ยิ่งนำก็ยิ่งโดนยำหนัก สถานการณ์กระสุนชุกตกใส่พรรคประชาชนโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง หลังทุกโพลชูเป็นตัวเต็งหนึ่ง ได้เสียงเชียร์เต็มเหนี่ยวจากชาวบ้าน ทั้งความนิยมแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี สส.เขต และ สส.บัญชีรายชื่อ นำโด่งเหนือคู่แข่งล่าสุดนิด้าโพลเปิดผลสำรวจความเห็นประชาชนก่อนหย่อนบัตร 1 สัปดาห์ “หัวหน้าเท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ยังตระหง่านหัวแถวครองความนิยม 29.08% คนเชียร์ให้นั่งเก้าอี้นายกฯ“นายกฯหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย 22.24% และ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ 12.52% กวดมาเป็นที่ 2 และ 3 ตามลำดับค่ายสีส้มยืนระยะทำคะแนนนำทั้งคนและพรรค ไม่มีใครเบียดแซงได้ หนำซ้ำยังมีแต้มบวกเพิ่ม ยิ่งใกล้เข้าคูหา เริ่มขยับทิ้งห่างอันดับ 2-3 ไปทุกขณะผลพวงการสร้างภาพจำเป็นผู้พิทักษ์ผลประโยชน์คนทำงาน ปลุกกระแส “ไอซ์ฟีเวอร์” รักชนก ศรีนอก ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กระหึ่มติดลมบนในฐานะตัวตึงที่ลากไส้การทำงานของสำนักงานประกันสังคม นำเงินผู้ประกันตน 24 ล้านคนไปปู้ยี่ปู้ยำ ซื้อตึก สร้างโรงอาหารแพงเกินจริง ซื้อปากกาหรูแจกผู้บริหาร นั่งเครื่องบินชั้นเฟิสต์คลาส ตัดสูทใส่กันโก้หรูขณะที่ระบบไอที สำนักงานประกันสังคม มูลค่า 800 กว่าล้านบาท กลับล้มเหลวอยู่ในภาวะชัตดาวน์ ไม่สามารถจ่ายเงินชดเชยกรณีต่างๆให้ผู้ประกันตนได้ประเด็นประกันสังคมถูกปั่นเป็นเกมการเมืองช่วงโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง เร่งกระแสความนิยมพรรคประชาชนกลับมาโตอย่างรวดเร็วจากเดิมตั้งท่าจะฟุบจากปมผู้สมัครส้มอมเทา กลับมาเป็นฟื้นยิ่งทุบกลับยิ่งโต อะไรๆก็เข้าทางเป็นใจให้หมดแม้กระทั่งกรณีคณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือน (อ.ก.พ.) กระทรวงสาธารณสุข ลงมติ 4 ต่อ 3 ปลด นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้สมัคร สส.สงขลา พรรคประชาชน กรณีทุจริตจัดซื้อชุดตรวจเอทีเค ช่วงโควิดระบาด สมัยดำรงตำแหน่ง ผอ.โรงพยาบาลจะนะ จ.สงขลา ยังกลายมาเป็นแต้มบวกดื้อๆเรียกคะแนนสงสารพุ่งเข้าใส่เป็นกอบเป็นกำ เพราะถูกมองเป็นการกลั่นแกล้ง คู่แข่งการเมืองจงใจขัดขาก่อนเข้าเส้นชัยเรื่องเก่าคาราคาซังยืดเยื้อมาหลายปี แต่จู่ๆมาพีกเห็นผล ช่วงเข้าด้ายเข้าเข็มตอนใกล้วันกาบัตร 8 ก.พ.2569 ก็คงชี้แจงได้ไม่เต็มปากว่า ไม่หวังผลผูกโยงกับผลเลือกตั้ง จ.สงขลาจากที่ตั้งใจกะจะขยี้ซ้ำ สร้างภาพให้ติดลบหนัก กลับผิดแผนไปเพิ่มความเห็นใจค่ายส้มพลิกวิกฤติเป็นโอกาส เลือกเล่นบทเหยื่อทางการเมือง หยิบมาปลุกกระแสต่อสู้ ทวงคืนความยุติธรรมต้องรอลุ้น จะมีคำสั่งปลดออกจากราชการก่อนวันเลือกตั้ง 8 ก.พ.หรือไม่โค้งสุดท้าย พรรคประชาชนยังแรงไม่หยุด กุมแต้มต่อได้เปรียบ ปล่อยกลยุทธ์สุดท้าย คาราวานรถแห่สีส้ม 8 สาย 77 จังหวัด รุกฆาตปลุกกระแส 7 วันสุดท้ายก่อนเลือกตั้งให้กาส้มทั้ง 2 ใบปลุกแลนด์สไลด์ หรือทิ้งห่างอันดับ 2 มากที่สุด ชนะให้ขาด สร้างความชอบธรรมการจัดตั้งรัฐบาลแต่ที่ต้องปรับกลยุทธ์อุตลุดคือ พรรคภูมิใจไทย ที่ต้องดึงคะแนนเสียงกลับมา ภายหลังทุกผลโพลมีแต้มตามหลัง เร่งเครื่องแซงไม่ขึ้นแค่เปิดตัวมือโปรทางเศรษฐกิจ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง และ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ วางตัวเป็นทีมรัฐมนตรีเศรษฐกิจรอบหน้า ยังเบ่งแต้มได้ไม่มากพอต้องงัดยุทธศาสตร์ปลุกพลังอนุรักษ์นิยมมาสู้อย่างเต็มที่ ปลุกวาทกรรมแบบโบราณ “ไม่เลือกเรา เขามาแน่” หรือขอให้ช่วยเลือกฝ่ายที่รักชาติ และไม่เลือกฝ่ายที่ไม่รักชาติภาวะค่ายน้ำเงินแต้มสะดุดสัปดาห์สุดท้าย ต้องเร่งแก้เกมปลุกให้เลือกข้าง ขีดเส้นแบ่ง ต้องเอาให้ชัดเจน จะเลือก “ส้ม” หรือ “น้ำเงิน”ตั้งเป้าดึงฐานเสียงกลุ่มที่กลัวการเปลี่ยนแปลง หรือคนที่ยังไม่ได้ตัดสินใจ มาเป็นพวกให้มากที่สุด เบรกพายุสีส้มที่กำลังมาแรงให้อ่อนกำลังลงเคลมบทบาทพรรคภูมิใจไทยคือ หัวขบวนฝ่ายอนุรักษ์นิยม ต้องเทคะแนนให้เพียงพรรคเดียว ไม่ให้เสียงแตกไปแบ่งแต้มให้ฟากอนุรักษ์นิยมค่ายอื่นๆพลิกเกมเพลี่ยงพล้ำ คะแนนนิยมไล่หลัง“ประชาชน-ภูมิใจไทย” เบียดสู้กันสนุกโค้งสุดท้าย ต้องลุ้นหลังปิดหีบ รถแห่สีส้ม หรือรถบัสสีน้ำเงิน สีไหนจะเข้าวิน 8 ก.พ.นี้!!!ทีมข่าวการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม