ก้าวไกลผุดแคมเปญ “ก้าวไกล ไปต่อ” ปลุกพลังด้อมส้ม เดินหน้าการเมือง “ปิยบุตร” แนะ สส.ทำให้ยุบพรรคไร้ความหมาย “ไอติม” ยัน 18 ทูตเชิญ “พิธา” ไปเอง “จิรัฏฐ์” แฉ ผช.รมต.โยน 30 ล้าน ล่อ สว.พันธุ์ใหม่ ถอยล่าชื่อต้านยุบ ก.ก. “เศรษฐา” แจง “บิ๊กตู่” มาให้กำลังใจในนามส่วนตัว ยอมรับนักลงทุนกังวลการเมืองเดือด ลั่นไทยมีเอกราชไม่ให้ใครแทรกแซง “วิษณุ” มั่นใจศาลไม่กลัวแรง กดดัน เชื่อ “องคมนตรี” รู้ระเบียบวินัยดี “ภูมิธรรม” ขอทุกฝ่ายเคารพกระบวนการยุติธรรม โควตา รทสช.ไม่จำเป็นต้องทวง ภท.ปลื้มผลงาน 4 กระทรวงในสังกัด “บิ๊กป๊อด” เบ่งกล้ามโชว์สยบข่าวลือเก้าอี้ง่อนแง่น “ธรรมนัส” ย้ำเก้าอี้ พปชร.ไม่ขยับ “นฤมล” นั่งหัวหน้า “กล้าธรรม” ครม.ไฟเขียว “อรรษิษฐ์” ปลัด มท.ใหม่ นายกฯผวาตั้งผิดขั้นตอน สว.ดราม่าน้ำตาแตกถกงบดิจิทัลวอลเล็ต 3 วาระรวด ผ่านฉลุย จำคุก 5 ปี “ตู่ จตุพร” แพร่เอกสารลับท่ามกลางการจับตาสถานการณ์อนาคตทาง การเมือง จากทั้งภายในประเทศและนานาประเทศทั่วโลก เมื่อศาลรัฐธรรมนูญนัดวินิจฉัยคดียุบพรรคก้าวไกล วันที่ 7 ส.ค. ขณะที่พรรคก้าวไกลผุดแคมเปญ “ก้าวไกล ไปต่อ” ไม่ว่าผลคำวินิจฉัยจะออกมาเป็นแบบใด ก็พร้อมเดินหน้าทำงานการเมืองต่อไป เศรษฐา ทวีสิน“เศรษฐา” แจง “บิ๊กตู่” มาส่วนตัวเมื่อเวลา 10.25 น. วันที่ 6 ส.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล มีการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก่อนประชุม นางวรรณปรียา โลหะวัฒนะกุล รองประธานสภาสังคม สงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ นำคณะเข้าพบนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เพื่อประชาสัมพันธ์และจำหน่ายดอกมะลิ เนื่องในโอกาสวันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2567 ปีมหามงคลที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเจริญพระชนมพรรษา 92 พรรษา พร้อมติดช่อมะลิ “ร้อยรวมรัก” (สีเหลือง) บนปกเสื้อให้แก่นายกฯที่ร่วมบริจาคเงินสมทบ ต่อมานายเศรษฐาให้สัมภาษณ์หลังการประชุม ครม. ถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์การพบปะพูดคุยกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี ว่า ท่านไปเป็นการส่วนตัว ได้พบปะกันในหลายโอกาส พอคุณแม่เสียก็มาให้กำลังใจ และยังได้เจอบุคคลที่คุ้นเคย เจอนายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกฯ ก็รับฟัง และไม่ได้รับฟังแค่อดีตนายกฯ รองนายกฯ หรืออดีตรัฐมนตรี นายกรณ์ จาติกวณิช อดีต รมว.คลัง เจอกันก็พูดคุยกันตลอด เมื่อถามว่าดูเหมือนกำลังตีตัวออกห่างนายทักษิณ นายเศรษฐาตอบว่า ไม่ได้ตีตัวออกห่างใครทั้งนั้น ทำงานอย่างเดียว บางครั้งอาจไม่สามารถไปพบกับบางท่านได้ เชื่อว่าทุกท่านคงเข้าใจ ลงพื้นที่ตลอด สื่อก็เห็น วันเสาร์ยังทำงานอยู่รับนักลงทุนกังวลการเมืองเดือดผู้สื่อข่าวถามว่า ช่วงเดือน ส.ค.มีหลายเรื่องเกี่ยวกับการเมือง ได้เช็กกระแสโดยเฉพาะมีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นนักลงทุนหรือไม่ นายกฯตอบว่า ไม่ได้เช็กกระแสอะไรทั้งสิ้น ปัญหาประชาชนเป็นเรื่องใหญ่ ใช้เวลาเกือบทั้งหมดแก้ไขปัญหาอยู่ ส่วนกระแสจะออกมาอย่างไรก็แล้วแต่ อย่างที่สื่อพูดถึงช่วงเดือน ส.ค.มีอีเวนต์ต่างๆเยอะมาก ไม่ว่าจะวันที่ 7 ส.ค. หรือวันที่ 14 ส.ค. แน่นอนเป็นธรรมดานักลงทุนก็มีความกังวล เมื่อถามถึงกรณีนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สส.บัญชีรายชื่อ ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) พบปะกับทูต 18 ประเทศ จนมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าอาจเป็นการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมว่า ไม่ทราบว่าการพบกันมีเนื้อหาพูดคุยเรื่องอะไรบ้าง แต่กระบวนการยุติธรรมของไทยเป็นกลาง และเป็นสากล ได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย ส่วนตัวเคารพกระบวนการยุติธรรม กรณีของตนเมื่อมีผู้ร้องเรียน ก็ชี้แจงไป รอวันตัดสินวันที่ 14 ส.