“หมอวาโย” เดินหน้าลุย ยื่นฟ้อง กกต. 9 ราย มีกรรมการ 7 ราย เลขาธิการ กกต. 1 ราย และผู้อำนวยการสนับสนุนการเลือกตั้งต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ฐานละเว้นหรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา พ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง ม.69 และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.ม.96 ประกอบ ม.164 โดยข้อเท็จจริงคดีอดีตประธาน กกต.มาศึกษาโดยละเอียดปิดช่องว่างคดี พร้อมเชิญ “วิษณุ เครืองาม” และบริษัทพิมพ์บัตรเลือกตั้งทั้ง 3 แห่งร่วมเป็นพยาน ขณะที่ทนายอั๋น บุรีรัมย์ พร้อมภาคประชาชน รวมตัวร้องดีเอสไอให้ดำเนินคดีกับนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. และ กกต. ปม “บาร์โค้ด” ด้าน กกต.เล่นแรงแจ้งจับ 6 ประชาชนที่ถ่ายภาพถอดรหัสบัตรเลือกตั้ง ข้อหาขัดขวางการเลือกตั้งที่มีการออกเสียงลงคะแนนใหม่ ที่หน่วยเลือกตั้ง ที่ 9 เขตเลือกตั้งที่ 15 คันนายาว กทม. เมื่อ 22 ก.พ.ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 26 ก.พ. นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง รอง หน.พรรคประชาชน อดีต สส.บัญชีรายชื่อ นายนิธิ ละเอียดดี ทนายความ มายื่นฟ้อง กกต.จำนวน 9 ราย ได้แก่ กรรมการ 7 ราย เลขาธิการ กกต. 1 ราย และผู้อำนวยการสนับสนุนการเลือกตั้ง ฐานละเว้นหรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.157นพ.วาโยกล่าวว่า มายื่นฟ้อง กกต. ข้อหาหลัก คือ ละเว้นหรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา พ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง ม.69 และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ม.96 ประกอบ ม.164 ศาลจะนัดตรวจคำฟ้องว่าจะรับฟ้องหรือไม่ในวันที่ 24 มี.ค. จากกรณีของ พล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภ อดีตประธาน กกต.เมื่อปี 49 ก่อนจะมีคำพิพากษาออกมาเมื่อปี 58 เราได้นำข้อเท็จจริงมาศึกษาโดยละเอียด เพื่อปิดช่องโหว่และต้องการให้ กกต.ได้รับผิดทางอาญารอง หน.พรรคประชาชน กล่าวต่อว่า ยินดีต่อสู้หากคดีนี้ต้องลากกันไปยาวนานจนถึง 10 ปี คดีนี้โจทก์ที่ร่วมยื่นฟ้องคือพรรคประชาชน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หน.พรรคประชาชน ในฐานะประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน ในฐานะประชาชนผู้มีสิทธิ เลือกตั้ง ทุกคนที่เป็นโจทก์ยื่นฟ้องล้วนเป็นประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง นั่นหมายความว่าประชาชนทุกคนที่มีสิทธิเลือกตั้งถือว่าเป็นผู้เสียหายตามนิตินัยและพฤติการณ์ของผู้ถูกร้องส่งผลเสียต่อพรรคการเมืองในเรื่องของเศรษฐกิจ เพราะแต่ละพรรคต้องมีค่าใช้จ่ายในการหาเสียง ในการเตรียมพยานมีทั้งนักกฎหมาย รศ.ดร.วิษณุ เครืองาม ก็เชิญมาเป็นพยานด้วย บริษัทพิมพ์บัตรเลือกตั้งทั้ง 3 บริษัทเราเชิญมาทั้งหมด รวมถึงเอกสาร TOR สัญญาจ้าง รายงานการประชุมของ กกต.ตั้งแต่มีการยุบสภาอีกด้าน ตอนสายวันเดียวกัน ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น บุรีรัมย์ พร้อมด้วยภาคประชาชน รวมตัวกันเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.และ กกต. กรณีจัดการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ.และวันที่ 22 ก.พ. เป็นการกระทำผิดต่อกฎหมายหลายบท ต่างกรรมต่างวาระ ประสงค์ขอให้กรมสอบสวน คดีพิเศษสืบสวนสอบสวนเรียกสอบพยานบุคคล รวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินคดีกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดการเลือกตั้ง สส. มีนายนทีธร มีชัย รอง ผอ.