บรรยากาศในตลาดพระช่วงนี้เห็นได้ว่าส่วนใหญ่ก็หน้าตาสบายใจกันขึ้น เพราะพรุ่งนี้เป็นวันหวยออกด้วย และยังเป็นวันแรกที่ประชาชนไทย 30 กว่าล้านจะได้ใช้สิทธิ์ ไทยช่วยไทยพลัส กันแล้วถึงแม้ตลาดพระจะไม่ได้เข้าร่วมโครงการนี้ แต่ครอบครัวชาวพระ ที่หลายคนให้ลูกเมียเปิดร้านอาหาร ร้านเครื่องดื่ม และร้านค้าขายเล็กๆที่อยู่ในขอบข่ายของ ไทยช่วยไทยพลัส ก็จะขายดีขึ้น เหมือนตอนมีโครงการคนละครึ่ง ทำให้ครอบครัวมีรายได้มากขึ้นต่อเข้าไปดูพระเครื่องของเรากัน องค์แรกเป็น พระสมเด็จ พิมพ์ใหญ่องค์ “ครูเอื้อ” วัดระฆังฯ กรุงเทพฯ ของ “เฮียหนึง”ปรีดา อภิปุญญา ชื่อนี้เซียนรู้จักกันทั้งวงการ พระสมเด็จ พิมพ์ใหญ่ องค์ “ครูเอื้อ” วัดระฆังฯ ของ “เฮียหนึง” ปรีดา อภิปุญญา.เป็น “พระสมเด็จ” องค์แชมป์ในทำเนียบพระองค์ครู เพราะฟอร์มทรงสมส่วน พิมพ์พระชัด ลึกเต็มพิมพ์ เส้นศิลป์เต็มสมบูรณ์ ผิวเนื้อละเอียดหนึกแน่น เนียนตา เนื้อในมีมวลสารครบสูตร รอยตัดขอบข้างมาตรฐาน รอยปาด รอยปริ ด้านหลังแบบ “หลังกระดาน” บอกว่าเป็นวัดระฆังฯ ฝั่งเดียว ที่เรียกกันว่าองค์ “ครูเอื้อ” ตามชื่อเจ้าของ เดิมคือ ครูเอื้อ สุนทรสนาน เจ้าของวงดนตรีสุนทราภรณ์ ที่มีชื่อเสียงในยุคปี ๒๐จนเกิดสมบัติผลัดกันชม และมาหยุดนิ่งกับ “เฮียหนึง” นักนิยมสะสมพระคนจริงที่เล่นพระด้วยใจรัก รู้คุณค่าพระสวย พระแท้อย่างลึกซึ้ง จนเป็นพระระดับเจ้ากรมที่มีพระหลักยอดนิยมองค์ดังชื่อขั้นองค์แชมป์ๆอยู่มากสุด รวมมูลค่าหลักพันล้าน พระปิดตาเมฆสิทธิ์ พิมพ์ต้อใหญ่ หลวงพ่อทับ วัดอนงค์ ของสมชาย เวโรจน์พิพัฒน์.องค์ที่สองเป็น พระปิดตาเมฆสิทธิ์ พิมพ์ต้อใหญ่ หลวงพ่อทับ วัดอนงคารามวรวิหาร กรุงเทพฯ พระปิดตายอดนิยม ที่เลื่องลือด้วยอานุภาพความศักดิ์สิทธิ์ ของเนื้อโลหะเมฆสิทธิ์ ที่สำเร็จด้วยวิชาเล่นแร่แปรธาตุของหลวงพ่อทับ พระเกจิฯอาวุโส ที่มีชื่อเสียงด้านวิชาอาคม อยู่ร่วมสมัย สมเด็จพระพุฒาจารย์ (นวม) เจ้าอาวาส ในฐานะพระลูกวัด ไม่ขอรับสมณศักดิ์นิยมการเล่นแร่แปรธาตุให้เป็นโลหะศักดิ์สิทธิ์ใช้สร้างตะกรุด ลูกอม และพระเครื่อง มากมายหลายแบบพิมพ์ ทั้งพระชัยวัฒน์ พระปางซ่อนหา และพระปิดตา อย่างองค์นี้ของ เสี่ยสมชาย เวโรจน์พิพัฒน์—เป็นพระปิดตาเนื้อเมฆสิทธิ์ ที่ได้รับความนิยมสูงสุดของวงการ พิมพ์มาตรฐาน สวยสมบูรณ์ เดิมๆ แท้ดูง่าย เป็นองค์ดาราแบบนี้ ราคาหลักแสนปลาย สมค่าอานุภาพ เสริมส่งดวงชะตา ราศีที่เลื่องลือว่าดีจริงๆ พระอุปคุต หลังยันต์ เนื้อสำริดเงิน ของอิทธิ ชวลิตธำรง.องค์ที่สาม ขอเสนอ พระอุปคุต หลังยันต์ เนื้อสำริดเงิน ศิลปะสมัยบายนของเขมร มีชื่อเป็นพระอรหันต์ผู้ทรงฤทธิ์ ด้านเสริมบารมีโชคลาภอยู่ในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราชมีตำนานว่า จำพรรษาอยู่ ณ ปราสาทแก้ว กลางทะเล ชาวพุทธจึงนิยมศรัทธาสร้างรูปเคารพบูชาเป็น ๓ ปาง คือ ๑.ปางพระบัวเข็ม (ถือดอกบัว) ๒.ปางจกบาตร (ล้วงบาตร) ๓.ปางปราบมาร—องค์นี้ของ เสี่ยอิทธิ ชวลิตธำรง เป็นปางพระบัวเข็ม หลังยันต์ ศิลป์สมัยบายน ของเขมร ที่มีเข้าสู่สยามประเทศตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ส่วนใหญ่เป็นเนื้อสำริด (เงิน) ปัจจุบันหาองค์ถึงยุคถึงศิลป์ดูเข้มขลังมีพลังอานุภาพแบบนี้ได้ยากมากๆ รูปเหมือนปั๊ม รุ่น ๒ อุดกริ่ง หลวงพ่อมุ่ย วัดดอนไร่ ของบอมเบย์ สุพรรณ.ต่อไป เป็น รูปเหมือนปั๊ม รุ่น ๒ (อุดกริ่ง) หลวงพ่อมุ่ย วัดดอนไร่ จ.สุพรรณบุรี สร้างออกปี พ.ศ.๒๕๑๒ ลักษณะเป็นรูปเหมือนปั๊มจำลององค์ท่าน ห่มผ้าจีวรลดไหล่ คาดรัดประคด นั่งสมาธิ ลอยองค์บนฐานเขียง มีอักษรบอกนาม หลวงพ่อมุ่ย วัดดอนไร่ ใต้ฐานเจาะรูบรรจุกริ่ง—องค์นี้ของ เสี่ยบอมเบย์ สุพรรณ เป็นบล็อกนิยม จมูกขีดสภาพสวยเช้งแชมป์ ราหูกะลาแกะ ทรงเสมา ยุคต้น หลวงพ่อน้อย วัดศีรษะทอง ของสมชาย เวโรจน์พิพัฒน์.อีกสำนักเป็น ราหูกะลาแกะ ทรงเสมา ยุคต้น หลวงพ่อน้อย วัดศีรษะทอง จ.นครปฐม เครื่องรางยอดนิยมแถวหน้า ทำจากกะลาตาเดียว มีชื่อเสียงได้รับความนิยมสูง ด้วยอานุภาพความศักดิ์สิทธิ์ด้านคุ้มครองป้องกันภัยเด่นสุดด้านเสริมดวงชะตา วาสนา บารมี ยิ่งใช้บูชาคู่กับ พระปิดตาเมฆสิทธิ์ วัดอนงค์ เชื่อถือกันว่าจะแก้ดวงชะตา ร้ายกลายเป็นดีได้ ปัจจุบันมีผู้แสวงหามาก โดยเฉพาะที่เป็นศิลป์นิยม ฝีมือมาตรฐาน ยุคต้น สภาพงามสมบูรณ์ ลายมือจารเลขอักขระ นะ ๑๒ โม ๒๑ บูชาคุณพ่อ–แม่ ถูกต้องครบตัว เนื้อกะลาแห้งเก่าอายุถึงยุค อย่างองค์นี้ของ เสี่ยสมชาย เวโรจน์พิพัฒน์ ราคาว่ากันหลายแสน ลูกอมสายสิญจน์ (พรหมจรรย์) หลวงปู่ยิ้ม วัดหนองบัว ของพีท เมืองกาญจน์.สุดท้ายเป็น ลูกอมสายสิญจน์ (พรหม จรรย์) หลวงปู่ยิ้ม วัดหนองบัว จ.กาญจนบุรี สร้างตามตำรับวิชาที่ท่านค้นคิดได้จากการมุ่งมั่นเรียนสรรพวิชาจากพระอาจารย์ที่ได้ชื่อเป็นพระเกจิฯแห่งยุค เช่น พระครูปลัดทิม วัดบางลี่น้อย หลวงปู่พ่วง วัดลิงโจน หลวงพ่อกลัด วัดบางพรหม หลวงปู่แจ้ง (กระดูกดำ) วัดประดู่ฯ หลวงปู่รอด วัดนายโรง หลวงปู่ทองเฒ่า วัดเขาอ้อ และหลวงปู่กลิ่น วัดหนองบัว เริ่มสร้างราวปี พ.ศ.๒๔๕๓ ด้วยการลงอักขระ พระคาถาหัวใจโลกธาตุ “อิทธิชันโต ชิโตอิทธิ ชันโตโลกะ ธาตุมะหิ อัตถะภาเวนัง นาทะยิ” ในกระดาษสายาว ๗ ใบมะขามเรียง (โพชฌงค์ ๗)ม้วนเป็นแกนกลางแล้วให้สาวพรหมจรรย์ ซึ่งสมัยนั้นยังมีเยอะ ไม่อยากเหมือนยุคนี้ นุ่งขาว ห่มขาว ถือศีล ๙ วัน พันสายสิญจน์วนขวาจนสุด ส่งให้ท่านพอกผงยา สวดเสกกำกับครบ ๑๐๘ จบ โยนเข้ากองไฟ ถ้าไม่ไหม้จึงใช้ได้นิยมเรียกเป็น “ลูกอมโลกธาตุ” หรือ ลูกอมพรหมจรรย์ อานุภาพโดดเด่นด้านเมตตามหาเสน่ห์ มหานิยมเป็นเลิศ มีทำเป็นตะกรุดลูกอม ด้วยแผ่นโลหะทอง นาก เงิน ได้รับความนิยมเป็นตะกรุดลูกอมยอดนิยม อันดับ ๑ จากอดีตถึงบัด nowเรื่องปิดท้ายของเราวันนี้ เล่าถึง ป้าสมพร วัย ๗๐ ปี ที่ตั้งใจไปแสดงตนขอใช้สิทธิ์ ตามโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส ที่ ธ.กรุงไทย สาขาในห้างฯใหญ่ที่มีคนต่อคิวยาวรอนานเป็นชั่วโมงก็ยังไม่ถึงคิว ก็รู้สึกท้อจึงเดินไปในมุมที่มีคนน้อย แล้วเอาพระที่คล้องคออยู่ใส่มือพนมขอคุณพระช่วยให้ลงทะเบียนได้สำเร็จก็มีคนรอคิวอยู่มาเห็นก็ทักว่า พระคงช่วยไม่ไหวหรอกป้า คนเยอะมากคงต้องมาใหม่พรุ่งนี้ ป้าฟังแล้วก็ยิ้ม ส่ายหน้าเซ็งๆ เวลาผ่านไปพักใหญ่ ป้าก็เดินยิ้มแฉ่งผ่านกลุ่มคนที่นั่งเฝ้ารอ ก็มีเสียงคนเดิมทักว่า รอไม่ไหวแล้วหรือป้า ป้ายิ้มหวานตอบว่าพระช่วยได้ ไม่ต้องรอแล้ว เพราะมีคนเห็นตอนฉันอธิษฐานมาขอดูพระ แล้วขอซื้อไปตั้ง ๕,๐๐๐ แน่ะ—ได้เงินทันที ไม่ต้องรอคิว ไม่ต้องแจ้งสิทธิ์ให้ยุ่งยากด้วย เจ้าค่ะ อามิตตพุทธ.สีกาอ่างคลิกอ่านคอลัมน์ "สนามพระ" เพิ่มเติม