อเห็นว่าทำตามระเบียบก็ไปพูดเรื่องภาคเอกชน ยังยืนยันว่านโยบายที่มอบไปยึดประโยชน์ประชาชนชี้ความรับผิดชอบดูตามสัดส่วนเมื่อถามว่าฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกตหากมีข้อผิดพลาด ผู้ที่รับผิดชอบคือข้าราชการประจำ รัฐมนตรีจะรับผิดชอบด้วยหรือไม่ นายไชยชนกตอบว่า ต้องดูตามสัดส่วนที่มีความเกี่ยวข้อง ตนเข้ามาดูมอบนโยบาย พร้อมตรวจสอบและรับฟังความเห็นเพิ่มเติม แม้ทำประชาพิจารณ์มาแล้วก็ตาม ส่วนอื่นที่มีความกังวลต้องเป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการ ส่วนตัวคิดว่านโยบายคือรัฐมนตรีไม่สามารถเข้ามาแทรกแซงกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างได้ แล้วจะให้รัฐมนตรีมาร่วมรับผิดชอบด้วย ต้องดูตามความเหมาะสม และข้าราชการที่เกี่ยวข้องได้ยืนยันแล้ว ตนก็เชื่อมั่นตามที่เขายืนยัน เมื่อถามว่าสิ่งที่ตั้งคำถามคือไม่อยากให้รัฐมนตรีโยนหรือผลักภาระให้ข้าราชการประจำ นายไชยชนกตอบว่า ไม่ใช่การโยน เรามีสัดส่วนที่ต้องรับผิดชอบไม่เหมือนกันปรี่เข้าคุยกับ “ไอซ์” กลางวงสภาต่อมาที่รัฐสภา ระหว่างการประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อพิจารณาพิธีสารและกรอบความตกลงทางการค้าเสรีกับประเทศต่างๆ นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี ได้เดินเข้าไปพูดคุยกับ น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ถึงโซนที่นั่งพรรคประชาชน มีบางช่วง น.ส.รักชนกได้หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดให้นายไชยชนกดู ทั้งคู่พูดคุยกันเพียงช่วงสั้นๆ ระหว่างนั้นนางนันทนา สงฆ์ประชา สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย จะเดินเข้ามาร่วมวง แต่นายไชยชนกเดินโอบไหล่พานางนันทนาเดินกลับไปยังที่นั่ง ทั้งนี้ การพูดคุยดังกล่าวได้รับความสนใจจากสื่อมวลชน เนื่องจากเกิดขึ้นในระหว่างที่น.ส.รักชนกและ สส.พรรคประชาชน กำลังเปิดประเด็นไล่บี้ให้ยกเลิกโครงการ TH-AI Passport ของกระทรวงดีอี เนื่องจากถูกวิพากษ์วิจารณ์มีความไม่โปร่งใสในการดำเนินการโพสต์ชี้แจงเนื้อหาพูดคุย รมว.ดีอีจากนั้น น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. โพสต์เฟซบุ๊กชี้แจงการพูดคุยกับนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี กลางที่ประชุมสภาฯว่า ได้เจอกันในห้องประชุมเลยถามนายไชยชนกว่า 1.พรุ่งนี้ที่ กมธ.ติดตามงบประมาณ เชิญร่วมประชุมมาไหม คำตอบคือไม่มา ให้ปลัดมา 2.ไม่คิดทบทวนยกเลิกโครงการหรือ แต่ไม่ตอบ 3.เห็นหลักฐานล่าสุดที่เปิดให้ดูแล้วหรือยังว่าโครงการเริ่มทำตั้งแต่เดือน ต.