การเมืองที่ไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร ผู้ชนะคือฝ่ายที่ถูกต้องเสมอ มีข่าวหลังจากรู้ผลคะแนนการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการว่า พรรคภูมิใจไทย จะเลือกจับขั้วรัฐบาล กับ พรรคเพื่่อไทย 194 บวกกับ 76 เสียง 270 เสียง ไปเอา พรรคเล็ก 15 พรรคมารวมอีก 33 เสียง ก็จะได้รัฐบาล 303 เสียง นิติสงครามระหว่าง ภูมิใจไทย กับ เพื่อไทย ในอดีต ที่ดินเขากระโดง ที่ดินสนามกอล์ฟอัลไพน์ คดีฮั้ว สว. ก็ให้เลิกแล้วกันไป จะด้วยเหตุผลใดก็ตามถ้าจริงก็ต้องเป็นเหตุผลที่พิเศษจริงๆพรรคฝ่ายค้านก็จะเหลือ พรรคประชาชน 116 เสียง ประชาธิปัตย์ 22 เสียง และ กล้าธรรม 57 เสียง รวมเป็น 195 เสียง ถ้าออกมารูปแบบนี้จริง เสถียรภาพของรัฐบาลก็ไปได้ ไม่สะดุด แต่ในด้านยุทธศาสตร์ต้องมีสะดุด เพราะการเลือกตั้งที่ผ่านมา การแย่งคะแนน สส.เขตในภาคอีสาน 133 เขต ส่วนใหญ่เป็นการแข่งขันระหว่าง น้ำเงินกับแดง โดยเฉพาะ ภาคเหนือ แดงต้องไปแข่งกับเขียว ภาคใต้ น้ำเงิน แข่งกับฟ้า ถ้าจะใช้บริการพรรคเล็กพรรคน้อยไม่ใช่คู่แข่งในสนามเลือกตั้ง ก็ยังไม่มีความจำเป็นถึงขนาดนั้นคำถามมีอยู่ว่า ทำไมจะต้องไม่เอากล้าธรรมในเมื่อร่วมรบ กันมาตั้งแต่ต้นนอกจากนี้ มีบางพรรคการเมืองก็เป็นคู่ขัดแย้งในกระบวนการนิติสงคราม เช่น พรรคประชาชาติ ของ พ.ต.อ.ทวี สอดส่องเป็นต้น หรือถ้าจะอ้างว่า กล้าธรรม มีเทา ทำไมเลือกประชาธิปัตย์ ร่วมรัฐบาลแทนพรรคเล็กพรรคน้อยนอกจากจะมีเหตุผลอื่นเป็นพิเศษในกรณีที่ ภูมิใจไทย จับมือกับ กล้าธรรม จะมีอำนาจการ ต่อรองมากกว่า ในการที่จะไปเจรจากับพรรคอื่น 194 เสียง ไปรวมกับ 57 เสียง จะได้เสียง 251 เสียง พอดีมีสิทธิเลือก พรรคร่วมรัฐบาลแบบไม่มีข้อต่อรอง ถ้าจะบอกว่า ภูมิใจไทย ไม่ไว้ใจกล้าธรรม เนื่องจากกล้าธรรมเติบโตทางการเมือง ตลาดเดียวกับภูมิใจไทย หรือมีความขุ่นเคืองในใจแต่พรรคเพื่อไทยก็ไม่ต่างจากกล้าธรรมและภูมิใจไทยก็ไม่ติดเงื่อนไขมีเทาไม่มีเรา ไม่เคยประกาศเงื่อนไขใดๆในการจับขั้วรัฐบาล เหมือนกับพรรคประชาธิปัตย์หรือพรรคประชาชน เปิดช่องว่างเอาไว้ เช่นเดียวกับพรรคเพื่อไทยที่ไม่มีเงื่อนไขในการร่วมรัฐบาลทั้ง เพื่อไทย และ ภูมิใจไทย น่าจะรู้ภารกิจบางอย่างไม่ว่าพรรคใดได้เสียงข้างมากเข้ามาก็ต้องตั้งรัฐบาลภาคใต้ ขั้วอำนาจอนุรักษ์ ใครได้ สส.มากกว่าก็เป็นนายกฯไป แต่ก็ ไม่มีเหตุผลที่จะไม่เอาพรรคกล้าธรรมมาร่วมรัฐบาลนอกเสียจากว่ามีเงื่อนไขพิเศษบางอย่าง.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.th