ค.ลั่นไทยมีเอกราชห้ามใครแทรกแซงเมื่อถามว่ามีคนกังวลกับเนื้อหาในหนังสือที่กระทรวงการต่างประเทศชี้แจงไปยังองค์การสหประชาชาติ (UN) เมื่อแปลเป็นภาษาไทยมีเนื้อหาที่ค่อนข้างรุนแรงเกี่ยวกับคดียุบพรรคก้าวไกล นายเศรษฐาตอบว่า เป็นเรื่องที่เกี่ยวโยงกันในเรื่องนี้ กระทรวงการต่างประเทศต้องชี้แจงไปยัง UN ส่วนการแปลคงต้องขอให้กระทรวงการต่างประเทศมาชี้แจง แต่จุดยืนของเราไม่ก้าวก่ายระบบตุลาการอยู่แล้ว และเราจะไม่ยอมให้ใครมาก้าวก่ายระบบตุลาการของเรา ประเทศเราเป็นเอกราช แต่ก็ต้องให้เกียรติทางนั้นเขาเหมือนกัน เมื่อถามว่าหลายฝ่ายเป็นห่วงสถานการณ์วันที่ 7 ส.ค. ได้พูดคุยกับฝ่ายความมั่นคงหรือไม่ นายกฯตอบว่า ไม่ได้พูดคุย มั่นใจว่าทุกคนตั้งอยู่บนความสงบ และยอมรับคำตัดสินของกระบวนการยุติธรรม“วิษณุ” ชี้ศาลไม่กลัวแรงกดดันนายวิษณุ เครืองาม ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี สว.กลุ่มอิสระและพันธุ์ใหม่ เตรียมออกแถลงคัดค้านการยุบพรรคก้าวไกล จะสุ่มเสี่ยงขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 185 หรือไม่ว่า ไม่ทราบ คงไม่ตอบ การแสดงความเห็นทางการเมืองทำได้ ไม่มีปัญหา ข้อสำคัญศาลรัฐธรรมนูญยังไม่มีข้อวินิจฉัย แต่อาจเป็นการกดดันศาล แต่ศาลคงไม่ถูกกดดันง่ายๆ เพราะผ่านร้อนผ่านหนาวผ่านคดียุ่งยากมาเยอะ สมัยก่อนตุลาการถูกข่มขู่ หรือถูกคุกคาม ก็ไม่ได้สะทกสะท้านอะไร เมื่อถามถึงท่าทีทูต 18 ประเทศ ที่แสดงความเห็นต่อคดียุบพรรคก้าวไกล เป็นการก้าวล่วงกิจการภายในเราหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า ไม่หรอก หน้าที่ของทูตขณะนี้คือพยายามสร้างความสัมพันธ์ และหาข่าว และเรื่องนี้ไม่มีผลกระทบต่อภาพลักษณ์รัฐบาล จะเกี่ยวกับรัฐบาลเฉพาะตัดสินคดีของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ เท่านั้นเชื่อ “องคมนตรี” รู้ระเบียบวินัยดีนายวิษณุยังกล่าวถึงกรณีนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ตั้งข้อสงสัยการวางตัวเป็นกลาง ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี ที่พูดเรื่อง การเมืองกับนายกฯ ว่า ไม่ขอตอบ เพราะไม่รู้เรื่อง เมื่อถามว่า มีการกล่าวอ้างว่า พล.อ.ประยุทธ์กำชับสส.พรรครวมไทยสร้างชาติ ทำงานร่วมกับรัฐบาล นายวิษณุตอบว่า ไม่ทราบ เป็นแค่ข่าวจะจริงหรือไม่จริง ก็ไม่รู้ แล้วท่านพูดว่าอย่างไรก็ไม่ทราบ สื่อเอามาสรุป อีกทีว่าเป็นอย่างนี้ องคมนตรีท่านรู้กรอบ ระเบียบ วินัย เพราะเขาอยู่กัน 19 คน อยู่กันได้ปกติ ภายใต้ กฎระเบียบวินัย และภายใต้รัฐธรรมนูญ ไม่เป็นปัญหา แต่ผู้สื่อข่าวเองอาจเอามาสรุปว่าอย่างนั้น เมื่อถามถึง มีกระแสอยากให้ พล.อ.ประยุทธ์กลับมา นายวิษณุตอบว่า ไม่เชิงเป็นกระแส แต่เป็นการพูดกันไปมา เท่านั้น เพราะชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ยังเป็นแคนดิเดตนายกฯ อยู่ จะลาออกหรือจะถอนตัวก็ไม่ได้ แต่ถ้าถึง เวลาแล้วเลือก พล.อ.ประยุทธ์สามารถไม่รับตำแหน่งได้ ท่านคงปฏิเสธตั้งแต่ตอนเสนอชื่อแล้ว ตำแหน่งแคนดิเดตนายกฯจะสิ้นสุดต่อเมื่อหมดสมัยสภา“หนู” ไม่ก้าวล่วงคดีทางการเมืองนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่าคดียุบพรรค เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับศาล เราต้องไม่ให้ ความเห็นอะไรเลย พูดไปพูดมาเดี๋ยวไปก้าวล่วง ส่วนการพบปะระหว่างนายพิธากับทูต 18 ประเทศ ถือเป็นสิทธิ์ถ้ามาได้ เหมือนสมัยก่อนที่มีการเชิญทูต มาที่สถานีตำรวจเพื่อสังเกตการณ์ จำไม่ได้ว่าเรื่อง อะไร แต่คิดว่าดีเสียอีกจะได้เกิดความมั่นใจว่าทุกอย่าง เป็นไปตามกฎหมาย เป็นไปตามขั้นตอน มีความยุติธรรม เมื่อถามว่า ถูกมองว่าเข้ามาแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมไทย นายอนุทินตอบว่า “แหม แค่คนมาจ้องแค่นี้ แล้วบอกว่าแทรกแซง คงไม่ใช่” เมื่อถามว่า นายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล ระบุว่า พรรครัฐบาลมีความพยายามดึง สส.