ค.2568 ตอบว่ายังไม่เห็น เลยเปิดมือถือให้ดูว่ามีหลักฐานยืนยันว่าโครงการนี้เริ่มทำก่อนจะมีทีโออาร์ ซึ่งไม่ใช่เรื่องปกติ นี่คือพฤติกรรมส่อไปในทางคอร์รัปชัน เรื่องมีแค่นี้ ส่วนใครที่เห็นรูปแล้วคิดไปไกลว่ามีการดีลอะไรกันหรือเปล่า ต้องยืนยันว่าโอกาสที่จะได้เจอรัฐมนตรีไม่ง่าย ตั้งกระทู้ถามก็ไม่ค่อยมาตอบ เชิญมาชี้แจงในกรรมาธิการก็ไม่มา มีโอกาสแบบนี้แหละที่ได้คุยกัน “สำหรับใครที่แซวแล้วส่อไปในเชิงชู้สาว อยากให้ลองคิดว่าถ้าเป็นน้องสาว พี่สาว เป็นแม่ เป็นแฟนสาว หรือเป็นใครในชีวิตที่คุณรัก โดนแซวแบบนี้คุณจะชอบไหม หรือคุณจะร่วมผสมโรงด้วยไหม”ฉะระบอบน้ำเงินจ้องรวบอันดามันช่วงสาย นายวรพงศ์ ยูระหมาน ผู้ก่อตั้งเพจข่าว “โหดจังจังหวัดภูเก็ต” เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อ น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรค ปชน. ประธาน กมธ.การพัฒนาการเมือง สภาฯ กรณีถูกผู้มีอิทธิพลรายหนึ่งฟ้องร้องดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ น.ส.ภคมนกล่าวว่า ผู้มีอิทธิพลดังกล่าวไม่ใช่คนใหม่ แต่เกี่ยวข้องกับข่าวการย้ายรองผู้ว่าฯซีฟู้ด นายกฯยังพูดในที่ประชุมกระทรวงมหาดไทยว่า รองผู้ว่าฯดังกล่าวมีคนสนิทเกี่ยวข้องกับการเรียกรับผลประโยชน์ และบุกรุกที่สาธารณะ และคนที่ฟ้องสื่อท้องถิ่นวันนี้เป็นคนใกล้ชิดของคนนั้น การย้ายรองผู้ว่าฯเป็นเพียงละครฉากหนึ่ง เพื่อนำไปสู่การวางอำนาจใหม่ในจังหวัดเท่านั้น การย้ายแค่หัว แต่หางยังอยู่ คิดหรือว่าจะไม่เสิร์ฟเครื่องบรรณาการเหมือนเดิม คนถูกย้ายน่าจะดีใจที่สุดในโลกแล้ว ย้ายกันยังไงให้คนถูกย้ายดีใจ ฉากละครสำคัญวันนี้เล่นไม่เนียน ผู้เขียนบททำไม่ละเอียด ฉากละครที่ต้องติดตามต่อไปคือการวางอำนาจใหม่ในภูเก็ต เปิดแผนที่ดูได้เลยภาคใต้ฝั่งอันดามันยกเว้นจังหวัดภูเก็ตเท่านั้น ที่พรรค ภท.ยังไม่สามารถยึดครองได้ ดังนั้นการย้ายผู้ว่าฯวันนี้ คือการวางอำนาจใหม่ของระบอบสีน้ำเงินในการเลือกตั้งครั้งต่อไป จะยึดอันดามันให้ได้ทั้งหมดคาดหวังรัฐบาลจะมีเอกภาพกว่านี้เมื่อถามว่าปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งบอกว่าเป็นการวัดพลังจะนำไปสู่รอยร้าวในพรรค ภท.หรือไม่ ล่าสุดนายกฯก็เอาอีอีซีกลับไปดูเอง น.ส.ภคมนตอบว่า ไม่แน่ใจว่า รมว.คมนาคมงานล้นมือจริงหรือไม่ นายกฯอาจเห็นแล้วว่าการบริหารจัดการปัญหาอีอีซี และการนำเรื่อง พ.ร.บ.SEC เข้ามา อาจถูกตั้งคำถาม และถูกต่อต้านจากประชาชนในพื้นที่เพิ่มขึ้น อาจแบ่งเบาภาระ รมว.คมนาคม แต่ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นเป็นภาระของพวกท่านไปจัดการให้เสร็จว่าใครควรใหญ่กว่าใคร คาดหวังว่านายกฯ จะสามารถนำ ครม.และรัฐบาลพรรค ภท. เป็นเอกภาพมากกว่านี้ ไม่ใช่ให้กำลังใจ ไม่ได้รักอะไรขนาดนั้น เพียงแต่คาดหวังให้ประชาชนคนไทยทั้งประเทศได้รับผลประโยชน์บ้างจากการขึ้นมาเป็นรัฐบาลของพรรค ภท.