แรงไม่แผ่วเลย “สมี” กับ “สีกา” สั่นคลอนศรัทธา “พุทธจักร” อย่างหนักแต่ถ้าไม่แตะเบรก “หลวงตาเต่า” มีหวังได้จับสึกพระอื้อฉาวกันไม่หยุดหย่อน จังหวะจึงต้องผ่อนคันเร่ง หลัง “บิ๊กต่าย” พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. กับ พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง รอง ผบ.ตร. เข้ากราบนมัสการพระเถระผู้ใหญ่ชั้นสูงขอบิณฑบาต อย่าพุ่งเป้าจับสึกแบบเหมาเข่งข้อหา “ปาราชิก”โดยเฉพาะสไตล์ “หลวงตาเต่า” พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก.ในฐานะรองหัวหน้าศูนย์ปราบพระนอกรีต ที่บู๊ถึงลูกถึงคนได้ใจฆราวาสก็จริง แต่ในมุมของพระแล้วมันเปราะบางในเมื่อกฎทางวินัยสงฆ์กับกฎหมายอาญายังคาบลูกคาบดอกกระนั้นก็ดี พระชั้นผู้ใหญ่ที่มีปัญหาจริงๆ ยังไงก็ไม่รอด เพราะมีกระบวนการจัดการอย่างเข้มข้นใน “ระดับบน” แน่ๆ เพียงแต่ไม่ควรแห่ประจานให้สังคมเข้าใจผิดพระส่วนใหญ่เอาเป็นว่า ยึดตามพระธรรมวินัย พระอวดอุตริมนุสธรรมหรือแค่โกหก ก็ “ปาราชิก” แล้วแต่นั่นไม่ใช่สำหรับนักการเมืองอาชีพแบบไทยๆที่ไม่ได้เคร่งครัดศีลห้า การโกหกถือเป็นพฤติการณ์ปกติ “มุสาวาทา” เป็นเรื่องธรรมดามากๆชาวบ้านก็ไม่ได้เชื่อลมปาก เพราะถือเป็นความชาชินไปเลยเรื่องของเรื่อง ต้องจับตาดูถึงเวลาจริงจะโผล่มาจริงหรือไม่ กับโปรแกรมที่นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ประธานวิปรัฐบาล ให้ข่าวเองเลยว่า นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯคนพ่อ จะมาร่วมแจมวงดินเนอร์กับแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล ในวันที่ 22 กรกฎาคมนี้ทั้งๆที่เพิ่งมีข่าวชวนเสียววาบ คณะอนุกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตั้งแท่นชง กกต.ชุดใหญ่ ส่งต่อศาลรัฐธรรมนูญ ลุยยุบ 6 พรรคการเมืองร่วมรัฐบาล อันประกอบไปด้วยพรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทย พรรคพลังประชารัฐ พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคประชาชาติ และพรรครวมไทยสร้างชาติโทษฐานปล่อยให้คนนอกอย่าง “ทักษิณ” ครอบงำ ชี้นำสั่งการตามหลักฐานปรากฏเป็นภาพข่าวตามสื่อ ในการเรียกแกนนำขาใหญ่เข้าถ้ำจันทร์ส่องหล้า ล็อกคะแนนโหวตหนุน ลูกสาวคนโปรดคือ “อิ๊งค์” แพทองธาร ชินวัตร นั่งแท่นนายกฯ หลังนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกฯ ตกเก้าอี้คดีเก่ายังปักอก ชนักคา “ทักษิณ” จะท้าทายคดีใหม่“นายใหญ่” ดอดมานั่งกินข้าว สำแดงพลังอำนาจ “ตัวพ่อ” เป็นเจ้าภาพเหมาจ่าย แล้วโกหกหน้าตายว่าไม่ได้สั่งการ ไม่ได้ ครอบงำ ไม่ได้มีอิทธิพลเหนือใคร“ทักษิณ” อาจไม่สนใจ ไม่แคร์สายตาใคร ไหนๆก็ไหนๆแล้วแต่ที่แนวโน้มคงไม่เป็นอันกินดินเนอร์ อาการแกนนำขาใหญ่พรรคร่วมรัฐบาล “แพทองธาร 1/2” คงเสียวสันหลังวาบไปตามๆกันกับสถานการณ์ผวาโดน “เหมาเข่ง” ล้างกระดานในจังหวะที่พรรคร่วมรัฐบาลผสมนำโดยพรรคเพื่อไทย กำลังถูกลากมาจ่อปากเหว คดีความผิดมาตรา 144 แห่งรัฐธรรมนูญ 2560 จากพฤติการณ์ร่วมกันแปรญัตติงบประมาณเพื่อเกิดประโยชน์กับตนเองและพวกพ้องโทษประหารหมู่ จากการโยกงบฯใช้หนี้ โปะโครงการเทกระจาดเงินหมื่นตื่นผวากับกระแสไฟช็อต ที่อยู่ๆก็ลามแรงพึ่บพั่บตามสัญญาณกระตุกขนหัวลุก กับคิวเล่นเร็ว ศาลรัฐธรรมนูญนัด 1 สิงหาคมนี้ ลุ้นฟังคำวินิจฉัยคดีที่ สส.พรรคประชาชนยื่นร้องฟันนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานสภาฯโทษฐานเป็นผู้ให้ความเห็นชอบการจัดทำโครงการและมีการเสนองบประมาณของสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 3 โครงการ ที่นายพิเชษฐ์มีส่วนโดยตรงหรือทางอ้อม ในการใช้งบประมาณ 2569ถ้านายพิเชษฐ์โดนลงดาบฟันผิดฐานโยกงบเพื่อตัวเองและพวกพ้องนั่นเท่ากับสัญญาณ “นำร่อง” ศาลรัฐธรรมนูญต้องลุยทุบนักเลือกตั้งอาชีพที่ซิกแซ็กงบประมาณเข้าทางผลประโยชน์ตัวเอง หมิ่นเหม่ปมธรรมาภิบาล เขย่าพรรคร่วมรัฐบาลนำโดยพรรคเพื่อไทยขนหัวลุก สะท้านลางสังหรณ์ “ตายหมู่”.ทีมข่าวการเมือง รายงานคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม