กระทรวงพลังงานโดย รมว.พลังงาน เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เสนอปรับโครงสร้างค่าไฟใหม่ ที่จะครอบคลุมการใช้ไฟฟ้าจำนวน 23.2 ล้านครัวเรือน กติกามีอยู่ว่า ผู้ที่ใช้ไฟน้อยกว่า 200 หน่วย กำหนดค่าไฟไม่เกินหน่วยละ 3 บาท ผู้ใช้ไฟ 201-400 หน่วย คิดอัตราค่าไฟที่ 3.95 บาทต่อหน่วย กลุ่มนี้มีประมาณ 4.6 ล้านครัวเรือน และกลุ่มที่ใช้ไฟตั้งแต่ 401 หน่วยขึ้นไป จาก 4.50 บาทต่อหน่วยเป็นมากกว่า 5 บาทต่อหน่วย โดยมีเป้าหมายที่จะช่วยอุดหนุนค่าไฟให้กับผู้มีรายได้น้อย กลุ่มผู้ใช้ไฟ 201 หน่วยแต่ไม่เกิน 400 หน่วยก็เสียค่าไฟตามปกติ แต่กลุ่มที่ใช้ไฟมากกว่า 400 หน่วยขึ้นไป จะต้องเสียค่าไฟเพิ่มขึ้น ใช้น้อยเสียน้อย ใช้มากเสียมาก ประเด็นก็คือ เท่ากับว่าโครงสร้างค่าไฟใหม่ นำเงินจากกลุ่มที่ใช้ไฟมากกว่า 400 หน่วย ไปอุ้มคนที่ใช้ไฟน้อยกว่า 200 หน่วยที่มีส่วนต่างจากที่ค่าไฟเดิมอยู่ที่ 50 สตางค์หรือมากกว่า ในขณะกลุ่มที่ใช้ไฟระหว่าง 201-400 หน่วยไม่ได้ไม่เสีย ไม่ได้รับอานิสงส์จากนโยบายนี้ กลุ่มคนที่ต้องแบกรับภาระคือกลุ่มที่ใช้ไฟเกินกว่า 400 หน่วย ซึ่งต่างจากหลักการตลาดทั่วไป ที่ซื้อมากราคาจะถูกลงตามปริมาณการซื้อ ก็ไม่ต่างจากการเก็บค่าการตลาดจากผู้ที่ใช้น้ำมันเบนซินไปช่วยอุดหนุนราคาน้ำมันดีเซล












