ความขัดแย้งในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ที่ดูเหมือนสงบลงไปชั่วระยะหนึ่ง กลับมาปะทุขึ้นอีกครั้ง เมื่อ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือ “บิ๊กโจ๊ก” ดับเครื่องชน ประกาศจะฟ้องทุกคนที่เกี่ยวข้อง ทั้งใน สตช.และนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน หลังจากที่คณะกรรมการมีมติเป็นเอกฉันท์ว่า คำสั่งให้บิ๊กโจ๊กออกจากราชการถูกต้องแล้วบิ๊กโจ๊กไม่พอใจ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ที่ถูกเรียกตัวกลับไปปฏิบัติหน้าที่ ผบ.ตร. กับ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ที่รักษาการ ผบ.ตร.ระยะหนึ่ง ที่ไม่ยอมถอนคำสั่งให้ตนออกจากราชการ เพราะทำใจไม่ได้ว่าตนทำผิดแล้ว บิ๊กโจ๊กประกาศว่า ตนจะได้กลับ สตช.หรือไม่ จะต้องสู้ตามหลักกฎหมาย ไม่ขอให้นายกฯช่วยเหลือหลังจากเกิดความขัดแย้งใน สตช. โดยเฉพาะระหว่าง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กับ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ หรือ “บิ๊กต่อ” เมื่อประมาณ 4 เดือน นายกรัฐมนตรีตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง สรุปว่า มีความขัดแย้งในทุกระดับ ทั้งระดับใหญ่ ระดับกลาง และระดับเล็ก และมีการกล่าวหาซึ่งกันและกันว่าเกี่ยวข้องกับคดีเว็บพนันและอื่นๆบิ๊กบางคนถูกกล่าวหาในคดีฟอกเงิน แต่ดูเหมือนว่าคดีที่เกี่ยวข้องกับความผิดทางอาญา ที่บรรดาตำรวจใหญ่ถูกกล่าวหาจะไม่มีความคืบหน้าในการสอบสวนดำเนินคดี เสมือนหนึ่งว่า การที่ตำรวจใหญ่ถูกกล่าวหาในคดีอาญาร้ายแรง ไม่ใช่เรื่องสำคัญ บางคนวิจารณ์ว่าขณะนี้ อำนาจการสอบสวนคดีอาญาเป็นของฝ่ายตำรวจ อาจทำได้ตามใจแม้แต่นายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นประธานคณะกรรมการตำรวจ (ก.ตร.) โดยตำแหน่ง ซึ่งน่าจะเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดของตำรวจ ก็ดูเหมือนจะไม่ได้สนใจเรื่องที่นายตำรวจระดับบิ๊กถูกกล่าวหาเป็นผู้กระทำผิดทางอาญา แม้จะมีทนายบางคน นำพยานหลักฐานต่างๆไปร้องทุกข์กล่าวโทษ นายตำรวจใหญ่ที่สถานีตำรวจ แต่นิ่งเงียบนายกรัฐมนตรีเคยสัญญาว่า จะรื้อฟื้นนำ “หลักนิติธรรม” มาใช้ในการ บริหารประเทศ เพื่อให้กระบวนการยุติธรรมยึดถือหลักกฎหมาย และส่งเสริมการปกครองประเทศให้เป็นประชาธิปไตย แต่กลับมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์มากเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายต่อทุกคนโดยเสมอหน้า รวมทั้งมีการกล่าวหาเรื่อง “นักโทษเทวดา”รัฐธรรมนูญปัจจุบันมีบทบัญญัติ ให้ลงมือปฏิรูปประเทศในด้านต่างๆภายในหนึ่งปี นับแต่ประกาศใช้รัฐธรรมนูญ ตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน 2560 รวมทั้งให้ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมและตำรวจ ให้ปรับปรุงระบบการสอบสวนคดีอาญา ให้มีการตรวจสอบ และถ่วงดุลระหว่างพนักงานสอบสวนกับอัยการ ถึงวันนี้ผ่านมาแล้วกว่าเจ็ดปี.คลิกอ่านคอลัมน์ “บทบรรณาธิการ” เพิ่มเติม