แนวรบชิง “ช่องแคบฮอร์มุซ” ป่วนไม่สุด หยุดไว้ก่อน “สงครามโรคระบาดด่วนกว่า” สถานการณ์ “มหาประลัยอีโบลา” แทรกคิวมากระตุกต่อมผวาชาวโลก ขนาดมะกันขาใหญ่จอมซ่ายังขวัญกระเจิง อาการแบบที่ “มาร์โก รูบิโอ” รมว.ต่างประเทศสหรัฐอเมริกา ถึงขั้นประกาศมาตรการ “แบนวีซ่า” ห้ามผู้เดินทางที่ไม่ใช่สัญชาติอเมริกัน ที่เคยเดินทางไปประเทศกลุ่มเสี่ยงโรคระบาด ไล่ตั้งแต่ดีอาร์คองโก ยูกันดา และซูดานไฟแดง เบรกเดินทางเข้าประเทศสหรัฐอเมริกาโดยเด็ดขาดอาการหวาดผวา ก๊วน “คาวบอย” โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำทำเนียบขาว ที่ไม่เคยกลัวการเปิดสงครามกับใครในโลก แต่ต้องหลบวูบวาบให้กับเชื้อโรคระบาดพลังมหาอำนาจไม่อาจต้านทานมหันตภัยที่ร้ายแรงกว่าขีปนาวุธในจุดที่เพิ่งเผชิญของจริงกันมาหมาดๆมหาวิกฤติ “โควิดมรณะ” ที่ถล่มโลก เชื้อโรคมฤตยูกวาดชีวิตมวลมนุษยชาติเป็นเบือ คนตายเรือนล้าน ทำลายเศรษฐกิจมูลค่ามหาศาล ธุรกิจพังพินาศย่อยยับ ต้องเริ่มต้นนับหนึ่งกันใหม่มูลค่าความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สินหนักหนาสาหัสกว่าสงครามโลกมันจึงชะล่าใจไม่ได้ แม้แต่ประเทศไทยซึ่งอยู่ห่างจากโซนโรคระบาดในทวีปแอฟริกา ก็ต้องขึ้น “รหัสแดง” สถานการณ์ทีมแพทย์กระทรวงสาธารณสุขต้องยกระดับมาตรการสกัดไวรัสอีโบลา โดยกำหนดให้เที่ยวบินจากพื้นที่เสี่ยงเดินทางเข้าประเทศไทยผ่านท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจุดเดียวเท่านั้นตามมาตรการเข้มข้น เจ้าหน้าที่ด่านกรมควบคุมโรคจะเข้าคัดกรองตั้งแต่หน้าประตูเครื่องบิน ตรวจวัดอุณหภูมิ ซักประวัติ หากพบผู้เดินทางมีอาการป่วยจะถูกนำตัวไปแยกโรคเพื่อเฝ้าระวังทันที ณ สถาบันบำราศนราดูรเฝ้าระวังป้องกัน รักษาสถานการณ์ติดเชื้อให้เป็นศูนย์แบบสุดกำลังในสถานการณ์อ่อนไหว หากด่านแตก “เอาไม่อยู่” ประเทศไทยโดน “ไวรัสอีโบลา” หลุดเข้าถล่มเมืองในสภาพที่เศรษฐกิจปล้ำผีลุกปลุกผีนั่งเดี๋ยวจะพังย่อยยับ ไปไม่กลับหลับไม่ตื่นตามสภาพ “วิกฤติซ้อนวิกฤติ” แบบที่ “จอมยุทธ์กวง” ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกฯ ซาร์เศรษฐกิจเบอร์ต้นๆของเอเชีย เพิ่งฉายภาพผ่านเวทีปาฐกถาพิเศษในงานดินเนอร์ทอล์ก “ศิษย์เก่าเตรียมอุดม”ไทยกำลังเดินมาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญ ท่ามกลางมรสุมเศรษฐกิจและความท้าทายภูมิรัฐศาสตร์โลกสถานการณ์โจทย์ปัญหาเดิมที่สะสมมายังแก้ไม่ตก จีดีพีที่เติบโตต่ำลงเรื่อยๆ ภาคการผลิตขาดมูลค่าเพิ่ม ความยากจน ความเหลื่อมล้ำที่สูงมาก เมื่อเจอแรงกระแทกลูกใหม่กระหน่ำซ้ำ สงครามยึดช่องแคบฮอร์มุซเขย่าราคาน้ำมันดันเงินเฟ้อสูงลิ่ว หนี้สาธารณะทะลักเพดาน ประเทศวนลูปอยู่กับการกู้มาแจก แค่แก้ปัญหาปลายทาง แต่ไม่จัดการต้นตอถ้าปัญหาเก่าไม่ได้แก้ไข อนาคตจะลำบากมากจริงๆแต่ทั้งนี้ทั้งนั้น “ดร.