“อิ๊งค์” แจงศึกซักฟอก เน้นให้ข้อมูลจริงที่จับต้องได้ ชี้โอกาสเหมาะแสดงตัวตน “นายกฯเจนวาย” วิปรัฐบาลแบะท่าเจรจาฝ่ายค้านเพิ่มเวลาอภิปราย “อ้วน” ไม่ขวางให้ไปตกลงกันในสภา โต้ลั่น “ปิดปาก” พูดไปเรื่อย “ชูศักดิ์” ห่วงวุ่นประท้วงกัน ทั้งวัน “ทวี” ปัดชื่อพยานคดีฮั้วเลือก สว.หลุด ดีเอสไอ ไม่เกี่ยว ลั่น 6 มี.ค.ต้องจบ รับ-ไม่รับเป็นคดีพิเศษ อนุกลั่นกรองฯมติเอกฉันท์ ชี้มีความผิดอาญาจริง เข้าข่ายอั้งยี่-ความผิดเกี่ยวกับความมั่นคง-กฎหมายลูกการได้มาซึ่ง สว.-กฎหมายฟอกเงิน โยน กคพ.ชี้ขาดรับเป็น คดีพิเศษ กลุ่มตัวสำรองร้อง “วันนอร์” เอาผิด 157 สว. แทรกแซง จนท.รัฐ “อัครวัฒน์” แฉ “แสวง” ให้ พกโพยเข้าห้อง หลักฐาน-เส้นทางเงินมัดแน่นผู้ร่วม ขบวนการฮั้ว นายกฯบินร่วมงาน “ITB Berlin 2025”น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ยืนยันความพร้อมชี้แจงศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ เน้นข้อมูลจริงที่จับต้องได้ เชื่อเป็นโอกาสดีที่จะใช้แสดงตัวตนความเป็นนายกฯเจนวาย ขณะที่นางมนพร เจริญศรี รมช.คมนาคม วิปรัฐบาลมีท่าทีเริ่มอ่อนลง พร้อมเจรจาพรรคร่วมฝ่ายค้านเพิ่มวันซักฟอก“อิ๊งค์” แจง “ทักษิณ” เข้าบ้านพิษฯเมื่อเวลา 10.06 น. วันที่ 3 มี.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) กรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เข้าบ้านพิษณุโลก พูดคุยกับทีมที่ปรึกษานโยบายนายกรัฐมนตรี มีเล่าอะไรให้ฟังหรือไม่ว่า ทีมที่ปรึกษาเล่าให้ฟังเป็นการถามแนวทางกันมากกว่า เป็นภาพใหญ่ๆ มีการเชิญหน่วยงานต่างๆมาให้ข้อมูล วันนั้นที่นายทักษิณมาแน่ๆ คงมีการถามถึงภาพรวมหลังนายโดนัลด์ ทรัมป์ ขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา รวมถึงมองเศรษฐกิจของโลกอย่างไร แต่วันนั้นไม่ได้เจอเพราะนายทักษิณออกไปก่อน ที่ปรึกษาฯจึงเล่าให้ฟัง แต่ยังไม่ได้คุยกับนายทักษิณในเรื่องดังกล่าวซักฟอกเน้นให้ข้อมูลจับต้องได้ผู้สื่อข่าวถามว่า เตรียมรับมือการอภิปรายไม่ไว้วางใจอย่างไร บอกจะตั้งทีมองครักษ์จะให้ใครเป็นหัวหน้าทีม น.ส.แพทองธารตอบว่า ยังไม่มีรายละเอียด แต่ทุกคนให้ข้อมูลมาเยอะพอสมควร ไม่เคยอภิปรายหรือโดนอภิปรายมาก่อน คงดูว่าเป็นอย่างไรบ้าง เราต้องชี้แจงข้อเท็จจริงเน้นย้ำในเรื่องกฎหมาย เมื่อถามว่าเวทีซักฟอกจะเป็นเวทีวัดเคพีไอ (ดัชนีวัดความสำเร็จ) ของแต่ละกระทรวงหรือไม่ น.ส.แพทองธารตอบว่า ลองดูกัน เท่าที่ได้คุยกันทุกกระทรวงพร้อมชี้แจง เคพีไอเห็นได้ตั้งแต่ตอนทำงาน ว่านโยบายแต่ละกระทรวงออกหรือไม่ สำหรับข้อมูลที่เตรียมไว้ชี้แจงเป็นข้อเท็จจริงตัวเลขที่จับต้องได้พร้อมเปิดตัวตน “นายกฯเจนวาย”เมื่อถามว่าจะใช้เวทีซักฟอกโชว์ศักยภาพภาวะผู้นำหรือไม่ ล่าสุดนิด้าโพลระบุประชาชนไม่พอใจผลงานและไม่เชื่อมั่นภาวะผู้นำของนายกฯ น.ส.แพทองธารตอบว่า ฝ่ายค้านตั้งญัตติเรื่องภาวะผู้นำ คงต้องชี้แจงให้ประชาชนตัดสิน เราไม่อยากไปชี้นิ้วว่าใครเป็นผู้นำหรือไม่เป็นผู้นำ เราจะว่าใครเราต้องเป็นผู้นำให้ได้ก่อนแล้วค่อยพูดถึงคนอื่น เราเตรียมข้อมูลจริงไปเล่าให้ประชาชนฟังน่าจะถูกต้องกว่า ส่วนผลโพลที่ออกมารับฟังหมดและพร้อมปรับตัว นิด้าโพลมีผลทุกกระทรวง คิดว่าทุกกระทรวงควรรับฟังความคิดเห็นของประชาชนตรงนี้ไปปรับตัว เป็นสิ่งที่เราควรทำอยู่แล้ว เวทีอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นเวทีที่ดีจะได้ทำให้ประชาชนเข้าใจข้อมูลที่แท้จริง และเข้าใจความเป็นนายกฯเจนวายของตน ที่อาจยังไม่เคยมี จะได้เข้าใจซึ่งกันและกันวิปรัฐบาลรอถกเพิ่มเวลาฝ่ายค้านนางมนพร เจริญศรี รมช.คมนาคม วิปรัฐบาล กล่าวว่า วิปรัฐบาลมีประชุมช่วงบ่ายที่รัฐสภา เพราะกำหนดวันอภิปราย เมื่อถามว่าตกลงรัฐบาลจะให้เวลาอภิปรายกี่วัน นางมนพรตอบว่า มีหลากหลายความคิด วันก่อนประธานวิปฝ่ายค้านโทรศัพท์มาประสาน แม้ยื่นอภิปรายนายกฯเพียงคนเดียวแต่มีเนื้อหาสาระการทำงานของรัฐมนตรีหลายกระทรวง อยากขอเพิ่มเวลามากขึ้น คงมีการพูดคุยกัน เมื่อถามว่าการอภิปรายไม่สามารถเอ่ยชื่อนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯได้ใช่หรือไม่ นางมนพรตอบว่า นายทักษิณเป็นคนนอก สส.ควรรู้ขอบเขตไม่ควรพาดพิงถึง เมื่อถามว่าแต่นายทักษิณพูดอะไรรัฐบาลมักรับลูก นางมนพรตอบว่า เป็นความคิดเห็นของฝ่ายค้าน สิ่งที่นายทักษิณพูดคือความเป็นพ่อของนายกฯ และอดีตนายกฯ ไม่ได้มีแค่นายทักษิณที่ให้คำแนะนำต่อการทำงานรัฐบาล ยังมีนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกฯด้วย“อ้วน” โต้ลั่นปิดปากพูดไปเรื่อยนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวว่า เรื่องเวลาอภิปรายรัฐบาลเพิ่งทำงานมา 5 เดือน คงไม่มีอะไรให้อภิปรายมาก ไม่เช่นนั้นทำไมไม่อภิปรายรัฐมนตรีทุกคน ถ้าเป็นอย่างนั้นจะเอา 5 วันก็ให้ได้ อย่าใช้เวทีนี้ประลองฝีปาก เมื่อถามย้ำว่าจะให้อภิปรายแค่ 1 วันใช่หรือไม่ นายภูมิธรรมตอบว่า เป็นเรื่องของสภาฯ ไปตกลงกันมา 2 วัน 3 วัน หรือ 5 วัน รัฐบาลรับได้อยู่แล้ว อยู่ที่สภาฯกำหนด เมื่อถามว่าจะถูกสังคมมองว่าเป็นการปิดปากฝ่ายค้านตรวจสอบหรือไม่ นายภูมิธรรมย้อนว่า ปิดปากอะไรพูดกันไปเรื่อย ไปตกลงกันในสภาฯ กี่วันก็พร้อม ยืนยันไม่มีปิดปาก ส่วนที่ฝ่ายค้านยังยืนยันจะพูดถึงชื่อนายทักษิณ ชินวัตร เพราะเป็นสารตั้งต้นนั้น เรื่องนี้พูดหลายครั้งแล้วหากเขาอภิปรายก็ต้องรับผิดชอบเอง“ชูศักดิ์” ห่วงวุ่นประท้วงกันทั้งวันนายชูศักดิ์ ศิรินิล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อาจเป็นปัญหาในแง่ประเด็นอภิปราย เพราะยื่นซักฟอกนายกฯเพียงคนเดียว รัฐมนตรีคนอื่นไม่ถูกอภิปรายด้วย เมื่อถามว่าฝ่ายค้านมองว่านายกฯ เป็นหัวหน้ารัฐบาล ดูแลทุกกระทรวงน่าจะสามารถตอบได้ นายชูศักดิ์ตอบว่า ระบบบริหาร นายกฯกำกับดูแล การบริหารราชการแผ่นดิน แต่การบริหารเป็นเรื่องของรัฐมนตรีแต่ละกระทรวง บางเรื่องนายกฯ ไม่รู้รัฐมนตรีไปสั่งงานอะไรอย่างไร ตรงนี้จะเป็นปัญหาโยงใยไปถึงรัฐมนตรีหากมีการอภิปรายไปถึง เกรงว่าจะเป็นปัญหาอาจมีการประท้วงทำให้เดินลำบาก ส่วนการอภิปรายพาดพิงถึงนายทักษิณ ชินวัตร พรรคเพื่อไทยยืนยันแล้วว่าห้ามพูดถึงบุคคลภายนอกโดยไม่จำเป็น อยู่ที่ประธานสภาฯแต่เชื่อว่าจะมีการประท้วงกันแน่นอนเย้ยอาจยุบฝ่ายค้านก่อนยุบสภานายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ประธานวิปรัฐบาล กล่าวถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ที่อาจใช้วิธีพูดให้พรรคภูมิใจไทยและพรรคเพื่อไทยแตกคอกันว่า วิธีจะใช้บ่างคงไม่บังเกิดผล สิ่งที่ฝ่ายค้านหวังให้ยุบสภาฯหลังการอภิปรายรอบนี้ ฝันกลางวันหรือไม่ คอยดูละกันจะยุบสภาฯหรือยุบฝ่ายค้านก่อนกัน ไม่แน่ให้คอยดู ส่วนกรณีฝ่ายค้านระบุหากเสียงรัฐบาลหายไปแม้คะแนนเดียว สะท้อนว่านายกฯไม่สามารถคุมเสียงพรรคร่วมรัฐบาลได้นั้น คงไม่มีใครได้คะแนน 100% คงมีคนที่มาไม่ได้ในวันนั้นบ้าง แต่มั่นใจว่าพรรคร่วมรัฐบาลไปทางเดียวกัน แม้จะมีความแตกต่างกันบ้าง เป็นเรื่องธรรมดา ส่วนการปรับ ครม.หลังการอภิปราย เป็นอำนาจนายกฯ ฝ่ายนิติบัญญัติไม่ก้าวล่วงกล้าธรรมยกมือให้นายกฯเต็มร้อยนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม (กธ.) กล่าวว่า สส.พรรค กธ.พร้อมยกมือไว้วางใจให้นายกฯ 100% ทั้ง 24 เสียง และหากมีการพาดพิงที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมลุกขึ้นชี้แจง ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล ถ้ามีตรงไหนเพิ่มเติมจะช่วยนายกฯอยู่แล้ว เมื่อถามว่าจะมีเสียงมาเพิ่มเติมให้นายกฯหรือไม่ นางนฤมลตอบว่า ให้รอดูวันที่ลงมติ“อมรัตน์” แอบแซะนายกฯเจนวายด้านนางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) โพสต์คลิปข่าวกรณี น.ส.เเพทองธาร ชินวัตร ระบุว่าเป็นนายกฯ เจนวาย พร้อมระบุแคปชันว่า “ความโง่ไม่เกี่ยวกับเจน” พร้อมแนบ #ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ น.ส. แพทองธาร ขาดภาวะผู้นำ ขาดวุฒิภาวะ ขาดความรู้ ความสามารถ และขาดเจตจำนงในการบริหารราชการแผ่นดิน ที่จะแก้ปัญหาให้ประเทศชาติและประชาชน ทำลายภาพลักษณ์ และความเชื่อมั่นประเทศ จงใจลอยตัวอยู่เหนือปัญหาไม่รับผิดชอบต่อหน้าที่ เพียงเพราะเห็นแก่ประโยชน์ของตนเอง บิดาและพวกพ้องเป็นตัวตั้ง อยู่เหนือผลประโยชน์ของส่วนรวม ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ มีพฤติการณ์เอาเปรียบประชาชน เอาเปรียบสังคม โกหกหลอกลวง ไม่ดำเนินการตามนโยบายที่ให้สัญญาไว้กับประชาชน เป็นนั่งร้านช่วยเหลือต่างตอบแทนกลุ่มบุคคลที่เป็นปฏิปักษ์ต่อระบอบประชาธิปไตย