สงครามสหรัฐอเมริกา-อิหร่านยังคุกรุ่น พร้อมเปิดศึกถล่มรอบใหม่ได้ตลอดเวลา หลังผลการเจรจาไกล่เกลี่ยเพื่อยุติข้อพิพาทส่อเป็นหมัน ต่างยืนกรานในสิทธิที่ฝ่ายตนพึงมี ด้านสื่อมะกันเผยข่าววงในชี้ข้อบ่งบอกสถานการณ์ส่อตึงเครียด หลัง “ทรัมป์” ยกเลิกร่วมงานแต่งลูกชายคนโตกะทันหันแล้วเรียกประชุมฝ่ายความมั่นคงที่ทำเนียบขาวแทน พร้อมเรียกตัวทหาร-เครือข่ายข่าวกรองเข้าประจำการ ขณะที่ IRGC ฮึ่ม ประกาศปิดน่านฟ้าทันที พร้อมรับมือเต็มร้อย ลั่นสหรัฐฯ จะเจ็บหนักกว่าที่เคยเป็นหากเปิดฉากโจมตีรอบ 3สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางกำลังสุ่มเสี่ยงต่อการระเบิดศึกเต็มรูปแบบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้ แม้ว่ายังมีความพยายามทางการทูตเพื่อไกล่เกลี่ยและยุติข้อพิพาทระหว่างสหรัฐอเมริกา-อิสราเอล กับอิหร่าน ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา จอมพลอาซิม มูเนียร์ ผู้บัญชาการทหารบกปากีสถาน ได้เดินทางเยือนกรุงเตหะราน เมืองหลวงอิหร่าน เพื่อเข้าหารือกับนายอับบาส อารักชี รมว.ต่างประเทศอิหร่าน รวมถึงนายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาและหัวหน้าทีมเจรจาของอิหร่าน ฝ่ายอิหร่านแสดงท่าทีแข็งกร้าว ยืนยันว่าจะไม่มีวันยอมลดราวาศอกในเรื่องสิทธิของอิหร่านอย่างเด็ดขาด พร้อมเตือนว่ากองทัพอิหร่านได้ฟื้นฟูและเสริมสร้างขีดความสามารถทางทหารขึ้นมาใหม่จนสมบูรณ์แล้วในช่วงที่มีการประกาศหยุดยิง หากสหรัฐฯ โง่เขลาพอที่จะเปิดฉากสงครามขึ้นมาอีกครั้ง ผลลัพธ์ที่ตามมาจะทวีความรุนแรงและขมขื่นยิ่งกว่าเดิมส่วนความเคลื่อนไหวของสหรัฐฯ สถานีโทรทัศน์ซีบีเอสนิวส์ รายงานอ้างอิงแหล่งข่าววงในว่า รัฐบาลสหรัฐฯกำลังอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมขั้นสุดท้ายสำหรับเปิดฉากโจมตีระลอกใหม่ต่ออิหร่าน แม้จะยังไม่มีการตัดสินใจขั้นเด็ดขาดในขณะนี้ก็ตาม หลังจากนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยกเลิกกำหนดการเดินทางไปร่วมงานฉลองมงคลสมรสของนายโดนัลด์ ทรัมป์ จูเนียร์ บุตรชายคนโต ซึ่งจัดขึ้นที่เกาะส่วนตัวในหมู่เกาะบาฮามาสอย่างกะทันหัน โดยให้เหตุผลความจำเป็นที่ต้องปักหลักอยู่ที่ทำเนียบขาว ในกรุงวอชิงตัน เนื่องจากมีสถานการณ์สำคัญระดับประเทศที่ต้องดูแลขณะที่สำนักข่าวแอกซิออส เปิดเผยว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ได้เรียกประชุมด่วนทีมความมั่นคงแห่งชาติระดับสูงเมื่อเช้าวันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น โดยมีนายพีท เฮกเซธ รมว.กลาโหม และนายจอห์น แรตคลิฟฟ์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองกลาง (CIA) ร่วมรายงานสถานการณ์เชิงลึกแก่ประธานาธิบดีทรัมป์ และนายเจ.