กองบริหารคดีพิเศษเป็นผู้รับเรื่องนายภัทรพงศ์เปิดเผยว่า ในฐานะประชาชน ผู้ไปใช้สิทธิออกเสียงเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ. มีความประสงค์ขอให้ดีเอสไอดำเนินคดีกับนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.และ 7 คณะกรรมการการเลือกตั้ง ข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.157 จากการจัดการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ.และวันที่ 22 ก.พ. ที่เข้าข่ายไม่สุจริตเที่ยงธรรม ทำให้เกิดบัตรเขย่งหลักหลายแสนใบ มีการนับคะแนนผิดปกติ กปน.มุดเข้าไปเขียนขีดคะแนน กรณีนำถุงดำไปคลุมกล้องวงจรปิด นำใบขีดนับคะแนนไปทิ้งในกองขยะ เป็นต้น ทราบว่ามีคนไปร้องเรียนที่ กกต. เกือบ 7,000 เรื่องแล้ว มีข้อครหาสำคัญ คือ การใช้บัตรพิเศษ ไม่รู้ว่าความพิเศษนี้เอื้ออำนวยให้ใครหรือไม่ โดยเฉพาะกรณีของการปรากฏสัญลักษณ์ QR Code และ บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งทนายอั๋นกล่าวอีกว่า เมื่อวันที่ 25 ก.พ. การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นพฤติการณ์การเลือกตั้งที่สกปรกโสโครกที่สุด แต่ กกต. อ้างว่าเป็นการเลือกตั้งที่สมบูรณ์แบบแล้ว เราจึงยอมรับไม่ได้ และ กกต. ยังไปแจ้งความดำเนินคดีกับประชาชนที่ บช.ก. และเหยียบหน้าคนไทยด้วยการประกาศรับรองผล สส.เขต วันนี้พวกเรามาแสดงตัวแสดงตนว่าเป็นปฏิปักษ์กับ กกต. ยืนยันว่าไม่กลัว ขอให้ดีเอสไอรับสืบสวนเป็นคดีพิเศษ ส่วนกรณีที่มีบุคคลไปถ่ายวิดีโอตอนเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่ในหน่วยเลือกตั้งนั้น การถ่ายวิดีโอไม่มีความผิด จะมีความผิดต่อเมื่อถ่ายไปแล้วทำให้เจ้าพนักงานต้องหยุดการปฏิบัติหน้าที่ลง หรือมีการนำไปบิดเบือนตัดต่อ การถ่ายคลิปวิดีโอเมื่อวันที่ 22 ก.พ.ไม่ถือเป็นการรบกวนเจ้าพนักงาน เพราะสื่อมวลชนก็เยอะ ไม่เห็นสะดุดอะไรเลย และไม่มีการชักนำให้ผู้ลงคะแนนไปลงคะแนนให้ใคร อีกทั้งยังไม่มีกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) รายไหนไปลงบันทึกประจำวันอะไรทั้งสิ้น มีเพียง กกต.ไปแจ้งความเอาผิดประชาชนแก้เขินขณะที่ น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สว. แถลงความคืบหน้าที่รัฐสภา ถึงการยื่นฟ้องศาลกรณีการเลือกตั้ง สส. ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ว่า ฝ่ายกฎหมายตรวจสอบรัฐธรรมนูญและ พ.ร.ป.รัฐธรรมนูญต่างๆแล้ว พบไม่มีบทบัญญัติใดที่เปิดช่องทางให้ สว.เข้าชื่อเพื่อกล่าวโทษถอดถอนองค์กรอิสระได้เลย โดยเฉพาะกรณีการจัดการเลือกตั้งของ กกต. ที่มีการพิมพ์บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้ง ที่อาจทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นความลับขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 83 และ 85 หรือไม่ จึงไม่สามารถใช้กลไก สว.ดำเนินการได้ จึงส่งคำร้อง นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น ให้ทำหน้าที่ภาคประชาชน รวมรายชื่อประชาชนดำเนินการฟ้อง กกต. ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 หรือยื่นต่อผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อฟ้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 213 ในฐานะประชาชนที่ถูกละเมิดสิทธิเสรีภาพในการเลือกตั้ง ที่ไม่เป็นความลับ ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ในส่วนของ สว. ต้องขอยุติกระบวนการตรวจสอบการเลือกตั้งเพียงเท่านี้ ต้องขอโทษประชาชนด้วย เพราะกลไกของกฎหมายไม่เปิดช่องให้เราทำได้ที่ จ.เพชรบูรณ์ กกต.เพชรบูรณ์ จัดให้มีการนับคะแนนเลือกตั้ง สส. แบบบัญชีรายชื่อใหม่ จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ หน่วยเลือกตั้งที่ 1 เขตเลือกตั้งที่ 1 ต.