สถานการณ์แก๊งคอลเซ็นเตอร์ยังคงปักหลักเคลื่อนไหวอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน ตั้งแต่กัมพูชา เมียนมา และลาว ใช้ประเทศไทยเป็นจุดยุทธศาสตร์ลักลอบข้ามแดนไปทำงานหรือหลอกคนไทยและชาวต่างชาติทำงานแก๊งคอลเซ็นเตอร์พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. มอบ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จตช. เข้ามารับผิดชอบกำหนดมาตรการกดดันตั้งแต่ตัดไฟฟ้า อินเตอร์เน็ต และน้ำมันในเมียนมา ส่งผลให้มีการกวาดล้างคอลเซ็นเตอร์ใหญ่พบผู้เสียหาย 36 สัญชาติ 8,893 ราย มีแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลบซ่อนตอนใต้เมืองเมียวดี ประเทศกัมพูชา พบการขยายตัวแก๊งคอลเซ็นเตอร์มากถึง 52 จุด พื้นที่ 10 จังหวัด โดยเฉพาะในพื้นที่ปอยเปต ส่วนใหญ่จะมีกลุ่มชาวจีนมาเป็นผู้บริหาร และผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ให้การคุ้มครอง พบเคลื่อนย้ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์กัมพูชาเข้าไทยหลอกลวงคนต่างชาติพล.ต.อ.ธัชชัย นำทีม ศปอส.ตร. ร่วมกับ ฉก.88 และ UNODC กำหนดยุทธศาสตร์ “ผนึกกำลังประชาคมโลก ปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์และค้ามนุษย์” ภายใต้แนวคิด “I2L AI” ประกอบด้วย 5 ด้านหลัก1.การทำลายโครงสร้างพื้นฐาน ตัดไฟฟ้าและอินเตอร์เน็ตอาคารที่เป็นฐานปฏิบัติการ 2.การตัดเครือข่ายนำพา ปิดกั้นเพจโฆษณาจัดหางาน เพจหาบัญชีม้าและคริปโต กลุ่มนำพาข้ามแดน 3.การบังคับใช้กฎหมายยึดทรัพย์ มุ่งเป้าที่เจ้าของอาคาร ผู้บงการ ผู้บริหารจัดการ และกลุ่มผู้ให้ความคุ้มครอง4.ใช้ AI ควบคุมป้องกัน นำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์มาสกัดกั้นการใช้ไทยเป็นทางผ่าน หรือหลอกลวงข้ามแดน 5.ผนึกกำลังประชาคมโลก จัดตั้งศูนย์ บริหารฉับพลันเหตุการณ์แก๊งคอลเซ็นเตอร์และค้ามนุษย์ ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยไทยแกนหลักขับเคลื่อน มีองค์กรระหว่างประเทศ UNODC INTERPOL และ FBI เข้ามาร่วมเป็นศูนย์กลางในการแลกเปลี่ยนข้อมูลและการเข้าปฏิบัติการในพื้นที่ร่วมกันผนึกกำลังประชาคมโลกปราบปรามตั้งเป้าเห็นผลใน 3 เดือน.“เพลิงพยัคฆ์”pluengpayak@thairath.co.thคลิกอ่านคอลัมน์ “เลขที่1 วิภาวดีฯ” เพิ่มเติม