ในวันนี้“พลอยทะเล” โต้ไม่ใช่ละครตบตาด้าน น.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกฯและรัฐบาลต้องการให้ปัญหาในพื้นที่ จ.ภูเก็ต ได้รับการแก้ไขโดยเร็ว จึงจำเป็นต้องสลับคนใหม่เข้ามา เพื่อมุมมองใหม่ๆ สามารถแก้ไขปัญหาให้เกิดผลเป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น การย้ายครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องผลประโยชน์ แต่เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ในภูเก็ตได้รับการแก้ไขมากขึ้น ไม่ใช่ละครตบตา หรือเรื่องผลประโยชน์อย่างที่ น.ส.ภคมนเข้าใจ“เสี่ยหนู” ขีดเส้น 1 ปี ประเมินผลงานผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคภูมิใจไทยว่า หลังถูกโจมตีจากหลายประเด็นทางการเมืองทั้งโครงการ TH-AI Passport ปัญหาที่ดินเขากระโดง การแก้ไขปัญหาผู้มีอิทธิพลและนอมินีต่างชาติในพื้นที่ จ.ภูเก็ต ฯลฯ แต่บรรดารัฐมนตรี ประธาน กมธ.สัดส่วนพรรคภท. 14 คณะ รวมถึง สส.พรรคยังไม่ได้ออกมาช่วยชี้แจงหรือแสดงผลงานที่เป็นรูปธรรมนัก ส่งผลให้พรรคถูกวิพากษ์วิจารณ์กระทบต่อความน่าเชื่อถือ ล่าสุดนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ภท. กำชับให้รัฐมนตรี ประธาน กมธ. สส. และผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองของพรรค เร่งขับเคลื่อนการทำงานและสร้างผลงาน โดยตีกรอบประเมินผลภายในระยะเวลา 1 ปี หากใครมีผลงานไม่เป็นไปตามเป้าที่วางไว้ จะมีการปรับเปลี่ยนทั้งในระดับรัฐมนตรี ประธาน กมธ.และตำแหน่งต่างๆ เพื่อเปิดโอกาสให้คนอื่นเข้ามาทำแทน โดยไม่ยึดติดกับการจัดสรรโควตาตามแนวทางเดิม“มงคล” ปิดปากสนิทปมโพยฮั้ว สว.วันเดียวกัน นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ปฏิเสธให้สัมภาษณ์กรณีนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน นำคลิปวันเลือก สว.ระดับประเทศมาเปิดเผย มีการตั้งข้อสังเกตบุคคลในคลิปอาจเป็นนายมงคล ที่กำลังยื่นโพยให้เจ้าหน้าที่ กกต. นายมงคลรีบปัดว่า “ไปถามเขาดูสิมาถามผมทำไม” เมื่อถามย้ำว่าสรุปใช่คนในคลิปหรือไม่ นายมงคลไม่ตอบ มีทีมงานติดตามนายมงคลเข้ามาตัดบทว่า “ขอแค่นี้”“แสวง” งัด พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลฯขู่นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบคดีฮั้ว สว. หลังฝ่ายค้านเปิดคลิปการเดินเก็บโพยในวันเลือก สว.ระดับประเทศว่า ตอบได้เพียงขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ คลิปที่ฝ่ายค้านนำมาเปิดเผยนั้นมีเรื่องการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมายอยู่ หากข้อมูลเป็นของหน่วยงานใดก็ต้องรับผิดชอบ ข้อมูลนี้อยู่ในส่วนของการครอบครองสำนักงานหรือไม่ และมีการนำไปเปิดเผยได้อย่างไร กกต.