นายม อ.เมืองเพชรบูรณ์ จัดที่ห้องประชุม อบจ.เพชรบูรณ์ และหน่วยเลือกตั้งที่ 2 เขตเลือกตั้งที่ 4 ต.หนองไผ่ อ.หนองไผ่ จัดที่หอประชุม อ.ชนแดน ผลการนับคะแนนปรากฏว่า อันดับ 1-3 ยังคงเหมือนเดิมไม่มีการเปลี่ยนแปลง ดังนี้ อันดับ 1 คือ พรรคภูมิใจไทย เดิม 92 ใบ นับใหม่ได้ 91 ใบ อันดับ 2 พรรคประชาชน 69 ใบ (เท่าเดิม) อันดับ 3 พรรคเพื่อไทย 31 ใบ (เท่าเดิม) และจำนวนบัตรดี บัตรเสีย (เท่าเดิม)ส่วนการนับคะแนนใหม่ที่ห้องประชุม อบจ.เพชรบูรณ์ จำนวนคะแนนและจำนวนผู้มาใช้สิทธิเท่ากัน คือ 404 การนับคะแนนใหม่ครั้งนี้ ปรากฏว่าคะแนนของพรรคไทยทรัพย์ทวีจากครั้งที่แล้วได้ 25 นับใหม่ได้ 24 ลดลง 1 คะแนน ส่วนพรรคกล้าธรรมเดิมได้ 59 นับใหม่ได้ 58 ลดลง 1 คะแนน และมีบัตรเสียจากเดิม 26 ใบ นับใหม่เพิ่ม 1 ใบที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ กกต.มีมติสั่งให้นับคะแนนใหม่แบบบัญชีรายชื่อ ของเขตเลือกตั้งที่ 1 อ.สามร้อยยอด จำนวน 2 หน่วย คือ หน่วยเลือกตั้งที่ 2 เขตเลือกตั้งที่ 1 ต.ไร่ใหม่ หน่วยเลือกตั้งที่ 8 เขตเลือกตั้งที่ 1 ต.สามร้อยยอด โดยการนับคะแนนใหม่ มีขึ้นที่หอประชุมที่ว่าการ อ.สามร้อยยอด เมื่อเวลา 10.00 น. มีประชาชนหลายภาคส่วนและผู้สมัครสส.บางพรรคร่วมสังเกตการณ์ เจ้าหน้าที่ได้ขนหีบบัตรจาก สภ.สามร้อยยอด มาที่หน่วยนับคะแนนและเริ่มต้นนับจำนวนบัตร ซึ่งหน่วยเลือกตั้งที่ 2 เขตเลือกตั้งที่ 1 ต.ไร่ใหม่ มีผู้ใช้สิทธิ 438 คน จำนวนบัตรเลือกตั้ง สส.แบบบัญชีรายชื่อ ที่ลงคะแนนแล้ว จำนวน 438 บัตร ส่วนหน่วยเลือกตั้งที่ 8 เขตเลือกตั้งที่ 1 ต.สามร้อยยอด มีผู้ใช้สิทธิจำนวน 341 คน จำนวนบัตรเลือกตั้ง สส.แบบบัญชีรายชื่อที่ลงคะแนนแล้ว จำนวน 341 บัตรจากนั้นกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งได้นับคะแนนเลือกตั้งใหม่ สส.แบบบัญชีรายชื่อ ผลปรากฏว่าหน่วยเลือกตั้งที่ 2 เขตเลือกตั้งที่ 1 ต.ไร่ใหม่ มีบัตรดีจำนวน 399 บัตร บัตรเสียจำนวน 26 บัตร บัตรไม่เลือกพรรคการเมืองใดจำนวน 13 บัตร ตรงกับจำนวนบัตรเลือกตั้งและผู้ใช้สิทธิ โดยพบความคลาดเคลื่อนเมื่อวันที่ 8 ก.พ. มีการรวมผลคะแนนบัตรดีขาดไป 1 คะแนน ส่วนหน่วยเลือกตั้งที่ 8 เขตเลือกตั้งที่ 1 ต.สามร้อยยอด มีบัตรดี จำนวน 301 บัตร บัตรเสีย จำนวน 32 บัตร บัตรไม่เลือกพรรคการเมืองใด จำนวน 8 บัตร ตรงกับจำนวนบัตรเลือกตั้งและผู้ใช้สิทธิ โดยพบความคลาดเคลื่อนเมื่อวันที่ 8 ก.พ.69 มีการขีดคะแนนบัตรเสียขาดไป 1 คะแนนที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 4 นายวิระศักดิ์ สายทอง ผู้สมัคร สส. เขตเลือกตั้งที่ 10 ขอนแก่น พรรคประชาธิปัตย์ นำหนังสือยื่นฟ้องเอาผิด นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานกรรมการ กลางการเลือกตั้ง และพวกรวม 8 คน ในข้อหาหรือฐานความผิดต่อหน้าที่ราชการ กฎหมายการเลือกตั้ง สส. และ กกต. เนื่องจากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ. บัตรเลือกตั้งที่ต้องเป็นความลับกลับมี QR Code แปะอยู่ ทำให้ประชาชนเกิดความสงสัยทั่วประเทศ เพราะบัตรเลือกตั้งจะต้องเป็นความลับ การมี QR Code ขัดกับกฎหมายเลือกตั้งจนทำให้เกิดความขัดแย้งทางสังคม และอาจจะเป็นอันตรายกับคนที่รับเงินมาแล้วไม่ได้เลือกให้กับเบอร์ที่รับเงินมาจึงมาร้องศาลเพื่อให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่างๆอีกด้านหนึ่ง กรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มอบหมายให้นายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการ กกต. และว่าที่ ร.ต.สัมพันธ์ แสงคำเลิศ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร (ผอ.กกต.กทม.) เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม เมื่อวันที่ 25 ก.พ.ให้ดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่ร่วมกันถ่ายภาพบัตรเลือกตั้ง ต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง และพยายามถอดรหัสคิวอาร์โค้ด กับบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ทั้ง สส.แบบแบ่งเขต และ สส.บัญชีรายชื่อ เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลไปถึงผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง ว่า ลงคะแนนให้กับผู้ใด เหตุเกิดในการออกเสียงลงคะแนนใหม่ ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 9 เขตเลือกตั้งที่ 15 พื้นที่เขตคันนายาว กทม. เมื่อวันที่ 22 ก.พ.นั้นผู้สื่อข่าวรายงานว่า บุคคลที่ กกต.แจ้งความให้มีการดำเนินคดี มีจำนวน 6 ราย ประกอบไปด้วย 1.นายธรรมธีร์ สุกโชติรัตน์ ผู้อำนวยการดีโหวต มหาวิทยาลัยศรีปทุม 2.นายธนารัตน์ กัววัฒนาพันธ์ CEO ของ Domecloud ผู้เชี่ยวชาญด้านซอฟต์แวร์ และเทคโนโลยี blockchain 3.นายชัยพนธ์ ชวาลวณิชชัย หรือครูชัย เจ้าของเพจ M.I.B Marketing In Black 4.นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง 5.นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน และ 6.นายทรงพล เรืองสมุทร หัวหน้าช่างภาพสื่อ Spacebarโดย กกต.แจ้งความให้ดำเนินคดีในความผิดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง 2560 มาตรา 66 วรรคสอง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 มาตรา 209 มาตรา 322 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 ที่บัญญัติถึงลักษณะความผิดและบทลงโทษไว้ค่อนข้างรุนแรง ตามมาตรา 66 แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วย กกต.2560 กำหนดว่า “ผู้ใดขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด ผู้ตรวจการเลือกตั้ง หรือกรรมการที่ กกต.แต่งตั้ง ถ้าการขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่นั้น ได้กระทำโดยใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือเพื่อให้การเลือกตั้งและไม่ได้เป็นไปโดยสุจริตเป็นเที่ยงธรรม หรือเป็นไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 กำหนดว่า ผู้ใดกระทำการใดๆ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกรัฐธรรมนูญ กฎหมาย หรือการปกครองประเทศโดยใช้กำลังความรุนแรง หรือกระทำการใดๆในการยุยงปลุกปั่นประชาชนให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย หรือให้เกิดการแตกแยกในหมู่ประชาชน หรือให้ประชาชนฝ่าฝืนกฎหมาย อันเป็นการกระทำอันมิชอบด้วยกฎหมาย ผู้นั้นต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปีส่วนมาตรา 209 ซึ่งเป็นความผิดฐานเป็น “อั้งยี่” บัญญัติว่าผู้ใดเป็นสมาชิกคณะบุคคลที่ปกปิดวิธีดำเนินการและมุ่งหมายทำผิดกฎหมาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี และปรับไม่เกิน 140,000 บาท หากเป็นหัวหน้าหรือผู้จัดการโทษสูงสุดคือจำคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับไม่เกิน 200,000 บาท มาตรา 322 ผู้ใดเปิดผนึก หรือเอาจดหมาย โทรเลข หรือเอกสารใดๆ ซึ่งปิดผนึกของผู้อื่นไปเพื่อล่วงรู้ข้อความก็ดี เพื่อนำข้อความในจดหมาย โทรเลขหรือเอกสารเช่นว่านั้นออกเปิดเผยก็ดี ถ้าการกระทำนั้นน่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 บัญญัติถึงการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลปลอมเท็จ ที่ส่งผลเสียหายต่อประชาชน ความมั่นคง หรือเป็นข้อมูลลามก รวมถึงการส่งต่อข้อมูลดังกล่าว ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่