สมคิด” ก็ยังติดติ่งห้อยท้ายให้กำลังใจทุกฝ่ายอย่าเพิ่งท้อ โดยเฉพาะรัฐบาลอย่าหมดกำลังใจ เพราะแม้อยู่ในวิกฤติ แต่มองเห็นประกายไฟแห่งความหวัง จากยอดคำขอรับการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ที่พุ่งสูงอย่างต่อเนื่องจากหลากหลายประเทศและหลายอุตสาหกรรมเป็นโอกาสดีที่ไทยจะปรับจีดีพีเชิงคุณภาพแทนจีดีพีเชิงปริมาณโดยสถานการณ์ที่ประเทศเราจะต้องไม่ปล่อยให้กลุ่มทุนต่างชาติไหลเข้ามาแบบมั่วๆ ต้องสกัดทุนจีนเทา ไม่ต้องการเงินดำอาชญากรทางเศรษฐกิจสำคัญสุดคือต้องมีสถาปนิกดีไซน์อนาคตประเทศ ต้องรีบประกาศ “New Deal for New Future” ข้อตกลงใหม่สำหรับอนาคตประเทศไทย โชว์พิมพ์เขียวการพัฒนาที่ชัดเจนอย่างไรก็ดี ในลีลาแบบที่ “ดร.สมคิด” แค่ฝันไปว่า รัฐบาลจะทำได้ตามมโนโดยมารยาทและเหลี่ยมเชิงการเมือง “จอมยุทธ์กวง” เลี่ยงที่จะไม่พุ่งเป้าสอนเชิงกันตรงๆให้โดนหมั่นไส้ในฟอร์ม “สอนมวย” ให้เกิดความรู้สึกเสียหน้าเสียตาก็อยู่ในวิสัยของฝ่ายบริหารจะ “ยลตามช่อง” เห็นเป็นอะไรถ้าต่อมฮึกเหิมกำเริบจนหูอื้อ ตาลาย ไม่เห็นไม่ได้ยินก็ฟาวล์ไปในจังหวะสถานการณ์ที่ผู้นำรัฐบาลอย่าง “นายกฯหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล กำลังฮึกเหิม หนุกหนานกับเกมอำนาจการเมืองขาขึ้นยืดอกพกตั๋ววีไอพีผู้ถือธงนำขบวนโหนอำนาจอนุรักษ์นิยม “เลนขวา”อารมณ์ประกาศค่ายภูมิใจไทยไม่ได้เป็นแค่เอเย่นต์ ตัวแทนจำหน่ายระบอบน้ำเงิน แต่เป็น Manufacturer โรงงานผลิตจิตสำนึกให้คนไทยรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน แท็กทีม “สว.โพยฮั้ว เขากระโดง” ล้อมกรอบ “ตบเด็กตี๋”อาการขาใหญ่ “ใจบาง” รับไม่ได้ที่ “กุมารเท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้าน หัวหน้าพรรคประชาชน แฉประจาน “ระบอบน้ำเงินกินรวบประเทศไทย”ฉายภาพกลุ่มการเมืองใต้ปีกภูมิใจไทย ยึดหมดทั้งสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา คุมด่านสแกนบุคลากรอิสระ ทั้งศาลรัฐธรรมนูญ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไปจนถึงกลุ่มทุนหนุนก๊วนเซราะกราวที่กุมสภาพเศรษฐกิจประเทศจริงๆ มันก็คือภาพที่คนทั้งบ้านทั้งเมืองรับรู้ตรงกันอยู่แล้วแนวโน้มก๊วนเซราะกราวปฏิเสธไปก็เท่านั้น ในเมื่อประชาชนส่วนใหญ่เชื่อตั้งแต่ “กุมารเท้ง” ยังไม่ทันสะท้อนกลุ่มการเมืองค่ายน้ำเงินที่ “ครูใหญ่” เนวิน ชิดชอบ เจาะจงเลือกเป็นสีประจำพรรคภูมิใจไทยมันจะแปลกก็คืออาการดันทุรังแบบที่ก๊วน “สว.โพยฮั้ว” ทีมเขากระโดง พยายามใช้อำนาจผ่านคณะกรรมาธิการวิสามัญพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ วุฒิสภาตั้งแท่นฟัดผู้นำฝ่ายค้านเข้าเงี่ยงหมิ่นเหม่ ข้อหาความผิดมาตรา 112เอะอะลากเข้าข้อหา “ครอบจักรวาล” ตามฟอร์ม พร้อมตะโกนออกอากาศให้ได้ยินไปถึงศาลฎีกา ขอให้พิจารณาคำสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ของ “กุมารเท้ง” ที่ติดเงี่ยงคดี 44 สส.ค่ายส้มอารมณ์มั่ว ไม่รู้ใครโหน ใครห้อย ใครดึงฟ้าต่ำที่แน่ๆมันถึงจุดที่ “กุมารเท้ง” สวมร่างทอง “ตี๋ไม่ติ๋ม” นอกจากไม่ขอโทษ ไม่ถอนคำพูด แต่ยังย้ำข้อความ “ระบอบน้ำเงิน” ที่ผูกกับกลุ่มอำนาจเขากระโดงไม่กลัวโยงคดี 44 สส. พร้อมสละชีพในแนวรบ “นิติสงคราม”ตามรหัสสัญญาณคลื่นความถี่สูงที่ถูกส่งตรงจาก “บัลลังก์สนามหลวง”มาในรูปแบบของ “เอกสารข่าวแจก” ระบุถึงนายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์ ประธานศาลฎีกา ได้ลงนามในคำแนะนำของประธานศาลฎีกา เกี่ยวกับการดำเนินคดีโดยไม่สุจริตในคดีอาญา พ.ศ.2569วัตถุประสงค์พุ่งเป้าสกัดการฟ้องปิดปาก หรือ Anti-SLAPPโดยให้แนวทางแก่ศาลยุติธรรมในการพิจารณาและตรวจสอบการใช้สิทธิฟ้องคดีอาญาที่อาจมีลักษณะเป็นการกลั่นแกล้ง เอาเปรียบหรือสร้างภาระแก่คู่ความโดยไม่สมควร ใช้กระบวนการยุติธรรมเป็นเครื่องมือปิดปากประชาชนแปลไทยเป็นไทย แปลภาษากฎหมายเป็นภาษาชาวบ้านศาลยุติธรรมยกระดับเข้ม ไม่ยอมตกเป็นเครื่องมือฟ้องปิดปาก โดยเฉพาะเป็นเครื่องมือของนักการเมืองในการเล่นงานฝ่ายตรงข้ามหรือฝ่ายต่อต้านรัฐมนตรีฟ้องสกัด สส.ฝ่ายค้านแฉทุจริตไม่ง่ายรวมไปถึง “นายกฯหนู” ที่เพิ่งแสดงท่าทีให้ท้าย หนุนรัฐมนตรีดันหลังข้าราชการให้ฟ้องกลับภาคเอกชนที่ให้ข้อมูลจ่ายใต้โต๊ะผ่านโพลประจานสินบนของ กกร.ศาลยุติธรรมไม่ปล่อยไหลตามเกมฟ้องปิดปากคนให้ข้อมูลทุจริตแน่ถึงจุดสะดุด “แนวรบนิติสงคราม” ไม่ได้ไหลตามเกมอำนาจการเมือง “ระบอบน้ำเงิน” ที่ยึดศาลรัฐธรรมนูญ ล็อก ป.ป.ช. รวบ กกต. ตำรวจ ดีเอสไอเมื่อศาลฎีกา ศาลอาญา ล็อกหลักระบบยุติธรรมไว้แน่นและกับจังหวะฟ้าผ่าเสียงแน่นๆ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 1 พิพากษาให้จำคุก “บิ๊กกุ้ย” พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ อดีตประธาน ป.ป.ช.และ น.ส.สุภา ปิยะจิตติ อดีต ป.ป.ช. คนละ 3 ปีในคดีความผิดปกปิดเอกสารการตรวจสอบ “นาฬิกาหรู” ของ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีตรองนายกฯไม่ต้องรอกฎแห่งกรรม ศาลยุติธรรมยังทำงานเมื่อถึงปลายทางเล่นเอาสะท้าน สะเทือน สะดุ้งกันทั้งบางหนาวๆร้อนๆกว่าใคร หนีไม่พ้น ป.ป.ช.ชุดปัจจุบัน ภายใต้การนำของนายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข ประธานอรหันต์ถ้ำสนามบินน้ำ ที่เพิ่งโชว์วีรกรรมยกฟ้อง “เสี่ยโอ๋” นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีต รมว.คมนาคม อดีตเลขาธิการค่ายภูมิใจไทย ในคดีอำพรางปกปิดหุ้นไม่นับอีกสารพัดคดีที่เหมือนชู้ตลูกตามน้ำอำนาจการเมือง แต่ค้านสายตาผู้คนทั้งบ้านทั้งเมืองตามท้องเรื่องกระตุกขบวนอำนาจสายน้ำเงินที่ถูกมองว่า ลำพอง “อำนาจขาขึ้น”ถึงจุดการเมืองขาลง มีคดีถึงศาล ต้องเสี่ยงลุ้นคุก ล้อตามรอยกัน.“ทีมการเมือง”คลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม