ผลการเลือกตั้ง สส.ยังไม่ประกาศอย่างเป็นทางการ การจับขั้วรัฐบาลยังไม่งอกออกมาเป็นตัว แต่มีข่าวร้อนๆ ต้อนรับ สส.ชุดใหม่ ให้ชื่นสะดือไปพลางๆ ผลการจัดอันดับความโปร่งใส หรือดัชนีคอร์รัปชันล่าสุดประจำปี 2568ประเทศไทยหล่นตุ้บไปติดอันดับ 116 จาก 182 ประเทศทั่วโลกคะแนนความโปร่งใสของไทยได้ไปแค่ 33 คะแนน ตํ่าเตี้ยที่สุดเป็นประวัติการณ์อันดับความโปร่งใสของไทยตกจากอันดับ 107 ปี 2567 ร่วงไปติดอันดับ 116 ปี 2568หรือเจริญลงไป 9 อันดับเพียงปีเดียว!!หากเทียบกับปี 2557 ยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ดัชนีคอร์รัปชันของประเทศไทยเลวร้ายไปถึง 31 อันดับในเวลา 12 ปี“แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่าดัชนีความโปร่งใสของประเทศไทยล่าสุด 33 คะแนนแสดงว่า “ดัชนีความไม่โปร่งใส” หรือ “คะแนนคอร์รัปชันของไทย” สูงถึง 67 คะแนน!!หากเปรียบเทียบประเทศไทยกับเพื่อนบ้านใกล้เคียงคะแนนความโปร่งใสของสิงคโปร์อยู่ที่ 84 คะแนน บรูไน 63 คะแนน มาเลเซีย 52 คะแนน เวียดนาม 41 คะแนนและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว 34 คะแนนฟิลิปปินส์ คะแนนความโปร่งใส 32 คะแนน แย่กว่าไทย 1 คะแนนส่วนกัมพูชาของเฒ่าตัวแสบฮุนเซน คะแนนความโปร่งใส 20 คะแนนและเมียนมาคะแนนความโปร่งใสรั้งท้ายแค่ 16 คะแนน“แม่ลูกจันทร์” มองว่าตราบใดที่การเมืองไทยยังดักดานในวงจรอุบาทว์ “ซื้อเสียง–ถอนทุน”คะแนนความโปร่งใสของไทยไม่มีหวังจะดีขึ้นกว่าเดิมและคะแนนคอร์รัปชันของไทย ก็จะเลวร้ายอย่างนี้ตลอดไปใบเสร็จยืนยันชัดๆ คือการเลือกตั้งใหญ่ที่เพิ่งผ่านไปไม่กี่วันมีการซื้อเสียงกันวินาศสันตะโรทุ่มเงินซื้อเสียงกันสะบั้นหั่นแหลกทั่วทุกจังหวัด ทุกอำเภอ ทุกตำบลข้อสำคัญ ไม่ใช่ซื้อเสียงผ่านกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และหัวคะแนนท้องถิ่นอย่างเดิมยังซื้อเสียงผ่าน อสม.ที่ดูแลชาวบ้าน 15 หลังคาเรือนต่อคนยังขยายเครือข่ายไปถึงกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง จนเกิดปัญหาบัตรเขย่ง เป็นข่าวฉาวโฉ่ไปทั่วบ้านทั่วเมือง“แม่ลูกจันทร์” ย้ำว่า เมื่อเริ่มต้นจากการทุ่มเงินซื้อเสียงประชาชนมันก็ต้องเข้าไปคอร์รัปชันถอนทุนอย่างแน่นอนไม่มีนักการเมืองคนใดที่ทุ่มเงินซื้อเสียงเข้าไปเพื่อทำงานรับใช้พี่น้องประชาชน...โดยไม่หวังถอนทุน!!ยิ่งทุ่มเงินซื้อเสียงมากขึ้นๆ การทุจริตถอนทุนก็ต้องหนักขึ้นๆเป็นเงาตามตัวหากทุ่มเงินซื้อเก้าอี้ สส.เขต 500 บาทต่อคะแนนต้องใช้เงินลงทุนไม่ต่ำกว่า 17 ล้านบาทถึงจะได้เข้าสภาฯหากทุ่มเงินซื้อเก้าอี้ สส.เขต 1,000 บาทต่อคะแนน ต้องใช้เงินซื้อเสียงเกิน 35 ล้านบาทขึ้นไปถอนทุนได้แล้วยังไม่พอ ยังใช้อำนาจหน้าที่ทุจริตโกงเงินภาษีประชาชนเข้ากระเป๋าตัวเองเป็นกำไรอีกก้อนโตงบประมาณแผ่นดิน 20 เปอร์เซ็นต์ หรือ 30 เปอร์เซ็นต์ จึงกลายเป็น “เก๋าเจี๊ยะ” นักการเมืองอนาคตประเทศไทยจะเป็นอย่างไร หาคำตอบกันเองนะโยม."แม่ลูกจันทร์"คลิกอ่านคอลัมน์ “สำนักข่าวหัวเขียว” เพิ่มเติม