“รองสำราญ” ผอ.ศจร.ตร.เต้น คลิปผู้ว่าฯพัทลุงบุกตำหนิตำรวจตั้งด่าน ให้นโยบายสวนคำสั่งรัฐบาลที่ให้เข้มงวดกฎหมายจราจรช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2569 ยันสั่งการ “ผู้การพัทลุง” เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อดำเนินการส่งเรื่องให้ต้นสังกัดของผู้บริหารคนดังกล่าวทราบ ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป วอนประชาชนให้ความร่วมมือ เพราะนอกจากกฎหมายจราจรแล้ว การตั้งด่านยังจับกุมคดีอาชญากรรมอื่นได้ด้วย ด้านบรรยากาศบริเวณจุดตรวจสามแยกท่ามิหรำที่เกิดเหตุ ตำรวจยังทำงานบังคับใช้กฎหมายจราจรเข้มงวดต่อไปตามแผนรัฐบาล ยันไม่เสียกำลังใจ ทำไปเพื่อความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญกรณีคลิปผู้ว่าฯพัทลุงบุกด่านตรวจตำรวจแห่งหนึ่ง มอบนโยบายหัวหน้าด่าน ให้เน้นตักเตือนผู้ขับขี่ผิดกฎหมายจราจร ไม่ให้เน้นจับกุม อ้างว่า เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้ตำรวจ เนื่องจากมีปัญหาเรื่องส่วยกันอยู่แล้ว ความคืบหน้าจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เมื่อคืนวันที่ 1 ม.ค. พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศจร.ตร.) และผู้อำนวยการศูนย์อำนวย การป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 สำนักงานตำรวจแห่งชาติเผยว่า ได้รับรายงานการตรวจพบสื่อโซเชียลกรณีผู้บริหารระดับสูงนอกสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตำหนิข้าราชการตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ ณ จุดตรวจจุดสกัดที่ตั้งขึ้นเพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้นในช่วงเทศกาลปีใหม่ กรณีดังกล่าวสำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่นิ่งนอนใจแน่นอน สั่งการให้ผู้บังคับการในพื้นที่จังหวัดดังกล่าวตรวจสอบโดยด่วน แล้วให้รีบรายงานข้อเท็จจริง เพื่อดำเนินการส่งเรื่องให้ต้นสังกัดของผู้บริหารดังกล่าวทราบ ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป“ขอเรียนให้พี่น้องประชาชนทราบว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่มีประชาชนเดินทาง ใช้รถใช้ถนนมากกว่าช่วงเวลาปกติ สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีความห่วงใยความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ จึงต้องมีมาตรการเข้มในการดูแลความปลอดภัยลดอุบัติเหตุทางถนน บูรณาการกำลังตำรวจร่วมกับหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องดำเนินการตลอดช่วง 7 วันควบคุมเข้มข้นเทศกาลปีใหม่ ถือเป็นช่วงเวลาที่มีสถิติการเดินทางและการเกิดอุบัติเหตุสูงที่สุดในรอบปี” รอง ผบ.ตร.กล่าวพล.ต.อ.สำราญกล่าวด้วยว่า ภารกิจการตั้งจุดตรวจกวดขันวินัยจราจร มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อลดอุบัติเหตุและลดความสูญเสียบนท้องถนน เน้นการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะ 10 ข้อหาหลัก อาทิ เมาแล้วขับ ขับรถเร็ว ไม่สวมหมวกนิรภัย เป็นต้น เป็นกลไกสำคัญในการป้องปรามพฤติกรรมเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ขับขี่และผู้ใช้ทางร่วมกัน สำนักงานตำรวจแห่งชาติยืนยันกับศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนตลอดทั้งปีว่า การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด จริงจัง ในการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจจราจร มีเป้าหมายสูงสุดคือ ความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน พร้อมขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยวโปรดเข้าใจ ให้ความร่วมมือกับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อเป้าหมายเดียวคือ ส่งทุกคนกลับบ้านและท่องเที่ยวอย่างปลอดภัยด้าน พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผบช.ศ. ฐานะหัวหน้าคณะทำงานเสริมสร้างภาพลักษณ์ตำรวจจราจรเผยข้อมูลเพิ่มเติมว่า จุดตรวจ (ด่านตรวจ) ในห้วงที่ผ่านมา สามารถจับกุมคดีอาชญากรรมอื่น นอกจากดำเนินการเข้มงวดเกี่ยวกับกฎหมายจราจรได้อีกมากมาย อาทิ เมื่อวันที่ 26 ธ.ค.68 สภ.หนองขาว ภ.7 จับกุมบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง 25 คนพร้อมของกลางยาบ้า 6.5 เม็ด วันที่ 28 ธ.ค.68 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) โดยกองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) จับกุมผู้ต้องหา 3 คน ความผิดตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า 2562 ของกลางสัตว์ป่า 31 ตัว วันที่ 30 ธ.ค.68 สภ.ท่าฉัตรไชย จ.ภูเก็ต ภ.8 จับกุมวัตถุระเบิดแสวงเครื่อง 1 ลูก และเมื่อวันที่ 31 ธ.ค.68 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง สถานีตำรวจทางหลวง 2 กองกำกับการ 5 กองบังคับการตำรวจทางหลวง จับกุมผู้ต้องหารวม 9 คน ในความผิดตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง 2522ต่อมาเมื่อวันที่ 2 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการกวดขันวินัยจราจรในช่วง 7 วันอันตราย เทศกาลปีใหม่ ในพื้นที่จังหวัดพัทลุง ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ตามนโยบายรัฐบาลและศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) แม้ก่อนหน้านี้จะเกิดกระแสวิพากษ์ วิจารณ์ในสื่อสังคมออนไลน์ กรณีคลิปเหตุการณ์ผู้ว่าราชการจังหวัดเข้าไปตำหนิเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขณะปฏิบัติหน้าที่ตั้งจุดตรวจบริเวณสามแยกท่ามิหรำต.คูหาสวรรค์ อ.เมืองพัทลุง ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบจุดตรวจพบว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มงวดต่อเนื่อง เข้าไปสอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่ง ยอมรับว่ารู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ยืนยันว่าตำรวจทุกนายยังคงยึดหลักทำตามหน้าที่ เพื่อความปลอดภัยของประชาชน เนื่องจากจุดตรวจสามแยกท่ามิหรำเป็นจุดสำคัญก่อนเข้าสู่เขตตัวเมือง เป็นหนึ่งในจุดที่กำหนดให้กวดขันวินัยจราจรเป็นพิเศษเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกนายหนึ่งระบุด้วยว่า การตั้งจุดตรวจในช่วงเทศกาลปีใหม่เป็นไปตามแผนป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน มุ่งเน้นการลดพฤติกรรมเสี่ยงหลัก ได้แก่ การไม่สวมหมวกนิรภัย การขับรถเร็วเกินกำหนด การดื่มแอลกอฮอล์แล้วขับ และการไม่คาดเข็มขัดนิรภัย สำหรับจังหวัดพัทลุงช่วง 7 วันอันตราย มีแผนตั้งจุดตรวจ 2 ประเภท คือ 1.จุดบริการประชาชน เพื่ออำนวยความสะดวก ให้คำแนะนำ และช่วยเหลือผู้ใช้รถใช้ถนนจุดตรวจวินัยจราจร และ 2.จุดบริการประชาชน เพื่อป้องปรามและลดอุบัติเหตุ มีจุดตรวจหลัก 17 จุด ครอบคลุมทั้ง 11 อำเภอของจังหวัด สอดคล้องกับนโยบายรัฐที่กำหนดให้ทุกพื้นที่เข้มงวดการบังคับใช้กฎหมายควบคู่กับการสร้างจิตสำนึกด้านความปลอดภัย ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจขอความร่วมมือประชาชนเคารพกฎจราจร ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่เพื่อร่วมกันลดอุบัติเหตุ ลดการสูญเสีย และให้การเดินทางในช่วงเทศกาลปีใหม่เป็นไปด้วยความปลอดภัยสูงสุดอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่