พรรคก้าวไกล นายอนุทินตอบว่า ไม่ใช่พรรคภูมิใจไทย ภูมิธรรม เวชยชัย“อ้วน” ขอทุกฝ่ายเคารพยุติธรรมนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เราไม่ทราบ ว่า นายพิธาไปคุยเรื่องอะไรกับทูต 18 ประเทศ เชื่อว่า ทูตไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับกิจการการเมืองไทย เมื่อถามว่ามีตัวแทนจากทางสหรัฐ อเมริกาออกมาแสดงความเป็นห่วงเรื่องยุบพรรค นายภูมิธรรมตอบว่า เราต้องเคารพกระบวนการยุติธรรม ไม่เชื่อว่าต่างประเทศจะมีการแทรกแซง เพราะอำนาจอธิปไตยเป็นของเรา ให้กระบวนการยุติธรรมทำไปตามครรลอง เราต้องเคารพ ถ้าเราไม่เคารพแล้วใครจะมาเคารพ เมื่อถามว่ามองท่าทีกลุ่ม สว.พันธุ์ใหม่อย่างไร ที่เตรียมออกแถลงการณ์ยุบพรรคก้าวไกล นายภูมิธรรมตอบว่า ไม่อยากไป ก้าวล่วง ทุกคนควรทำตามหน้าที่ รัฐบาลก็ทำหน้าที่ของเรา กรอบกติกามีอยู่แล้ว ควรเดินตามกรอบกติกา“ก้าวไกล ไปต่อ” ปลุกพลังด้อมส้มช่วงเช้าวันเดียวกัน เพจพรรคก้าวไกลมีการโพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า “ก้าวไกล ไปต่อ!” “ย้ำกำหนดการวันชี้ชะตา ที่พรรคก้าวไกลจะมีการจัดกิจกรรมรองรับด้อมส้ม ลุ้นฟังคำวินิจฉัยพร้อมกัน ตั้งแต่เวลา 13.00 น.เป็นต้นไป มีการบรรยายพิเศษของนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า หัวข้อศาลรัฐธรรมนูญกับการยุบพรรคการเมือง เรียกน้ำย่อยตั้งแต่ช่วงบ่าย” นอกจากนี้ มีการแจ้งกำหนดการนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคก้าวไกล จะเดินทางไปรับฟังการอ่านคำวินิจฉัยที่ศาลรัฐธรรมนูญด้วยตัวเอง ในเวลา 15.00 น. จากนั้น 19.00 น. นายพิธาจะไปที่พรรคก้าวไกลเพื่อแถลงข่าวร่วมกับนายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรค ขณะที่บรรดา สส.จะตามไปสมทบหลังเสร็จภารกิจประชุมสภาผู้แทนราษฎร“ปิยบุตร” รุดให้กำลังใจลูกพรรคต่อมาเวลา 14.00 น. ที่ชั้น 7 อาคารอนาคตใหม่ ที่ทำการพรรคก้าวไกล มีการประชุม สส.ประจำสัปดาห์ มีนายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นประธาน เพื่อหารือวาระงานสภาฯ ขณะที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค สวมเสื้อเชิ้ตสีฟ้า เดินทางเข้าพรรคด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส โบกมือทักทายผู้สื่อข่าว ทั้งนี้ หลังการประชุม สส.มีการตั้งวงพูดคุยผ่อนคลายกันต่อ บริเวณชั้น 2 ช่วงหนึ่งนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า เดินเข้ามาพูดคุยให้กำลังใจ สส.ว่า “เขาอยากได้อะไรก็อย่าไปให้เขา เขาอยากให้เราเศร้าก็อย่าไปเศร้า เขาอยากให้เราย้ายพรรคก็อย่าไปย้าย เขาอยากให้การเลือกตั้งครั้งหน้าก้าวไกลได้คนน้อยลง เราก็อย่าไปให้เขา และทำให้การยุบพรรคมันไร้ความหมาย”สำหรับบรรยากาศการจัดเตรียมสถานที่รองรับสื่อมวลชน และกลุ่มมวลชนที่จะมารอลุ้นคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญวันที่ 7 ส.ค. ตั้งเเต่ช่วงบ่ายเจ้าหน้าที่ของพรรคช่วยกันจัดเตรียมสถานที่บริเวณลานจอดรถ ไว้รับมวลชนในวันพรุ่งนี้ และยังติดป้ายที่มีข้อความ “ก้าวไกล ไปต่อ” ขนาดใหญ่ บริเวณหน้าที่ทำการพรรค ขณะที่กองทัพสื่อมวลชนเเจ้งลงทะเบียนมาร่วมทำข่าวแล้วกว่า 80 สำนัก รวม 300 คน และพรรค ก.ก.ได้แจ้ง สส.ห้ามนำรถยนต์มาจอด ให้วนส่งเท่านั้น เนื่องจากต้องใช้พื้นที่รับมวลชน พริษฐ์ วัชรสินธุ“ไอติม” ยัน 18 ทูตเชิญ “พิธา” ไปเองนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวว่า วันที่ 7 ส.ค. นอกจากเรื่องคดียุบพรรคก้าวไกลแล้ว อยากเชิญชวนประชาชนและสื่อ ให้ความสำคัญกับวาระประชุมสภาฯเช่นกัน สิ่งที่คาดหวังคือไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นวันพรุ่งนี้ สส.พรรคก้าวไกลจะเดินหน้าร่วมกันเป็นเอกภาพ เชื่อว่า สส.ทุกคนจำได้ดีว่าวันที่เราเดินเข้ามาที่พรรควันแรกด้วยเหตุผลอะไร จะเป็นเข็มทิศเดินหน้าต่ออย่างไรให้เป็นเอกภาพ ตนยังยิ้มออก ส่วนกระแสวิพากษ์วิจารณ์นายพิธาที่พบกับทูต 18 ประเทศนั้น ข้อเท็จจริงคือทางสถานทูตเชิญนายพิธาไป ยังไม่เห็นข้อความใดเข้าข่ายแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมของไทย รัฐบาลก็น่าจะเห็นตรงกัน มุมมองที่ต่างชาติมองมายังไทย จะกระทบต่อการแสวงหาความร่วมมือเรื่องการค้า การคุ้มครองสิทธิมนุษยชนระดับสากล และโอกาสของไทยที่จะมีโอกาสในเวทีโลก เช่น การเป็นสมาชิกคณะมนตรีเพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ“จิรัฏฐ์” แฉ ผช.รมต.โยน 30 ล.ล่อนายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ สส.ฉะเชิงเทรา พรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ว่า มีผู้ช่วยรัฐมนตรีคนหนึ่งเสนอเงินจำนวน 30 ล้านบาท ให้ตนย้ายไปอยู่พรรคใหม่ที่กำลังจะตั้งขึ้น มีคนติดต่อผ่านเพื่อนที่อยู่ท้องถิ่น ไม่ได้พูดคุยโดยตรง ไม่ทราบว่าเป้าหมายการซื้อตัว จะถึงการโหวตนายกฯคนต่อไปหรือไม่ เมื่อถามว่าวันนี้มีการเปิดตัวพรรคใหม่ของนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ในนามพรรคกล้าธรรม มีความเชื่อมโยงกันหรือไม่ นายจิรัฏฐ์ตอบว่า มีความเป็นไปได้ ก่อนหัวเราะและกล่าวต่อว่า เนื่องจากมีความระหองระแหงกันภายในพรรคพลังประชารัฐ แต่รอบนี้ซื้องูเห่าน่าจะยาก และน่าจะติดต่อไปหลายคนไม่ใช่แค่ตนคนเดียว ยืนยันว่าไม่ไขว้เขว จากประสบการณ์ที่ผ่านมาเชื่อว่ารอบนี้ไม่น่าจะมีงูเห่า ครั้งที่ผ่านมาเท่าที่ทราบจากอดีตเพื่อนร่วมงาน สัญญาว่าจะให้เป็นเงินก้อน แต่ไม่มีใครได้สักคน ได้แค่เงินผ่อนในการลงพื้นที่“พันธุ์ใหม่” ถอยล่าชื่อต้านยุบ ก.ก.ด้าน น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สว.กลุ่มพันธุ์ใหม่ กล่าวถึงกรณี สว.กลุ่มพันธุ์ใหม่เตรียมออกแถลงการณ์คัดค้านการยุบพรรคก้าวไกลว่า กลุ่ม สว.พันธุ์ใหม่จะไม่ล่ารายชื่อ สว. เพื่อออกแถลงการณ์แสดงจุดยืนและความเห็นต่อกรณีศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยคดียุบพรรคก้าวไกลวันที่ 7 ส.ค.แล้ว เพราะเห็นว่าคงไม่ทันเวลา ที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดวินิจฉัยวันที่ 7 ส.ค.แล้ว ดูบรรยากาศแล้วคงไม่มีใครเห็นด้วย ปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการ อีกทั้งนานาประเทศออกมาพูดแสดงความเห็นเรื่องนี้แล้ว รวมถึงมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่ใช่หน้าที่ สว.“สุทิน” ยังยิ้มได้ข่าวถูกปรับพ้น ครม.ขณะที่นายสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ยังยิ้มได้อยู่ การปรับ ครม.อาจเป็นข่าวดีก็ได้ เราก็ทำงานไปไม่ตื่นเต้น เมื่อถามว่าในพรรคเพื่อไทยมีการเช็กลิสต์หรือไม่ว่าจะเป็นชื่อของใคร นายสุทินตอบว่า ยังไม่มีใครคิด ทุกคนอาจคิดว่ามันเร็วไป เพราะเพิ่งปรับ ครม.มาได้ไม่นาน เมื่อถามย้ำว่าขาเก้าอี้ยังแข็งแรงอยู่ใช่หรือไม่ นายสุทินหัวเราะก่อนตอบว่า ยังยิ้มอยู่ มั่นใจว่าจะได้คุมงานกระทรวงกลาโหมต่อ เพราะเราทำงานมาแล้ว ถ้าไม่มั่นใจคงทำงานมาถึงตอนนี้ไม่ได้ เราเชื่อมั่นตัวเองมาตลอด ผลงานที่ทำมา 1 ปี เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดความมั่นใจ ส่วนผลงานเข้าตาหรือไม่คงต้องไปถามคนอื่นโควตา รทสช.ไม่จำเป็นต้องทวงนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ กล่าวถึงการทวงเก้าอี้รัฐมนตรีโควตาของพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ว่า รทสช.ไม่จำเป็นต้องทวง เพราะเป็นเก้าอี้ในสัดส่วนเขาอยู่แล้ว สอบถามนายกฯแล้วยืนยันว่ายังไม่เห็นหนังสือของ รทสช. และสื่ออย่าเพิ่งยืนยันว่าหลังเดือน ส.ค.เข้าสู่เดือน ก.ย.