09.30-12.30 น. ศุกร์วันนี้มหาวิทยาลัยทักษิณเชิญ ร.ต.อ.ดร.นิติภูมิธณัฐ มิ่งรุจิราลัย พูด ‘อิทธิพลของภูมิรัฐศาสตร์ การค้า และเศรษฐกิจที่ส่งผลต่อการพัฒนากำลังคนและมหาวิทยาลัย’ รับใช้ผู้บริหารระดับสูง 40 ท่าน ที่โรงแรมราชาคีรี อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช6 สิงหาคม ค.ศ.1976 แม้ว่าจะเคยอยู่คนละฝ่ายในสงครามเย็น แต่ไทยกับเวียดนามก็เริ่มความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการในวันนี้6 สิงหาคม ค.ศ.2001 ครบรอบความสัมพันธ์ไทย-เวียดนาม 25 ปี นายอานันท์ ปันยารชุน อดีตปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ผู้ที่มีบทบาทฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-เวียดนาม เป็นประธานฝ่ายไทยในการเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ฯพี่น้องชาวไทยและชาวเวียดนาม รวมทั้งสถานเอกอัครราชทูตเวียดนามในสมัยนั้น ร่วมเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ไทย–เวียดนาม 25 ปีที่บ้านของผมในเขตลาดกระบัง โดยมีชาวเวียดนามเช่ารถบัสเดินทางจากเวียดนามเข้ามาที่ลาว และข้ามจากลาวมาร่วมงานฉลองที่บ้านผมพี่น้องชาวไทย-เวียดนามที่กระจายในหลายจังหวัดในประเทศไทยเดินทางมาร่วมงานกันอย่างพร้อมเพรียง มีงานแสดงทั้งฝ่ายไทยและฝ่ายเวียดนามที่หน้าบ้านผมผมยังจำบรรยากาศเมื่อ 25 ปีที่แล้วได้ดี อธิการบดีมหาวิทยาลัยวิงห์ จ.เงห์อาน เป็นประธานพาคณะอาจารย์และชาวเวียดนามรวมแล้วเกินร้อยท่านเดินทางมาบ้านผมคนเวียดนามในสมัยนั้นตื่นเต้นกับประเทศไทยมาก ต่างมีสมุดจดและจดรายละเอียดแทบทุกอย่าง ต่างชื่นชมไทยในฐานะเพื่อนบ้านที่มีเศรษฐกิจดีมากและพัฒนาจนบ้านเมืองเจริญ หลังจากนั้นก็ยังมีการจัดงานวัฒนธรรมไทย-เวียดนาม ที่หน้าบ้านผมอีก 2 ปี คือ ค.ศ.2002 และ 2003ผมได้รับเชิญเป็นที่ปรึกษาด้านต่างประเทศมหาวิทยาลัยวิงห์ และเป็นผู้อำนวยการหลักสูตรเวียดนามศึกษาของมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ คนไทยที่เข้าเรียนหลักสูตรได้ไปเรียนในมหาวิทยาลัยวิงห์ที่เวียดนามด้วย ยังวิจารณ์กันเลยว่า คงต้องอีกนานหลายสิบปีกว่าที่เวียดนามจะตามไทยทันผมค้านว่า ผมเห็นความขยันและมีวินัยของคนเวียดนาม ไม่น่าจะเกิน 30 ปี เวียดนามก็น่าจะตามไทยทันวันเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนไปจนใกล้จะถึง 6 สิงหาคม 2026 ซึ่งจะมีงานเฉลิมฉลองครบรอบความสัมพันธ์ไทย-เวียดนาม 50 ปี ผู้คนที่เคยร่วมฉลองเมื่อ 25 ปีที่แล้ว ล้มหายตายจากไปจำนวนไม่น้อย ที่ยังมีชีวิตอยู่ก็เฒ่าชะแรแก่ชรา ไม่ได้จัดงานและร่วมงานกันเหมือนเดิมได้อีกแล้วค.ศ.2024 ผมได้รับเชิญให้ไปดูกิจการของกลุ่มวินกรุ๊ป ซึ่งเจ้าของและผู้บริหารจำนวนไม่น้อยจบจากสหภาพโซเวียตและรัสเซีย ไปเยือนแล้วก็ชื่นชมยินดีครับ ที่เศรษฐกิจเวียดนามพัฒนาอย่างก้าวหน้าและมั่นคงผมอ่านจากนิตยสารฟอร์บส์ ทราบว่า นายฟั่ม เญิ้ต เวือง เจ้าของวินกรุ๊ป มีทรัพย์สิน 24-28 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในบางช่วงของ ค.ศ.2026 และถูกจัดว่าเป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (รวยกว่าเศรษฐีอันดับ 1 ของไทย สิงคโปร์ หรืออินโดนีเซีย)ผู้อำนวยการคนหนึ่งของวินกรุ๊ป พาผมไปทานข้าวและดื่มวอดก้าในนครโฮจิมินห์ด้วยกันแทบทุกคืน แม้ว่าจะเมามาก แต่ผู้บริหารวินกรุ๊ปท่านนี้ก็ยังพูดย้ำๆซ้ำๆเรื่องการพัฒนาคน การส่งคนไปเรียนหลักสูตรสำคัญทั่วโลก เรื่องการอบรมนี่ไม่ต้องพูดถึง ส่งไปอบรมบ่อยมากแม้แต่ในไทยทางเวียดนามก็ส่งคนมาดูงานและเก็บข้อมูลอยู่เป็นประจำ ที่ผมทึ่งที่สุดคือการรักษาความสัมพันธ์ของคนเวียดนามและคนไทยที่จบการศึกษาจากสหภาพโซเวียตและรัสเซียศิรธันย์ แสงสินธุศร (กอล์ฟ) รุ่นน้องที่ผมเคยส่งไปเรียนปริญญาตรีด้านวิศวกรรมที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีซามาราเมื่อ ค.ศ.1993 เล่าให้ฟังเมื่อเช้าว่า ทางวินกรุ๊ปติดต่อมาว่า ถ้าจะไปเกาะฟูก๊วก ขอให้ไปพักที่โรงแรมวินเพิร์ลของวินกรุ๊ป เพราะต้องการต้อนรับศิษย์เก่ารัสเซียชาวไทยที่ไปเวียดนามประสบการณ์ของผมเองก็คล้ายกัน เป็นเวลามากกว่า 28 ปี ที่จบมาจากรัสเซีย ไปเวียดนามแต่ละครั้งก็ได้รับการต้อนรับขับสู้ที่ประทับใจมากขอแสดงความยินดีต่อความสัมพันธ์ไทย-เวียดนาม 50 ปี ที่จะมีในเดือนสิงหาคมนี้ครับ.นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยsonglok1997@gmail.comคลิกอ่านคอลัมน์ “เปิดฟ้าส่องโลก” เพิ่มเติม