ความรักเอย เจ้าลอยลมมาหรือไร...วันเสาร์สบายๆวันนี้ตรงกับ “วันวาเลนไทน์” วันแห่งความรัก ผมเลยเอาเพลงรักมาสร้างบรรยากาศ แต่บรรยากาศแห่งความรักในปีนี้ดูจะไม่ค่อยคึกคักสักเท่าไหร่ ดอกกุหลาบแดง ของขวัญที่เป็นสัญลักษณ์แห่งความรัก ร้านอาหาร โรงแรม ก็ไม่ค่อยมีกิจกรรมวันแห่งความรัก เขตบางรัก ที่เคยคึกคักด้วยคู่รัก มีการจัดจดทะเบียนสมรสหมู่ให้กับคู่รักในวันแห่งความรัก ปีนี้ก็ดูเงียบๆไปบรรยากาศที่คึกคักขึ้นมาแทนคือ การฉลองความรักให้กับตัวเอง Celebration of Self–Love เพราะคนไทยโสดกันมากขึ้น ไม่รู้จะไปฉลองกับใคร เลยจัดฉลองให้กับตัวเองวันวาเลนไทน์ ที่ไม่คึกคักเหมือนในอดีต เพราะโครงสร้างประชากรเปลี่ยนไป วันนี้สังคมไทยมีคนโสดและครัวเรือนเดี่ยวมากขึ้น วันวาเลนไทน์จึงไม่ได้เป็นเทศกาลแห่งความรักของคู่รักอีกต่อไป แต่เปลี่ยนมาเป็นเทศกาลแห่งการรักตัวเอง (Self–Love) จึงมีการฉลองความรักให้ตัวเองและเพื่อนฝูงอย่างภาคภูมิใจ เป็นไอเดียการฉลองวันวาเลนไทน์ฉบับคนโสดแบบฉ่ำๆ ไม่ต้องอายว่าไม่มีคู่รักเหมือนในอดีตอีกต่อไปข้อมูลจาก สำนักงานสถิติแห่งชาติ และ สภาพัฒน์ ระบุว่า ปี 2565 ไทยมีครัวเรือนคนเดียวกว่า 7 ล้านครัวเรือน คิดเป็น 26.1% ของครัวเรือนทั้งหมด และ มีคนโสดในวัยเจริญพันธุ์เพิ่มขึ้นถึง 40.5% โดยเฉพาะ กรุงเทพมหานครคนโสดในวัยเจริญพันธุ์พุ่งขึ้นไปถึง 50% ชาวกรุงทุก 2 คนที่เดินผ่านหน้าไปจะมีคนโสดอยู่ 1 คน unbelievable จริงๆมีรายงานว่า คนโสดพร้อมที่จะจ่ายหนักเพื่อประสบการณ์และกิจกรรมในยามว่างถึง 2 เท่า เมื่อเทียบกับคนที่มีครอบครัวแล้ว อาทิ ของสะสม เวิร์กช็อปยามว่าง เช่น ทำอาหาร จัดดอกไม้ งานดีไซน์ต่างๆ Fitness Wellness ไปจนถึง การดูคอนเสิร์ต การเดินทางท่องเที่ยว จนเกิดเป็น Solo Economy ที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด Euromonitor ระบุว่า ไทยเป็น 1 ใน 10 ประเทศที่มีค่าใช้จ่ายเพื่อการอุปโภคบริโภคของครัวเรือนคนเดียวสูงที่สุดในเอเชียแปซิฟิก ซึ่ง ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เคยทำตัวเลขในปี 2563 คาดว่า ครัวเรือนคนเดียวจะมีการใช้จ่ายมากกว่า 1.4 ล้านบาทต่อปี มาถึงปีนี้ 2569 ไม่รู้เพิ่มขึ้นเท่าไหร่การฉลองความรักตัวเอง Celebration of Self–Love ของคนโสดมาในรูปของ Solo Date คือนัดกับตัวเองคนเดียวการนัดกับตัวเอง Solo Date ที่คนโสดนิยมทำกันมากคือ การปรนเปรอตัวเองแบบจัดเต็ม อาทิ Solo Fine Dining จองร้านอาหารหรูที่อยากกินมานาน นั่งทานคนเดียว เพื่อให้รางวัลกับตัวเอง CafééHoping นั่งคาเฟ่เงียบๆ จิบกาแฟ อ่านหนังสือ หรือไปชมภาพยนตร์ ชมนิทรรศการ ไปสปา ออนเซน เข้าคลินิกทำหน้า จัดปาร์ตี้เล็กๆ หรือไปแฮงเอาต์กับเพื่อนที่โสดเหมือนกัน เน้นความสนุกสนานและมิตรภาพ ไปเที่ยวจองโรงแรมสวยในกรุงเทพฯหรือต่างจังหวัด นอนดูซีรีส์ สั่งรูมเซอร์วิส Buy Yourself Flowers ซื้อดอกไม้ที่ชอบมาปักใส่แจกันเองเลย ไม่ต้องรอให้ใครส่งมา ไปจนถึงการเรียนคอร์สสั้นที่อยากทำมานานแล้ว เช่น ทำอาหาร วาดรูป เป็นต้นเซ็กเตอร์ที่คนโสดมีการใช้จ่ายสูง คือ หมวดความงาม มีการใช้จ่ายมากกว่ากลุ่มคนมีครอบครัวถึง 4 เท่า เช่น เซรั่ม มอยส์เจอไรเซอร์ ผลิตภัณฑ์ Anti-Aging เป็นต้น หมวดแฟชั่น คนโสดก็มีการใช้จ่ายมากกว่ากลุ่มคนมีครอบครัวถึง 3 เท่า โดยเฉพาะแบรนด์ลักชัวรี กระเป๋า เสื้อผ้า เครื่องประดับ นาฬิกา หมวด Home Decoration คนโสดก็ใช้จ่ายมากกว่าถึง 4.5 เท่าวันวาเลนไทน์ปีนี้ ผมเห็นมีกิจกรรมหนึ่งที่น่าสนใจคือ Friend Full Fit : The Sweetest Pace by IPSA ที่ The PARQ เป็นงานวิ่งสไตล์ Dating Run ที่ออกแบบมาเพื่อคนโสดโดยเฉพาะ ไม่เน้นวิ่งจริงจัง แต่เน้นให้คนมาทำความรู้จักกัน เน้นความรู้สึกดีๆ ต่อกัน ผู้จัดงานระบุว่า งานนี้คือ Safe Zone สำหรับการเจอเพื่อนใหม่ และเป็นโอกาสดีในการได้พบคนที่จังหวะใจตรงกัน วิ่งจบก็มีกิจกรรมทอล์กสลับเล่นเกมสนุก เปิดโอกาสให้เกิดคอน เนกชันใหม่ๆ ท่ามกลางเสียงเพลงจากดีเจ กิจกรรมวันวาเลนไทน์ได้เปลี่ยนไปแล้ว จาก Valentine’s Date การนัดกันของคู่รักในวันวาเลนไทน์ กลายเป็น Solo Date การนัดกับตัวเองเพื่อแสดงความรักให้ตัวเอง แฮปปี้ วันวาเลนไทน์ ครับ.“ลม เปลี่ยนทิศ”คลิกอ่านคอลัมน์ “หมายเหตุประเทศไทย” เพิ่มเติม