จะมีการปรับ ครม. วันนี้ทุกอย่างยังโฟกัสที่การทำงานแก้ไขปัญหาให้ประชาชน เมื่อถามว่านอกจาก รทสช.แล้ว จะมีการสลับโควตากันในพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายภูมิธรรมตอบว่า ยังไม่มีการพูดคุยในเรื่องนี้ คาดการณ์ไปคงดูไม่งาม อย่าเพิ่งไปคิดอะไร วันนี้ยังไม่มีอะไร ยังคุย กันดีในพรรคร่วมรัฐบาลทั้งเช้าและเย็น คุยกันอยู่เสมอในเรื่องการทำงานและประสานงานปัด “สุดาวรรณ” ไขก๊อก สส.ไร้นัยผู้สื่อข่าวถามว่า น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รมว.วัฒนธรรม ลาออกจาก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เป็นการส่งสัญญาณว่าจะได้อยู่ในตำแหน่งยาวหรือไม่ นายภูมิธรรมตอบว่า ไม่มีสัญญาณอะไร ถ้าใครยังไม่พร้อมมีงานที่ต้องทำในตำแหน่ง สส. หรือมีภารกิจในสภาฯก็ยังไม่ต้องออก เมื่อถามต่อว่าจะเป็นการกดดันรัฐมนตรีบางคนที่ยังเป็น สส.บัญชีรายชื่อ เช่น นายสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม หรือนายเกรียง กัลป์ตินันท์ รมช.มหาดไทย หรือไม่ นายภูมิธรรมตอบว่า เป็นคำถามที่ตอบยาก เรื่องทั้งหมดเป็นกระบวนการทางการเมือง ขึ้นอยู่กับแต่ละสถานการณ์ เมื่อถามย้ำว่าในฐานะผู้จัดการรัฐบาล คิดว่าการปรับ ครม.ครั้งหน้าควรปรับเล็กหรือใหญ่ นายภูมิธรรมตอบว่า ยังไม่คิดเรื่องการปรับ ครม. พรรคร่วมรัฐบาลก็ยังไม่คิดเรื่องนี้ อนุทิน ชาญวีรกูลภท.ปลื้มผลงาน 4 กระทรวงในสังกัดนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่ายังพอใจการทำงานทั้ง 4 กระทรวงในสังกัดพรรค ไม่อยากทำอะไรให้นายกฯหนักใจ เรียนกับนายกฯไปแล้วว่าพรรคภูมิใจไทยจะไม่มีการปรับรัฐมนตรี ทั้งคนและตำแหน่ง เพื่อให้ท่านสบายใจไปเปลาะนึงเมื่อถามว่าแล้วนายกฯตอบกลับมาว่าอย่างไร นายอนุทินตอบว่า ท่านไม่ได้ว่าอะไร เพราะทราบแนวทางพรรคภูมิใจไทยอยู่แล้ว เราเป็นพรรคเล็ก การปรับเปลี่ยนอะไรไม่ส่งผลมากนัก เมื่อถามว่าที่ข่าวจะปรับพรรคร่วมบางพรรคออก แล้วนำพรรคฝ่ายค้านเข้ามาแทน นายอนุทินตอบว่า ขอพูดตรงๆว่าอะไรที่ไม่เกี่ยวกับพรรคตน ไม่คิดให้เปลืองพื้นที่สมอง เคยบอกไปแล้วว่ารัฐบาลมีอยู่กว่า 314 เสียง มีเสถียรภาพสูงมากรัฐบาลหนึ่งในรอบ 30-40 ปี“บิ๊กป๊อด” เบ่งกล้ามสยบข่าวลือพล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประธานที่ปรึกษาพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวมีชื่อถูกปรับออกจาก ครม.ว่า ไม่ทราบไม่รู้เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับนายกฯ เมื่อถามว่าได้รับสัญญาณในเรื่องนี้หรือไม่ พล.ต.อ.พัชรวาทตอบว่า ไม่รู้ ไม่เคยได้คุยกับใคร ก็แล้วแต่ เมื่อถามว่าได้พูดคุยกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพปชร.บ้างหรือไม่ พล.ต.อ.พัชรวาทตอบว่า ไม่ค่อยได้เจอท่าน เมื่อถามว่ายังสู้ต่อใช่หรือไม่ ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่าถอดใจ เพราะมีปัญหาเรื่องสุขภาพ พล.ต.อ.พัชรวาทย้อนถาม “แล้วตอนนี้เป็นอย่างไร” พร้อมกับยกแขนแสดงความแข็งแรงโชว์“ธรรมนัส” ย้ำเก้าอี้ พปชร.ไม่ขยับร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ เลขาธิการพรรค พปชร. กล่าวว่า การปรับ ครม.เป็นอำนาจของนายกฯ พรรคร่วมรัฐบาลคุยกันตลอดเวลา แต่ไม่น่าจะมีการปรับในช่วงนี้ เอาตรงๆคงเป็นเรื่องของพรรค รทสช.ที่โควตายังขาดอยู่ ในส่วนของพรรค พปชร.เราไม่มีการขยับอะไรอยู่แล้ว เมื่อถามว่าพรรค พปชร. ไม่ดื้อกับนายกฯใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสตอบว่า อย่างที่เห็นประชุมสภาสัปดาห์ที่แล้วชัดเจนเรามีความสามัคคีกันไม่แตกแยก ส่วนสถานการณ์ภายในพรรคไม่มีอะไร นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.สาธารณสุข รองหัวหน้าพรรค จัดการเรียบร้อยแล้ว เมื่อถามว่าข้อสรุปพรรคจะขับนายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ออกจากสมาชิกพรรคหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสตอบว่า จริงๆพรรคมีมติเรียบร้อย โดยกรรมการบริหารและ สส. แต่ พล.อ.ประวิตรขอร้องให้นายสันติไปนั่งพูดคุยกัน“นฤมล” ขึ้นแท่นคุม “กล้าธรรม”เวลา 09.30 น. ที่โรงแรมโกลเด้น ทิวลิป ซอฟเฟอริน กทม. พรรคกล้าธรรมจัดประชุมใหญ่วิสามัญ ครั้งที่ 1/2567 เพื่อเลือกหัวหน้าพรรค และคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ หลังนายเชวงศักดิ์ ใจคำ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม ลาออกจากตำแหน่ง ปรากฏว่านางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ได้รับเลือกเป็นหัวพรรคคนใหม่ นายสัจจวิทย์ ลีลาวณิชย์ เป็นเลขาธิการพรรค สำหรับพรรคกล้าธรรมเดิมคือพรรคเศรษฐกิจไทย ที่ สส.พรรค พปชร. กลุ่มของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรฯ เคยย้ายมาอยู่เมื่อครั้งถูกขับออกจากพรรค พปชร.“หนู-ผู้กอง” ปัดไม่ใช่พรรคสำรองนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.มหาดไทย กล่าวว่า ขอแสดงความยินดีกับนางนฤมล เป็นเรื่องดีที่ประชาชนจะมีทางเลือกอีกหนึ่งทาง เมื่อถามว่าพรรคใหม่ของนางนฤมล ถูกจับตาเป็นพรรคสำรองและเป็นพรรคอะไหล่รองรับงูเห่า นายอนุทินตอบว่า อย่าไปคิดอะไรเยอะ และไม่ได้เป็นผู้จัดตั้งพรรคดังกล่าว “Mind your own business”ด้าน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรฯ เลขาธิการพรรค พปชร. กล่าวว่า เพิ่งทราบจากสื่อว่านางนฤมลได้เป็นหัวหน้าพรรคกล้าธรรม ยืนยันไม่ใช่พรรคสำรองของพรรค พปชร. ไม่เกี่ยวข้องกัน และไม่ใช่พรรคสาขาเพื่อรองรับ สส.จากพรรคก้าวไกล ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ยอมรับว่าเป็นพรรคเศรษฐกิจไทยเดิมที่ตนลาออกมา แต่ไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้อง นางนฤมลเป็นคนที่เหมาะสมส่วนตัวเราเป็นเพื่อนกัน อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ครม.ไฟเขียว “อรรษิษฐ์” ปลัด มท.อีกเรื่อง นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ว่า ที่ประชุม ครม.เห็นชอบแต่งตั้งนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ อธิบดีกรมการปกครอง เป็นปลัดกระทรวงมหาดไทย นายศุภชัย ปทุมนากุล รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นปลัดกระทรวง อว. คนใหม่ ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.เป็นต้นไป ส่วนตำแหน่งผู้บริหารอื่นๆ เป็นไปตามกระบวนการนายกฯผวาตั้งปลัดผิดขั้นตอนผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า ระหว่างการประชุม ครม.พิจารณาวาระที่ น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมว.อว. เสนอชื่อปลัด อว.คนใหม่ต่อที่ประชุม ครม. ปรากฏว่า นายกฯ ได้หันไปถามนายปกรณ์ นิลประพันธุ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ทันทีว่ารัฐมนตรีเสนอชื่อปลัดฯ เองได้หรือไม่ และที่กระทรวงมหาดไทย เสนอชื่ออธิบดีกรมการปกครอง เป็นปลัด มท.เสนอได้เลยหรือไม่ เมื่อนายปกรณ์ตอบว่า ทำได้ ยังหันไป ถามนายวิษณุ เครืองาม ที่ปรึกษาของนายกฯ ซ้ำอีกครั้ง นายวิษณุอธิบายว่า ไม่มีปัญหา ปลัดฯคนปัจจุบันเสนอได้ 3 รายชื่อให้เลือกก่อนเกษียณ แต่ถ้าปลัดฯเกษียณไปแล้วรัฐมนตรีเสนอได้เลย ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย เสนอว่า อยากให้นายกฯ กำหนดแนวทางแต่งตั้งปลัดฯ ให้ชัดเจน ทำให้นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกฯ และ รมว.พลังงาน กล่าวเสริมว่า กระทรวงพลังงานมีปัญหา เหมือนกัน หากไม่แก้ต่อไปจะทำงานลำบาก นายกฯ เลยสั่งการให้สำนักงาน ก.พ.ไปพิจารณาปลายเดือน ครม.สัญจรอยุธยานายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ แถลงว่า ที่ประชุม ครม.อนุมัติตามที่กระทรวงยุติธรรมเสนอพิจารณาบำเหน็จความชอบกรณีพิเศษแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติการด้านยาเสพติดจากหน่วยงานต่างๆทั่วประเทศในงบปี 2567 ไม่เกิน 13,047 อัตรา รวมทั้งสิ้น 85.7 ล้านบาท เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจกับเจ้าหน้าที่ที่ทุ่มเทเสียสละ สอดคล้องกับวาระแห่งชาติ แก้ปัญหา ยาเสพติด นอกจากนี้ ที่ประชุมเห็นชอบจัดประชุม ครม.สัญจร ครั้งที่ 5/67 ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา และติดตามการตรวจราชการกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน (ชัยนาท พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง) ระหว่างวันที่ 19-20 ส.ค.สว.ถกงบเงินดิจิทัล 3 วาระรวดช่วงสาย ที่รัฐสภา มีการประชุมวุฒิสภา นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุมพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบเพิ่มเติมปี 2567 วงเงิน 1.22 แสนล้านบาท มีนายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกฯและ รมว.คลัง นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง และนายจักรพงษ์ แสงมณี รมต.ประจำสำนักนายกฯ เข้าชี้แจง ก่อนเข้าวาระการพิจารณานายนิรุตติ สุทธินนท์ สว. เสนองดใช้ข้อบังคับการประชุมข้อ 138 ขอให้ตั้งกรรมาธิการเต็มสภาเพื่อพิจารณา 3 วาระรวด ที่ประชุมมีมติเห็นชอบด้วยคะแนน 161 ต่อ 17 เสียง จากนั้นนายเศรษฐาชี้แจงว่า รัฐบาลจำเป็นต้องใช้จ่ายเงินตามนโยบายเร่งด่วน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้มีเม็ดเงินหมุนเวียนในพื้นที่ต่างๆ สนับสนุนการฟื้นตัวเศรษฐกิจให้ต่อเนื่อง ผ่านโครงการเติมเงิน 1 หมื่นบาทผ่านดิจิทัลวอลเล็ต ไม่สามารถรองบปี 2568 ได้ รัฐบาลจะดำเนินการให้เป็นไปตามกรอบวินัยการเงินการคลังตามกฎหมายข้องใจกระตุ้น ศก.ให้ใครกันแน่พล.ต.ท.บุญจันทร์ นวลสาย สว. อภิปรายว่า รัฐบาลกู้เงินมา 1.22 แสนล้านบาท กระตุ้นเศรษฐกิจหรือเพิ่มหนี้ให้ประชาชน ให้ทีมงานลงพื้นที่ จ.สุรินทร์ ทั้งร้านก๋วยเตี๋ยว ร้านข้าวแกง บ่นกันว่าจะให้เงินดิจิทัลอย่างไร สงสัยว่ากระตุ้นนายทุนใหญ่หรือหาเสียงล่วงหน้า อย่าหลงใหลได้ปลื้มกับคนมาลงทะเบียนกว่า 24 ล้านคน หลายคนไม่กล้าลงกลัวหลอกให้ดีใจเล่นถึงเวลาไม่ให้ มีคุณยายที่ อ.พิมาย จ.นครราชสีมา ให้หลานไปซื้อโทรศัพท์รุ่นใหม่เพื่อลงทะเบียนราคา 4 พันบาท เงินหมื่นบาทหายไปแล้ว 4 พันกระตุ้นตรงไหน โทรศัพท์ไม่ได้ผลิตในประเทศ กระตุ้นเศรษฐกิจใครกันแน่ ชาวบ้านบอกอีกว่าไม่เคยคิดว่าขั้นตอนเยอะขนาดนี้ ทำไมไม่จ่ายเป็นเงินสดให้ถล่มแค่หาเสียงไม่ใช่กระตุ้น ศก.นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สว. อภิปรายว่า ดิจิทัล วอลเล็ตไม่ใช่โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่เป็นโครงการเศรษฐกิจการเมือง ที่ยิงทะลุมิติหวังผลเลือกตั้งคราวหน้า หากนโยบายนี้ไม่สำเร็จเลือกตั้งครั้งหน้า พรรคเพื่อไทยไม่รอดแน่ จึงไม่ใช่กระตุ้นเศรษฐกิจแต่จะทำให้เจ๊งทั้งประเทศ ในอดีตมีนโยบายแจกเงินรัฐบาลหลายโครงการ แต่ความยากจนยังคงเป็นมิตรแท้ประชาชนเช่นเดิม โครงการนี้เชื่อว่าเม็ดเงินจะไหลกลับไปที่นายทุนใหญ่ แม้จีดีพีประเทศโตขึ้นแต่ความยากจนของประชาชนไม่ลดลง ที่นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ เลื่อนการลงทะเบียนร้านค้าออกไป เพราะไม่มีร้านค้ามาร่วมหรือไม่ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์“จุลพันธ์” โอ่ร้านค้าร่วมรายการอื้อนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง ชี้แจงว่า การลงทะเบียนร้านค้านั้น ร้านค้าที่ไม่ได้ลงทะเบียนในระบบภาษี เช่น หาบเร่แผงลอยเข้าร่วมโครงการได้ แต่ไม่สามารถขึ้นเงินสดได้ ต้องนำไปซื้อปัจจัยการผลิตแทน ส่วนการให้ร้านสะดวกซื้อเข้าร่วมโครงการได้ เพราะไม่สามารถตัดสิทธ์ิร้านสะดวกซื้อขนาดเล็กตามชนบทได้ เพราะเป็นร้านค้าชุมชน แต่จะพยายามไม่ให้ไปกระจุกตัวที่รายใหญ่ ทั้งนี้ร้านค้าที่เข้าร่วมเบื้องต้น ร้านธงฟ้าที่มีอยู่ 2 แสนร้านมาลงทะเบียนแล้ว 2 หมื่นร้าน ขณะที่ผู้ไม่มีสมาร์ทโฟนให้ลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 16 ก.ย.-15 ต.ค. ส่วนข้อสังเกตเป็นนโยบายหวังผลการเมืองนั้น ยืนยันไม่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง แต่ต้องทำเพราะเป็นนโยบายที่แถลงต่อรัฐสภาสว.ขายหมูติงแจกเงินเพิ่มทุกข์จากนั้นนางแดง กองมา สว. อภิปรายว่า เป็นสว. อาชีพแม่ค้าขายหมู รัฐบาลแจกเงินให้ประชาชนคนละหมื่น ยินดีและดีใจอย่างมาก แต่พอเป็นเงินดิจิทัลทำให้กังวลคิดหนักว่าจะใช้อย่างไร ทำไมไม่แจกเป็นเงินสด ใช้ได้ง่าย บางครอบครัวมี 4-5 คน รวมเป็นเงิน 40,000-50,000 บาท อยากเอาไปซ่อมบ้าน ซื้อวัว ซื้อควายเลี้ยง แต่ทำไม่ได้ รัฐบาลจะแจกเงินทั้งทีทำไมไม่ทำให้ประชาชนมีความสุข แต่ทำเหมือนเพิ่มทุกข์ให้ประชาชน ขณะอภิปรายนางแดงได้ชูธนบัตรใบละ 1,000 บาท 1 ใบ และ 100 บาท 2 ใบ ขึ้นมาประกอบด้วย“มงคล” ซึ้งจัดต่อมน้ำตาแตกระหว่างที่นางแดงอภิปราย ปรากฏว่านายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ รอสลับมาทำหน้าที่ประธานการประชุม ถึงกับกลั้นน้ำตาไม่อยู่ในเนื้อหาที่นางแดงอภิปราย หยิบกระดาษทิชชูขึ้นมาซับน้ำตาอยู่ตลอดเวลา พร้อมกับนำโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายคลิประหว่างที่นางแดงอภิปรายไปด้วย กระทั่งเวลา 16.30 น. หลังจากอภิปรายกันครบถ้วนแล้ว นายมงคล ประธานที่ประชุม แจ้งให้สมาชิกลงมติ ผลปรากฏว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบกับร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวด้วยคะแนน 139 ต่อ 38 งดออกเสียง 18 ไม่ลงคะแนน 1 เสียง ถือว่าที่ประชุมให้ความเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว 3 วาระรวดพระราชทานเพลิงศพแม่นายกฯเมื่อเวลา 17.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ในการพระราชทานเพลิงศพนางชดช้อย ทวีสิน มารดา นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ ณ เมรุหลวง วัดเทพศิรินทราวาสฯ มีบุคคลสำคัญเข้าร่วมพิธีอย่างคับคั่ง อาทิ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย รวมถึง ครม. สส.พรรคร่วมรัฐบาล ผบ.เหล่าทัพ ผบ.ตร. และผู้บริหารภาคเอกชน ทักษิณ ชินวัตร - พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาภาพประวัติศาสตร์ “ทักษิณ-บิ๊กตู่”ผู้สื่อข่าวรายงานระหว่างพิธีพระราชทานเพลิงศพ ช่วงหนึ่งนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เดินเข้ามาหา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี อดีตนายกฯ ที่มาร่วมพิธีด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส โดยต่างคนต่างยกมือไหว้และกล่าวทักทายกันสั้นๆ ถือเป็นภาพประวัติศาสตร์ครั้งแรกที่ได้เห็นภาพของทั้งคู่พบปะกันในที่สาธารณะ ขณะที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เดินเข้ายกมือไหว้สวัสดี พล.อ.ประยุทธ์อย่างนอบน้อมจำคุก 5 ปี “ตู่” แพร่เอกสารลับที่ศาลอาญา ศาลนัดฟังคำพิพากษาในคดีที่พนักงานอัยการยื่นฟ้องนายจตุพร พรหมพันธุ์ อดีตแกนนำเสื้อแดง เป็นจำเลยฐานทำด้วยประการใดๆให้ผู้อื่นล่วงรู้เอกสารลับ ทำให้กระทบความปลอดภัยของประเทศตาม ป.อาญา มาตรา 124 กรณีนำหนังสือของกระทรวงการต่างประเทศ ลับมาก ด่วนที่สุด ที่กต.1303/2355 ลงวันที่ 16 พ.ย.2552 เรื่องแนวทางการดำเนินการกับปัญหาความสัมพันธ์ ไทย-กัมพูชา เกี่ยวข้องกับความมั่นคงและความปลอดภัยของประเทศ ออกเผยแพร่ทางสถานีโทรทัศน์ประชาชน (People Channel) ในปี 2552 จำเลยมาศาลตามนัด ศาลพิเคราะห์แล้ว พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามฟ้องให้จำคุก 5 ปี ไม่รอลงอาญา ก่อนศาลอนุญาตให้ประกันตัวไปในวงเงิน 250,000 บาทอ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่