ปริศนาพรรคร่วมรัฐบาลที่ถูกคุณทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ขู่ตะเพิดออกจากรัฐบาล ค่อยๆ คลี่ปมออกมาทีละนิด จากที่ช่วงแรกคนในแวดวงการเมืองจับจ้องไปที่พรรคภูมิใจไทย แต่คุณอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้ออกมาปฏิเสธเสียงแข็ง พร้อมกับมีซีนออกงานคู่กับนายกฯอิ๊งค์บ่อยครั้ง ทั้งคำพูดและภาษากายแสดงออกชัดถึงความสัมพันธ์อันดีดังเดิม แถมบุคลิกพรรคภูมิใจไทยค่อนข้างลูกทุ่ง ถ้าแนวทางไม่ตรงกันก็มักระดมพลออกมาแสดงพลังทั้งพรรค ไม่ทำตัวเป็นอีแอบหลบเลี่ยงพลิ้วหนี พรรคภูมิใจไทยจึงไม่น่าใช่เป้าหมายที่คุณทักษิณส่งสัญญาณถึงส่วนพรรคประชาธิปัตย์ตอนนี้แทบหมดราคาทางการเมืองไปแล้ว หลังจากทนเป็นฝ่ายค้านไม่ได้ ยอมทิ้งอุดมการณ์มาเข้าร่วมรัฐบาล พรรคชาติไทยพัฒนาก็เป็นแค่พรรคเล็ก ไม่มีผลกระทบถึงขั้นที่คุณทักษิณต้องเอ่ยปากในวงสัมมนา สส.พรรคเพื่อไทย ด้วยคำพูดรุนแรงตำหนิเป็นอีแอบ ถ้าไม่อยากอยู่ต่อก็ให้ส่งใบลาออกมาด้วยโฟกัสตอนนี้จึงพุ่งไปที่พรรครวมไทยสร้างชาติ ยิ่งในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการทำคอนเทนต์อวย คุณพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกฯและ รมว.พลังงาน กระหน่ำในโซเชียลมากเป็นพิเศษ พร้อมกับมีข่าวปล่อยว่าคุณพีระพันธุ์มีแววจะถูกปรับออกจาก ครม. โดยแนบเหตุผลเท่ๆว่าเป็นเพราะไปขวางผลประโยชน์นายทุน ทำให้คุณทักษิณไม่พอใจ ก็ไม่รู้ว่าข่าวลือนี้ปล่อยเองหรือโดนใครแกล้ง ต้องรอดูคำตอบในการปรับ ครม.อีกไม่กี่เดือนข้างหน้าระหว่างนี้ลองนึกย้อนไปดูการทำงานในช่วง 1 ปีเศษในตำแหน่ง รมว.พลังงาน คุณพีระพันธุ์จัดเป็นนักการเมืองเจ้าหลักการคนหนึ่ง เวลาให้ความเห็นเรื่องอะไรจะอ้างหลักกฎหมายนำหน้า ขายภาพความเป็นคนดี แต่ไม่มีผลงานจับต้องได้เป็นรูปธรรม เข้าทำนองช่างพูดแต่ไร้ผลงานตั้งแต่ช่วงแรกที่เข้ารับตำแหน่ง คุณพีระพันธุ์ประกาศว่า จะร่างกฎหมายปรับโครงสร้างพลังงาน จะประกาศค่าเอฟที (ค่าไฟฟ้าผันแปร) ปีละครั้ง ไม่ประกาศทุก 3 เดือนเหมือนปัจจุบัน แต่ตลอดปีที่ผ่านมาคนไทยต้องรอลุ้นค่าไฟฟ้าทุกรอบ 4 เดือนว่ารัฐบาลจะตรึงราคาไว้ที่เท่าไหร่ แม้แต่ค่าไฟฟ้างวด ม.ค.-เม.ย.68 ที่ลดลงจิ๊บๆแค่หน่วยละ 3 สตางค์ คุณพีระพันธุ์ยังเอามาเคลมว่าเป็นของขวัญปีใหม่ให้ประชาชนนโยบาย “รื้อ ลด ปลด สร้าง” รื้อระบบการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง กำหนดให้ผู้ค้าน้ำมันต้องแจ้ง “ต้นทุน” ให้กับหน่วยงานภาครัฐที่กำกับดูแล ลดภาระค่าน้ำมันเชื้อเพลิงรายวัน กำหนดราคาขายปลีกให้สอดคล้องและสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง ปลดพันธนาการ “น้ำมันแพง” ที่ประชาชนต้องแบกรับภาระขึ้นลงของราคาน้ำมันในตลาดโลก สร้างระบบราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่เป็นธรรมและยั่งยืน หาเสียงไว้ดิบดี แต่ในทางปฏิบัติไม่เกิดขึ้นจริง ทุกๆ 3-4 วันคนไทยต้องลุ้นประกาศราคาน้ำมันจะปรับขึ้นหรือลงอยู่เหมือนเดิมไหนล่ะครับเลิกอิงราคาตลาดโลก จะให้นำเข้าน้ำมันเสรี ผู้ค้าต้องแจ้งต้นทุนราคาน้ำมัน ถ้ามั่นใจว่าทำสำเร็จจริง ต้องมีไทม์ไลน์ออกมาให้ประชาชนทราบแล้วผมเห็นมีแต่ผลงานที่ถูกยกมาสร้างภาพในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งล้วนเป็นงานที่หน่วยงานรับผิดชอบทำไว้อยู่แล้ว แต่รัฐมนตรีหยิบมาอ้างเป็นผลงานกระทรวงพลังงานเช่น เตรียมขายอุปกรณ์ชุดโซลาร์เซลล์ราคาถูกให้ประชาชนในปีหน้า ก็เป็นผลงานของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ที่พัฒนามาก่อนแล้ว รวมถึงการจับมือกับปั๊มน้ำมันลดราคาน้ำมันดีเซลลิตรละ 1 บาท เป็นเวลา 1 เดือน ตั้งแต่ 5 ธ.ค.2567 ถึง 5 ม.ค.2568 ที่ปั๊มซัสโก้ และไซโนเปค ซึ่งทั่วประเทศมีอยู่แค่ 158 แห่งเท่านั้น กลายเป็นว่าปั๊มเอกชนได้ประโยชน์สุดคุ้มที่รัฐมนตรีมาเป็นพรีเซนเตอร์ให้ฟรีถ้าแค่ไร้ผลงาน คุณทักษิณคงพอทนรับได้ แต่คุณพีระพันธุ์ ตั้งข้อสงสัยเรื่องการเจรจาผลประโยชน์แหล่งพลังงานในพื้นที่ทับซ้อนไทย-กัมพูชา แถมปั้นโปรไฟล์อวด คุณสมบัติเพียงพอจะเป็นนายกฯได้ยิ่งเป็นตัวเร่งชนวนระเบิดถูกเขี่ยตกเก้าอี้รัฐมนตรี.ลมกรดคลิกอ่านคอลัมน์ “หมายเหตุประเทศไทย” เพิ่มเติม