บริหารบ้านเมืองผิดพลาดล้มเหลวอย่างร้ายแรง ทำลายนิติรัฐ ทำลายระบอบประชาธิปไตยในระบบรัฐสภา“ทวี” ปัดชื่อพยานหลุดดีเอสไอไม่เกี่ยววันเดียวกัน พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงกรณีเอกสารหลุดรายชื่อผู้สมัคร สว. และผู้ได้รับเลือกเป็น สว. กว่า 1,200 คน เป็นบุคคลที่กรม สอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เตรียมเรียกสอบปากคำในฐานะพยานในคดีฮั้วเลือก สว.ว่า เอกสารดังกล่าวไม่ได้หลุดจากดีเอสไอ จากการสอบถามทราบว่าในวันที่เลือก สว. ที่เมืองทองธานี มีผู้เข้ารอบระดับประเทศ 3,000 รายเศษ ทราบว่ามีโพยและรายชื่อประมาณ 1,000 คน น่าจะเป็นข้อมูลชุดนี้มากกว่า ดีเอสไอจะตรวจสอบรายชื่อที่เข้ามาอาจมีมากกว่า 1,200 คน แต่ไม่ได้หมายความว่าคนเหล่านี้ทำผิดหรือไม่ ตามหลักการของดีเอสไอพยายามเรียกทุกคนที่รู้เห็นมาให้ข้อมูล ไม่ว่าจะอยู่ในหรือนอกเมืองทองธานี ก็ต้องมาให้ข้อมูล แต่ขอให้มีการประชุมคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) วันที่ 6 มี.ค.นี้ก่อน เพราะยังไม่มั่นใจว่าจะรับเป็นคดีพิเศษหรือไม่ เมื่อถามว่ามีแนวโน้มรับเป็นคดีพิเศษหรือไม่ พ.ต.อ.ทวีตอบว่า ในสำนวนมีมากและเข้มข้นกว่านี้6 มี.ค.ต้องจบรับ-ไม่รับเป็นคดีพิเศษผู้สื่อข่าวถามว่า เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาแสดงความเห็นในที่ประชุม กคพ.ว่า ดีเอสไอไม่มีอำนาจสอบในเรื่องนี้ พ.ต.อ.ทวีตอบว่า จะนำมาพิจารณา แต่วันนั้นท่านไม่ได้พูดแบบนี้ พูดแค่หลักการไม่อยากให้ไปแทรกแซงองค์กรอิสระ ผู้ทรงคุณวุฒิก็ตอบแล้วว่าอันนี้เป็นคนละส่วน เราต้องยึดกฎหมายในความผิดอาญา หรืออื่นๆ เมื่อถามว่ากลุ่ม สว.ยื่นให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบ พ.ต.อ.ทวี และ พ.ต.อ.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีดีเอสไอ รมว.ยุติธรรมตอบว่า ไม่มีปัญหา ในระบบประชาธิปไตยหากรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรมก็ใช้สิทธิ์ได้ ยืนยันไม่ใช่เรื่องการเมือง แต่คนที่ยื่นคำร้องหากดูเอกสารที่เป็นตัวเลข หรือในโพย อาจเป็นตัวเลขที่ตรงกัน มีเอกสารที่ปรากฏว่ามีรายชื่อที่ยื่นในจำนวน 140 คน คือมี 138 คน ที่อยู่ในสภา มีชื่อที่ปรากฏอยู่ในโพย และมีอีกประมาณ 62 คนที่ไม่ปรากฏ เมื่อถามว่า ถือเป็นหลักฐานที่ชัดเจนหรือไม่ พ.ต.อ.ทวีตอบว่า ไม่ใช่หลักฐานที่ชัดเจน แต่เป็นหลักฐานที่ได้มาในแต่ละแห่ง มายื่นให้ ส่วนที่ประชุม กคพ. วันที่ 6 มี.ค.จะได้ข้อสรุปว่าจะรับหรือไม่รับเป็นคดีพิเศษ และเรื่องต้องจบอนุกลั่นกรองฯ ถกคดีฮั้วเลือก สว.เวลา 13.30 น. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ร.ต.อ.สุรวุฒิ รังไสย์ รองอธิบดีดีเอสไอ ประธานอนุกรรมการกลั่นกรองด้านอาชญากรรมระหว่างประเทศและอาชญากรรมพิเศษ ประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่ดีเอสไอและผู้แทน 4 หน่วยงาน ประกอบด้วย สำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เพื่อพิจารณาเรื่องสืบสวนที่ 151/2567 กรณีการคัดเลือก สว.ที่มีกระบวนการหรือพฤติการณ์ที่มิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม มีพฤติการณ์อันอาจเป็นความผิดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. และประมวลกฎหมายอาญา เป็นไปตามประกาศ กคพ. เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการในการร้องขอและเสนอให้ กคพ.มีมติให้คดีความผิดทางอาญาใดเป็นคดีพิเศษมติเอกฉันท์มีความผิดอาญาจริงต่อมา ร.ต.อ.สุรวุฒิแถลงหลังประชุมว่า ที่ประชุมคณะอนุกรรมการฯเห็นเป็นเอกฉันท์ตรงกันว่า เรื่องดังกล่าวมีความผิดอาญาเกิดขึ้น ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 209 (อั้งยี่) มาตรา 116 (ความผิด เกี่ยวกับความมั่นคงแห่งรัฐ) ผิด พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว.มาตรา 77 (1) และ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน มีลักษณะเข้าข่ายเป็นคดีพิเศษ ตาม พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษมาตรา 21 วรรคหนึ่ง (ก)-(จ) จำเป็นต้องนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) ในวันที่ 6 มี.ค. เพื่อให้รับเป็นคดีพิเศษทั้ง 2 กรณี โดยกรณีที่ 1 คือ กรณีการกระทำความผิดทางอาญาอื่นที่เกิดขึ้นจากการอั้งยี่ รวมทั้งการกระทำความผิดที่เป็นการได้มาซึ่ง สว. ตามมาตรา 77 (1) ส่วนกรณีที่ 2 คือความผิดฐานฟอกเงิน อยู่ในอำนาจของ กคพ. ที่ประชุมยังพูดคุยกันค่อนข้างหลากหลาย โดยเฉพาะมาตรา 44 อำนาจคณะกรรมการการเลือกตั้งในเรื่องใดบ้าง และไม่ได้ตัดอำนาจพนักงานสอบสวนอื่น ในทางปฏิบัติมีเช่นนั้นมาตลอด ยืนยันว่าดีเอสไอไม่ได้ทำเรื่องการเลือกตั้ง แต่ทำเรื่องความผิดทางอาญาโยน กคพ.ชี้ขาดรับเป็นคดีพิเศษร.ต.อ.สุรวุฒิกล่าวว่า ส่วน กคพ.จะมีความเห็นอย่างไร เป็นส่วนของ กคพ. อนุกรรมการฯชุดนี้ไม่สามารถก้าวล่วงได้ ปกติอนุกรรมการฯมีความเห็นอย่างไร ไม่ได้หมายความว่า กคพ.ต้องเห็นแย้งหรือเห็นคล้อยตามด้วย แต่ต้องดูความเห็น กคพ.เป็นหลัก เพราะการจะรับหรือไม่รับเป็นคดีพิเศษ ต้องใช้มติ 2 ใน 3 และวันนี้ไม่มีการหารือเรื่องโพยพยาน 1,200 รายชื่อที่ปรากฏตามข่าว ถือเป็นเรื่องอนาคตขอให้มีการรับเป็นคดีพิเศษก่อน ยืนยันไม่ใช่เอกสารที่หลุดจากดีเอสไอ เท่าที่ดูเหมือนเป็นเอกสารที่หลุดออกจากวันที่มีการประกาศรายชื่อ 800 ราย ที่เข้ารอบสุดท้าย ไม่ได้หลุดมาจากสำนวนการสืบสวนของดีเอสไอ ทั้งนี้ หากที่ประชุม กคพ.ในวันที่ 6 มี.ค. รับเป็นคดีพิเศษก็จะสอบสวนโดยคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ร่วมกับพนักงานอัยการ แต่ถ้าไม่รับเป็นคดีพิเศษ ต้องมีมติว่าจะส่งต่อหน่วยงานใดดำเนินการแทน ย้ำว่าดีเอสไอทำเรื่องคดีอาญาอย่างเดียวนายนาเคนทร์ ทองไพรวัลย์ พนักงานอัยการ ผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่า การพิจารณาพยานหลักฐานมาจากการสืบสวนสอบสวนของดีเอสไอเป็นหลัก ความผิดที่เกิดขึ้นมีทั้งในส่วนของประมวลกฎหมายอาญา และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. เราพิจารณาตามพยานหลักฐานทั้งหมด ส่วนหลักฐานจะเป็นอย่างไรและมีอะไรบ้าง ไม่สามารถบอกกับสื่อมวลชนได้ แต่ในที่ประชุมมีการดูและฟัง รับทราบจนเชื่อได้ว่ามีการกระทำความผิดเกิดขึ้น และความเห็นในวันนี้มีขึ้นเพื่อไปใช้นำเสนอแก่ กคพ.เพื่อพิจารณาตัวสำรองร้อง “วันนอร์” เอาผิด สว.ที่รัฐสภา ตัวแทนกลุ่มผู้สมัคร สว. และ สว.สำรอง นำโดยนายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล สว.สำรอง ยื่นหนังสือต่อนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา ผ่านนายมุข สุไลมาน เลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฎร ขอให้สอบจริยธรรม สว.ที่ร่วมลงชื่อพิจารณาไต่สวน รมว.ยุติธรรม และอธิบดีดีเอสไอ กรณีฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรง นายอัครวัฒน์กล่าวว่า การเลือก สว.มีพฤติกรรมจัดตั้ง ตั้งแต่ระดับอำเภอ จังหวัด และระดับประเทศ ทำลายระบอบประชาธิปไตย มีการรวมกลุ่มลงชื่อทำโพย ผิดระเบียบการเลือก สว. ร้องเรียนคณะกรรมการ การเลือกตั้ง (กกต.) ผ่านมา 8 เดือนคดีไม่ลุล่วง เป็นการแสวงหาอำนาจเข้าสู่ระบบการเมืองโดยไม่คำนึงถึงรัฐธรรมนูญ อุกอาจทำให้ระบอบประชาธิปไตยเสียหาย และมี สว.กลุ่มหนึ่งยื่นเอาผิดข้าราชการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ถือว่าขัดขวางการทำงานเจ้าหน้าที่รัฐ พฤติกรรมก้าวก่ายการปฏิบัติหน้าที่ของดีเอสไอแฉ “แสวง” ให้พกโพยเข้าห้องได้นายอัครวัฒน์กล่าวว่า ในวันเลือก สว.แต่ละกลุ่มที่ได้เอกสารมา ก่อนเดินเข้าห้องเลือกที่เมืองทองธานี มีการเขียนโพยใส่กระดาษติดตัวไว้ ทั้งที่มีการประกาศห้ามนำเอกสารเข้าหน่วยเลือกตั้ง ผู้ตรวจการเลือกตั้งสงสัยจึงไปร้องต่อ กกต. แต่ไม่มีผลอะไร ส่วนที่ กกต.ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบเรื่องโพย ก็เป็นลูกน้องของผู้ถูกร้องคือ นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. กลายเป็นแต่งตั้งลูกน้องมาตรวจสอบตัวเอง เป็นไปได้ยากที่จะได้รับความเป็นธรรม ผู้ไปให้การต่อดีเอสไอบอกว่า นายแสวงเป็นคนอนุญาตให้เอาโพยเข้าไปได้ ในใบ สว.3 จะถูกเขียนด้วยโพยอยู่ด้านหลังเป็นตาราง 20 กลุ่ม มีตัวเลขระบุให้เลือกตามช่อง เรามีหลักฐานเป็น สว.3 ที่ยึดมาได้อยู่ที่ดีเอสไอจำนวนมาก แม้ พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา ระบุว่า ให้เขียนโพยเข้าไปได้ เพราะผู้สมัครอาจจำได้ไม่หมดนั้น ถือว่าทุจริต ใบ สว.3 แจกมาให้ทุกคนศึกษาว่าชอบใครให้เปิดดูประวัติ แต่ที่ไม่ยุติธรรมคือเขียนโพยเป็นร้อยๆโพยอยู่หลัง สว.3 แล้วเลือกตรงกันหมด เอกสารตัวจริงอยู่ที่ดีเอสไอแล้ว เขียนด้วยลายมือแต่ละคน มีข้อกำหนดห้ามเปิดดู สว.3 เป็นอันขาด ถ้าใครเปิดดู สว.3 จะถูกหักเงิน ไม่จ่ายตามที่ตกลงไว้ ก่อนเดินทางจ่าย 2 หมื่นบาท ขากลับจากเมืองทองให้อีก 3 หมื่นบาท ถ้าได้เกิน 120 คนจ่ายให้อีกเป็นแสนหลักฐานมัดแน่น 1,200 ชื่อร่วมฮั้วนายอัครวัฒน์กล่าวว่า มีหลักฐานโพยพยานคดีฮั้ว สว. 1,200 ชื่อ มีรายละเอียดข้อมูลแต่ละคนมีที่มาที่ไปอย่างไร ขอแจ้งไปยังผู้ร่วมขบวนการ ไปติดต่อดีเอสไอขอเป็นพยานดีกว่า สารภาพติดน้อย เป็นพยานดีที่สุด ส่วนหลุดไปถึงสื่ออย่างไรไม่ทราบ แต่รู้ว่ากระบวนการนี้ใช้คนจำนวนมากบล็อกโหวตให้เป็นไปตามที่ต้องการ คนที่เข้ามาด้วยวิธีไม่ชอบจะร้อนรน มีบุคคลพลีชีพลงไปเลือก สว. เพื่อให้ได้เงินได้ทองเลือกตามโพย แต่ละโพยเกิดขึ้นในสายรอบไขว้ เป็นไปไม่ได้ว่าคนเป็นพันจะเลือกเหมือนกันเป๊ะทุกช่อง ดูคะแนนรายชื่ออันดับ 1-6 คะแนนจะสูงมาก อยู่ในโพยตามที่มาแสดงให้ดูเส้นทางเงินมัดผู้ร่วมขบวนการนายอัครวัฒน์กล่าวต่อว่า เหตุใดผู้สมัครสายบล็อกโหวตถึงแต่งตัวแบบเดียวกับเจ้าหน้าที่ กกต. คะแนนที่อยู่ในหีบเลือกตั้งทั้งเช้าหรือบ่ายตรงกับในโพย เส้นทางการเงิน การพูดคุยทางโทรศัพท์ การนัดหมาย การเข้าไปพักตามโรงแรมต่างๆเรามีหมด เป็นพยานหลักฐานมัดผู้ร่วมขบวนการ ส่วนข้อกังวลการตรวจสอบครั้งนี้ จะเป็นการล้มกระดานเลือก สว.ทั้งหมดนั้น เราคัดค้านไม่ให้การเลือก สว.เป็นโมฆะ เพราะไม่ใช่ความผิดของกลุ่มใด เป็นความผิดของขบวนการที่ฮั้วกัน ต้องหาคนผิดมาลงโทษผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับรายชื่อ สว.ที่ถูก สว.สำรองยื่นสอบจริยธรรม อาทิ พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร น.ส.อมร ศรีบุญนาค น.ส.อัจฉรพรรณ หอมรส นายเอนก วีระพจนานันท์ นายอภิชา เศรษฐวราธร นายชวภณ วัธนเวคิน นายชีวะภาพ ชีวะธรรม นายวิวัฒน์ รุ้งแก้ว พล.อ.สวัสดิ์ ทัศนา นายอภิชาติ งามกมล นายพรเพิ่ม ทองศรี ล้วนเป็นกลุ่มที่ร่วมลงชื่อยื่นญัตติเพื่อตรวจสอบกระบวนการยุติธรรมและการบังคับใช้กฎหมายของดีเอสไอนายกฯร่วมงาน ITB Berlin 2025ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อเวลา 12.10 น. น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ นำคณะออกเดินทางโดยสายการบิน Swiss Air ไปยังกรุงเบอร์ลิน สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี เพื่อเข้าร่วมงาน ITB Berlin 2025 มหกรรมส่งเสริมการขายทางการท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดในโลก ระหว่างวันที่ 3-8 มี.