ตำรวจนครบาลจับยาเสพติด 2 คดี คดีแรก “รองจ๋อ” นำกำลังชุดปราบยา ร่วมกับ ป.ป.ส.ตรวจค้นหลังวัดรวกสุทธาราม จับ 6 ผู้ต้องหา ได้ยาเสพติดจำนวนหนึ่งและแบงก์พันปลอมอีก 37 ใบ หลังช่วงเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา มีผู้เสียหายแจ้งความถูกคนร้ายใช้แบงก์พันปลอมซื้อของนับสิบคดี สอบสวนผู้ต้องหาหัวโจกที่ครอบครองแบงก์ปลอมอ้ำอึ้งได้มาจากชายอีกคน ตำรวจเค้นสอบขยายผล อีกคดี 191 สกัดจับยาบ้า 4 แสนเม็ด หลังได้เบาะแสจะมีการส่งยาเสพติดในพื้นที่บางบัวทอง จ.นนทบุรีนครบาลจับยาเสพติด 2 คดี พ่วงยึดแบงก์ 1 พันปลอมได้อีก 37 ใบ หลังแพร่ระบาดฝั่งธนฯ เปิดเผยเมื่อเวลา 06.30 น. วันที่ 13 มี.ค. พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ชัยยะ เพ็ชรปัญญา ผบก.น.7 พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ บัณฑิตย์ ผบก.น.8 พ.ต.อ.กุลเชษฐ์ บางพราน รอง ผบก.น.7 พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.อธิวัฒน์ นุชถาวร ผกก.สน.บางยี่ขัน พ.ต.อ. โชติช่วง รัศมี ผกก.สส.บก.น.8 ร่วมกับนายปฤณ เมฆานันท์ ผอ.ป.ป.ส.กทม. แถลงผลกวาดล้างซุ้มยาเสพติดหลังวัดรวกสุทธาราม ถนนจรัญสนิทวงศ์ ซอย 33 แขวงบางขุนศรี เขตบางกอกน้อย กทม.ผลการตรวจค้น จับกุมผู้ต้องหา 6 คน คือ นายอำนาจ หรือบอส ผาสุก อายุ 22 ปี หัวหน้าแก๊ง นายบารมี หรือเบียร์ ผาสุก อายุ 19 ปี น.ส.สุชัญญา หรือเก๋ แสงโสภณ อายุ 47 ปี นายสมชาย เกล็ดรามัญ อายุ 57 ปี นายอนุสรณ์ เกล็ดรามัญ และนางสาวชาลิณี อ่อนนุ่ม พร้อมของกลาง ปืนเถื่อน 2 กระบอก ธนบัตรปลอม ฉบับละ 1,000 บาท (รอตัดขอบ) 37 ฉบับ คีตามีน น้ำหนัก 28 กรัม ยาไอซ์ น้ำหนัก 134.74 กรัม ยาบ้า 363 เม็ด รถ จยย.ที่โจรกรรมมา 1 คัน เงินสด 34,610 บาท ทั้งหมดถูกจับในข้อหามียาเสพติดไว้ในความครอบครอง ยกเว้นนายอำนาจหรือบอส แจ้งข้อหาเพิ่มเติมปลอมเงินตราธนบัตรปลอม ส่วนนายสมชายและนายอนุสรณ์ แจ้งข้อหาตามหมายจับศาลอาญาธนบุรี ข้อหาจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 และตาม พ.ร.บ.สมคบฯสืบเนื่องจากชุด ศอ.ปส.บช.น. สน.บางยี่ขัน ร่วมกับ ป.ป.ส.กทม. ขยายผลคดียาเสพติดพื้นที่ฝั่งธนฯจนทราบว่า เครือข่ายค้ายาเสพติดรายใหญ่อยู่ในชุมชนหลังวัดรวกฝั่งธนบุรี สืบสวนพบว่า หัวจ่ายยาเสพติดแก๊งนี้ยังลักลอบผลิตธนบัตรปลอม ห้วงเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา มีผู้เสียหายแจ้งความถูกคนร้ายใช้ธนบัตรปลอมซื้อของในพื้นที่ บก.น.7 มากกว่า 5 คดี มากที่สุดท้องที่ สน.บางยี่ขัน 3 คดี ล่าสุดวันที่ 27 ก.พ. แก๊งค้ายาเสพติดรายนี้ติดต่อขอซื้อ จยย.จากผู้เสียหายที่โพสต์ขายออนไลน์ นัดส่งมอบรถสถานที่ที่มีแสงไฟสลัว ก่อนจ่ายแบงก์ปลอม ฉบับละ 1,000 บาท ให้ผู้เสียหาย 54 ใบ เมื่อผู้เสียหายนำเงินไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อถึงรู้ว่าเป็นธนบัตรปลอม แจ้งความที่ สน.บางยี่ขันจากการตรวจสอบ ธนบัตรปลอมเป็นงานแฮนด์เมด ตัดขอบเบี้ยว เนื้อกระดาษเรียบ ไม่มีลายน้ำ เหมือนของจริง 70% ได้สะกดรอยหาเบาะแสทราบว่า หัวจ่ายยาเสพติดแก๊งนี้มีแผนประทุษกรรมคล้ายกองโจร รวมตัวกันที่บ้านหลังหนึ่งท้ายซอยจรัญสนิทวงศ์ 33 ก่อนนำอาวุธปืนไปส่งยาเสพติดตอนกลางคืน จากนั้นแยกย้ายกันหลบหนีเข้าไปตามตรอกซอกซอยชุมชน เป็นตรอกเล็กรถยนต์เข้าไม่ได้ เส้นทางคล้ายเขาวงกตมีทั้งทางตันและซอยลัดออกถนนใหญ่ได้หลายทาง ตรวจค้นพบแบงก์ 1 พันปลอมที่บ้านนายอำนาจ หัวหน้าแก๊ง อ้างว่ารับมาจากชายคนหนึ่ง ชุดสืบสวนอยู่ระหว่างขยายผลการจับกุมต่อไปพล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. กล่าวว่า ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการบูรณาการร่วมกันตามนโยบายเชิงรุก พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. สืบสวนพบว่ากลุ่มคนร้ายทำธนบัตรปลอมสร้างความเดือดร้อนพ่อค้าแม่ค้าที่ต้องมาขาดทุน ทั้งที่นั่งขายของหลังขดหลังแข็ง ระดมกำลังหลายวันกว่าจะรู้ตัวคนร้ายได้ทั้งหมด ก่อนสาวไปถึงรังยาเสพติด ที่เก็บอาวุธและจุดที่ผลิตธนบัตรปลอม ขอให้ช่วยกันตรวจสอบธนบัตรฉบับละ 1,000 บาท หากพบว่าเป็นธนบัตรปลอมรีบนำไปแจ้งความ ห้ามนำไปใช้เป็นอันขาดอีกคดี พ.ต.อ.เอกภพ ลิขิตธนสมบัติ ผกก.สายตรวจ ร่วมกับหน่วยข่าวกรองทางทหาร บก.ทท. สกัดจับนายไวยวัจน์ อาจหาญ อายุ 40 ปี พร้อมยาบ้า 400,000 เม็ด รถยนต์ 3 คัน และอาวุธปืน มูลค่าทรัพย์สินกว่า 14.3 ล้านบาท จับได้บริเวณถนนหมายเลข 4012 ต.ละหาร อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี หลังรับแจ้งจากสายลับว่า ผู้ต้องหาจะขับรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซิตี้ สีน้ำตาล ไปรับยาเสพติดในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา และจะไปส่งให้กับลูกค้าบริเวณพื้นที่ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี จึงสะกดรอยติดตามกระทั่งจับกุมได้ดังกล่าวอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่