ต้องมีการพิจารณา เพราะอาจมีผู้ได้รับผลกระทบ พร้อมย้ำว่า พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลบังคับใช้มาประมาณ 2-3 ปีแล้วดีเอสไอยังไม่สอบพยาน “เก็บโพย”พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึงกรณีนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.พรรคประชาชน เปิดคลิปฮั้ว สว.วันเลือกระดับประเทศ พบภาพเจ้าหน้าที่ กกต.เดินเตือนผู้สมัครให้เก็บโพยคืนว่า คลิปดังกล่าวที่มีการเผยแพร่ตามสื่อ ยืนยันว่าคณะพนักงานสอบสวนดีเอสไอยังไม่เคยสอบปากคำเจ้าหน้าที่ กกต. เนื่องจากเมื่อครั้งที่กลุ่ม สว.สำรอง นำพยานหลักฐานมามอบให้ ไม่ได้ระบุบ่งชี้ว่าเจ้าหน้าที่ที่ปรากฏในคลิปวิดีโอเป็นใคร เป็นเหตุให้คณะพนักงานสอบสวนไม่ได้สอบปากคำเจ้าหน้าที่ กกต. ในฐานะพยานไว้ในสำนวนการสอบสวนคดีอาญาอั้งยี่-ฟอกเงิน ปัจจุบันสถานะคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน คดีฮั้วเลือก สว.ของดีเอสไอ อยู่ระหว่างการสอบสวนเพิ่มเติมตามคำสั่งอัยการคดีพิเศษ ก่อนมีความเห็นสรุปสำนวนสั่งฟ้องผู้ต้องหาไปยังพนักงานอัยการคดีพิเศษ“ดร.โจ” ลั่นขอฮึดสู้ช่วงโค้งสุดท้ายที่ถนนสุขสวัสดิ์ เขตราษฎร์บูรณะ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ช่วยหาเสียง ลงพื้นที่ช่วยนายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และนายปิยวัช รังผึ้ง ผู้สมัคร ส.ก. หาเสียงเชิญชวนประชาชนให้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯ และ ส.ก. ต่อมานายธนาธรให้สัมภาษณ์ถึงกระแสนายชัยวัฒน์ ที่ยังตามเป็นอันดับ 2 ว่า ฝากประชาชนสนับสนุนพวกเรา สนับสนุนนายชัยวัฒน์ สนับสนุน ส.ก.พรรค ปชน.ในทุกเขต หวังว่าจะเข้าใจและเห็นถึงความตั้งใจของพวกเรา พวกเรามุ่งมั่นตั้งใจอยากทำให้กรุงเทพฯเป็นเมืองต้นแบบของจังหวัดต่างๆ เป็นเมืองที่สง่าผ่าเผยน่าภูมิใจของคนไทย นำเสนอผลงานการพัฒนาเมืองต่อชาวโลก ขอให้ไว้วางใจ ขอโอกาสให้นายชัยวัฒน์เข้ามาทำงานผลักดันขับเคลื่อนความก้าวหน้า ความเท่าเทียม ความเสมอภาคให้กับ กทม. เมื่อถามว่ายังฮึดสู้ไปจนถึงวันหาเสียงวันสุดท้ายหรือไม่ นายชัยวัฒน์ตอบว่า แน่นอนเราทำเต็มที่ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันสุดท้าย 28 มิ.ย.นี้คนที่จะตัดสินคือประชาชนคนกรุงเทพฯ เราจะทำทุกวันให้ดีที่สุด ทั้งตัวของตนเองและ ส.ก.ทั้ง 50 คนปชป.รุมแฉจัดซื้อจัดจ้าง กทม.ขณะที่นายกรณ์ จาติกวณิช พร้อมนางการดี เลียวไพโรจน์ นายสกลธี ภัททิยกุล นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. ร่วมแถลงผลการตรวจสอบผ่านแพลตฟอร์ม “ส่องรัฐ” ในหัวข้อ “ส่องรัฐ จับตาการจัดซื้อจัดจ้าง กทม.” นายสกลธีกล่าวว่า สืบเนื่องจากข้อสงสัยในการบริหารงานของกรุงเทพมหานคร แม้โพลหลายสำนักจะสะท้อนว่าการทำงานเป็นที่พอใจ แต่ในด้านทุจริต สื่อมวลชนหลายแห่งกลับตั้งคำถามรุนแรงว่าสอบตก ทีมพรรคประชาธิปัตย์จึงใช้แพลตฟอร์มส่องรัฐ เข้าตรวจสอบข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างที่เปิดเผยต่อสาธารณะ พบพฤติกรรมที่ต้องตั้งคำถามถึงผู้บริหาร กทม.ชุดที่ผ่านมา หลังพบความผิดปกติ ในการบริหารงบประมาณช่วงปี 2568-2569 มีข้อสังเกตถึงความโปร่งใสลากไส้ซอยงบกว่า 3.8 หมื่นโครงการนางการดีกล่าวว่า พบข้อมูลเชิงสถิติที่น่าตกใจว่า จากโครงการที่ตรวจสอบได้ของ กทม. แค่ 1 ปี มีถึง 43,178 โครงการ วงเงินรวม 52,380 ล้านบาท พบว่าสูงถึง 92.8% เป็นการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีเฉพาะเจาะจง รวม 40,054 โครงการ คิดเป็นมูลค่ากว่า 13,370 ล้านบาท ตามกฎหมายวิธีนี้ใช้ได้เฉพาะกรณีเร่งด่วน หรือมีความจำเป็นเฉพาะตัวเท่านั้น แต่กลับพบว่าโครงการถึง 38,945 โครงการ มีมูลค่างานต่ำกว่า 5 แสนบาท เข้าข่ายการแบ่งซอยย่อยโครงการเพื่อหลีกเลี่ยงการประกวดราคาที่โปร่งใส และแข่งขันอย่างเป็นธรรม และยังพบโครงการก่อสร้างศูนย์การแพทย์โรงพยาบาลกลาง มูลค่า 4,000 ล้านบาท มีผู้เข้าประมูลเพียง 2 ราย เสนอราคาต่างกันเพียง 1 ล้านบาท เป็นประเด็นที่ต้องตรวจสอบอย่างเข้มข้นต่อไปเครือข่ายนิรโทษกรรมบี้สิทธิรักษาอีกเรื่อง นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ประธานกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร รับหนังสือจาก น.ส.ณัฏฐธิดา มีวังปลา เครือข่ายนิรโทษกรรมประชาชนเรียกร้องคืนสิทธิการประกันตัวให้นายเอกชัย หงส์กังวาน ผู้ต้องขังในคดีการเมือง ที่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ น.ส.ณัฏฐธิดากล่าวว่า นายเอกชัยถูกขังในเรือนจำตั้งแต่วันที่ 5 ก.ย.2568 พบมีอาการต่อมลูกหมากโต ตับโต ม้ามโต มีภาวะสโตรกหลายครั้ง กังวลกรณีนายเอกชัยอาจซ้ำรอยคดีอากง นายอำพล ตั้งนพกุล ที่ถูกสั่งฟ้องข้อหาคดีมาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ที่ป่วยเป็นมะเร็ง ไม่ได้รับการรักษาจนเสียชีวิต การเรียกร้องครั้งนี้ไม่ได้เฉพาะบุคคลใด แต่เป็นสิทธิผู้ต้องขังทุกคนในเรือนจำ นายรังสิมันต์กล่าวว่า เรื่องสิทธิรักษาพยาบาล ผู้ต้องขังทุกคนควรได้รับการดูแลรักษาที่ดีเพียงพอ เป็นบรรทัดฐานให้นักโทษเข้าถึงสิทธิได้ ก่อนหน้านี้ กมธ.ไปที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร และกระทรวงยุติธรรม หนึ่งในประเด็นที่เป็นห่วงมากคือสิทธิผู้ต้องขังในมิติต่างๆ เป็นห่วงสุขภาพนายเอกชัยหากไม่ได้รับการรักษาที่ดีพอ ไม่น่าจะมีผลลัพธ์ที่ดี อาการป่วยน่าเป็นห่วงจริงๆอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่