ค. โดยนายกฯจะพบกับทีมไทยแลนด์ที่อยู่ในสหภาพยุโรป รวมถึงพบปะเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงเบอร์ลิน เพื่อติดตามนโยบายการส่งเสริมและสนับสนุนประเทศไทยในทุกมิติจุดพลุต้านกาสิโน-พนันออนไลน์ช่วงสายที่บริเวณเชิงสะพานชมัยมรุเชฐ ทำเนียบ รัฐบาล นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานพรรคไทยภักดี พร้อมกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศ ไทย (คปท.) กลุ่มศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) และกองทัพธรรม จัดชุมนุมต่อต้านไม่เอาพนันออนไลน์และกาสิโน ก่อนเคลื่อนขบวนมายังศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ทำเนียบรัฐบาล ยื่นหนังสือถึงนายกฯให้ยุตติการพนันออนไลน์และกาสิโน ตามที่รัฐบาลเดินหน้าเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ นพ.วรงค์กล่าวว่า การเร่งผลักดันนโยบายอบายมุข เท่ากับสร้างสิ่งมอมเมาประชาชน ตรงกันข้ามกับการสร้างคุณภาพชีวิตให้ประชาชนอยู่ดีกินดี เราไม่เห็นว่าการมีการพนันออนไลน์ถูกกฎหมาย หรือมีกาสิโน จะทำให้ประชาชนชาวไทยมีกิน มีใช้ มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี ตรงข้ามมีแต่จะทำลายเกียรติ ทำลายศักดิ์ศรี และหมดเนื้อหมดตัว ไม่มีกิน ไม่มีใช้ ไร้บ้านอาศัยมากกว่าคลังไม่รับเงื่อนไขต้องมี 50 ล.ในบัญชีนายจุลพันธุ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง กล่าวถึงความคืบหน้าจัดทำร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร (เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์) หลังสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาส่งกลับมายังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีว่า กระทรวงการคลังได้ยืนยันร่างของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และจะดำเนินการตามขั้นตอน คือทำหนังสือเวียนไปยังทุกกระทรวง และนำเข้าสู่ที่ประชุม ครม.อีกครั้ง หาก ครม.เห็นชอบจะส่งไปยังสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาก่อนปิดสมัยประชุมวันที่ 11 เม.ย. ยืนยันว่าร่างกฎหมายฉบับนี้ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรทำให้กฎหมายเดินต่อไปไม่ได้ แต่มีการเพิ่มมาตราที่ทำให้รัดกุมขึ้น ส่วนประเด็นผู้ที่จะเข้าเล่นต้องมีเงินฝากไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท โจทย์ของเรามีสองมิติ คือ 1.ต้องการแก้ไขการพนันที่ผิดกฎหมาย 2.สร้างเศรษฐกิจเป็นตัวขับเคลื่อนใหม่ หากขีดเส้นไว้ที่ 50 ล้านบาท จากการตรวจสอบสอบพบว่ามีเพียง 10,000 บัญชี หมายความว่าจะกันคนร้อยละ 70 ไปเล่นการพนันใต้ดินหรือตามแนวชายแดนแทน กฤษฎีกามีการปรับวิธีเบื้องต้นคือใช้เกณฑ์การชำระภาษีย้อนหลัง 3 ปี ทำให้ได้ผู้เล่นเพิ่มขึ้นหน่อย อยู่ในจุดที่เหมาะสม แต่ในชั้นนี้ 50 ล้านบาทไม่มีแล้ว แต่เกณฑ์ค่าธรรมเนียม เข้าเล่น 5,000 บาทยังอยู่อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่