ดี. แวนซ์ รองประธานาธิบดี เพื่อกำหนดแนวทางรับมือสูงสุด หากกระบวนการเจรจากับรัฐบาลอิหร่านล่มลง สอดคล้องกับรายงานของหนังสือพิมพ์วอลล์สตรีทเจอร์นัลที่ระบุว่า ทรัมป์ยังคงไม่ตัดความเป็นไปได้ในการเปิดฉากโจมตีทางทหารอีกครั้ง แม้จะเปรยกับคนสนิทว่าต้องการให้โอกาสกับมาตรการทางการทูตมากกว่าก็ตาม นอกจากนี้ยังมีรายงานหนาหูว่า เจ้าหน้าที่ทหารและเครือข่ายข่าวกรองของสหรัฐฯจำนวนมาก ถูกสั่งยกเลิกวันหยุดยาวเนื่องในวันรำลึกทหาร ผ่านศึก (ระหว่างวันที่ 23-25 พ.ค.) ทั้งหมด เพื่อเตรียมพร้อมประจำการในกองทัพ ยิ่งไปกว่านั้น นายแดน สกาวิโน ที่ปรึกษาคู่ใจและรองหัวหน้าคณะทำงานทำเนียบขาวของทรัมป์ ยังโพสต์คลิปวิดีโอเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์แบบพรางเรดาร์รุ่น B-2 ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ สร้างความตื่นตระหนกแก่นักวิเคราะห์อย่างมาก เนื่องจากในอดีตที่ผ่านมา การโพสต์คลิปในลักษณะเดียวกันนี้ของสกาวิโน คือสัญญาณก่อนที่กองทัพสหรัฐฯ และอิสราเอลจะจับมือเปิดฉากโจมตีอิหร่านเพียงแค่ 1 วันเท่านั้น โดยเจ้าหน้าที่ระดับสูงเปิดเผยว่า ทรัมป์มีแนวโน้มสูงมากที่จะไฟเขียวเปิดฉากปฏิบัติการโจมตีครั้งใหญ่ภายใน 24 ชั่วโมงข้างหน้านี้ หากการเจรจาไม่มีความคืบหน้าที่น่าพอใจนอกจากนี้ สื่อด้านความมั่นคงรายงานตรวจพบการตัดและรบกวนสัญญาณ GPS อย่างรุนแรง ครอบคลุมน่านฟ้าประเทศอิหร่าน อิรัก คูเวต สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) และทั่วบริเวณอ่าวเปอร์เซีย โดยจุดที่มีการรบกวนหนาแน่นที่สุดอยู่แถบอิหร่านตะวันตก (บริเวณเมืองเคอร์มันชาห์ และเมืองโลเรสถาน ซึ่งเป็นที่ตั้งของฐานทัพขีปนาวุธสำคัญของอิหร่าน) รวมไปถึงพื้นที่คูเวต ตอนเหนือของอ่าวเปอร์เซีย เมืองบาสราและกรุงแบกแดดของอิรัก ตลอดจนบริเวณชายแดน UAE-โอมาน นักวิเคราะห์ชี้ชัดว่าเป็นสัญญาณของการเปิดฉากสงครามอิเล็กทรอนิกส์เต็มรูปแบบด้านกองทัพพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ตอบโต้อย่างทันควันด้วยการออกประกาศด่วนสั่งปิดน่านฟ้า และห้ามทำการบินโดยเด็ดขาดไปจนถึงเช้าวันที่ 25 พ.ค. พร้อมออกแถลงการณ์กร้าวว่า กองทัพเตรียมความพร้อมอย่างเต็มพิกัดสำหรับการกลับเข้าสู่สภาวะสงครามกับสหรัฐฯในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้แล้วนอกจากนี้ สำนักข่าวทาสนิม กระบอกเสียงของทางการอิหร่าน รายงานว่า กองทัพ IRGCได้จัดเตรียมแผนยุทธศาสตร์และสถานการณ์จำลองการรบรูปแบบใหม่ภายใต้รหัสปฏิบัติการ “Third Struggle” (ศึกตัดสินครั้งที่ 3) เพื่อเตรียมตอบโต้ปฏิบัติการทางทหารใดๆจากสหรัฐฯ และพันธมิตร พร้อมระบุว่า แผนยุทธศาสตร์ครั้งนี้จะใช้วิธีการตอบโต้อันเฉพาะเจาะจงและเป็นรูปแบบใหม่ที่ไม่เคยนำมาใช้ก่อนหน้านี้ ยิ่งไปกว่านั้น จะมีการดึงแนวร่วมข้ามชาติกลุ่มใหม่เข้ามาประสานกำลังร่วมรบ มั่นใจว่ายุทธวิธีดังกล่าวจะทำให้เหล่าศัตรูผู้รุกรานต้องเสียใจอย่างที่สุดอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่