ในมุมมองของรัฐบาลจีนนั้น การเดินทางเยือนประเทศจีนของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ถือเป็นจุดที่สถานะความสัมพันธ์ระหว่างจีน-สหรัฐฯ ได้เปลี่ยนแปลงไปอยู่ในฐานะคนที่เสมอภาคกันด้วยเหตุนี้สถาบันความสัมพันธ์ระหว่างประเทศร่วมสมัยแห่งประเทศจีน (CICIR) จึงมองว่าภายใต้สถานการณ์ปัจจุบัน จีนและสหรัฐฯต้องแบกรับความรับผิดชอบพิเศษร่วมกันโดยมีแนวทางสำคัญดังนี้1.การเคารพซึ่งกันและกัน ในเมื่อทั้งสองฝ่ายกลายเป็นคู่ต่อสู้ที่สูสีและสมศักดิ์ศรี การเคารพซึ่งกันและกัน จึงไม่ใช่ความต้องการฝ่ายเดียวของจีนอีกต่อไป แต่กลายเป็นความ ปรารถนาร่วมกัน สหรัฐฯในฐานะฝ่ายที่ได้เปรียบ ต้องไม่พยายาม “บงการ” สภาพแวดล้อมเชิงยุทธศาสตร์ของจีน หรือใช้การกดดันขั้นสูงสุดเพื่อ “เปลี่ยนประเทศจีน” โดยเฉพาะในประเด็นไต้หวัน ซึ่งเป็นแก่นในเรื่องผลประโยชน์ของจีน2.การอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ความร่วมมือ ได้ประโยชน์ทั้งคู่ ความขัดแย้งพังพินาศทั้งสองฝ่าย สงครามระหว่างสองมหาอำนาจจะทำลายห่วงโซ่อุปทานโลก ก่อวิกฤติพลังงาน วิกฤติอาหาร และความมั่นคง ซึ่งนานาประเทศต่างไม่ต้องการเลือกข้างและไม่ต้องการเห็นความขัดแย้งนี้ ยึดมั่นในแนวทางไม่เผชิญหน้าและไม่ใช้กำลังทหารข่มขู่ หรือรวมกลุ่มจัดตั้งพันธมิตรเพื่อปิดล้อมอีกฝ่าย พัฒนาช่องทางการสื่อสารและกลไกการจัดการวิกฤติเพื่อควบคุมความต่างอย่างเหมาะสม เฝ้าระวังกระแสที่เป็นอันตราย เช่น กลุ่มแยกตัวเอกราชไต้หวันที่พยายามใช้กำลังทหาร หรือกลุ่มขวาจัดในญี่ปุ่นที่พยายามฟื้นฟูลัทธิทหาร เพื่อร่วมกันปกป้องระเบียบโลกยุคหลังสงคราม3.ความร่วมมือแบบวิน–วิน ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศไม่ใช่เกมที่ต้องมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งชนะหรือแพ้ การใช้ข้ออ้างผลประโยชน์ของชาติมาก่อน เพื่อตัดขาดความสัมพันธ์ ถือเป็นการฝืนกระแสโลกาภิวัตน์ ซึ่งสุดท้ายจะย้อนกลับมาทำร้ายทั้งสองฝ่าย สองประเทศต้องรับผิดชอบพิเศษร่วมกันในการเผชิญหน้ากับความท้าทายระดับโลกไม่ว่าด้านความมั่นคงและกฎหมาย เทคโนโลยีอนาคต หรือสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม.ตุ๊ ปากเกร็ดคลิกอ่านคอลัมน์ “หน้าต่างโลก” เพิ่มเติม