ผมจำพุทธสุภาษิตบทได้บทหนึ่ง “ไม่มีความชั่วอันใด ที่คนพูดโกหกทำไม่ได้” ยืนยันว่า ในศีลห้าข้อของชาวพุทธเมืองไทย ศีลข้อที่ 4 คือข้อมุสาฯเป็นข้อสำคัญ ต้องเคร่งครัดให้มากๆแต่กับพระฝรั่ง พระอาจารย์พรหม สมภารวัดพุทธในเมืองเพิร์ธ ออสเตรเลีย ท่านเจอประสบการณ์สำคัญ ถึงขั้นต้องยอมลดหย่อนผ่อนปรนได้บ้างเรื่องที่ 52 ในชวนม่วนชื่น 2 ธรรมะบันเทิงหลายเรื่องเล่า พระอาจารย์ตั้งหัวข้อเป็นคำถามการพูดโกหกนั้นผิดหรือไม่แล้วท่านก็เดินเรื่องต่อ...เย็นวันหนึ่งหญิงชราชาวพุทธคนหนึ่ง โทร.มาด้วยน้ำเสียงเศร้าเสียใจ เธอบอกว่าแต่งงานอยู่กินกับสามีมา 40 ปี บ่ายวันเดียวกันนี้เธอเพิ่งพูดโกหกเป็นครั้งแรกที่มาของเรื่องที่โกหก เริ่มจากสามีเธอเคยเกิดอาการหัวใจวาย...แต่รอดมาได้ หมอให้เขาเข้าพักฟื้นในแผนกโรคหัวใจ ของโรงพยาบาล รอเวลาจะผ่าตัดอีกไม่กี่วันข้างหน้าที่แผนกนั้นยังมีผู้ป่วยชายอีกสามคน นอนรอเวลาการผ่าตัดอยู่ด้วยกันแจ๊คเป็นเพื่อนคนป่วยเตียงติดกัน นานวันเข้าก็เริ่มคุ้นเคย ถึงขั้นคุยเรื่องทุกข์สุขกันอยู่ทุกวันแล้วเช้าวันนั้น แจ๊คก็ได้คิวเข็นเตียงออกไปผ่าตัด เธอเดินทางไปเยี่ยมสามีตอนเย็น“ผลการผ่าตัดของแจ๊คเป็นยังไง?” สามีถาม“อ๋อ แจ๊คสบายดีค่ะ” เธอตอบ “เขากำลังพักฟื้นอยู่ในห้องไอซียู”แต่ความจริงก่อนมาถึงห้องสามีที่โถงทางเดินโรงพยาบาล เธอพบครอบครัวแจ๊คกำลังโศกเศร้า เมื่อทราบข่าวแจ๊คเสียชีวิตแล้ว“ฉันจะบอกเรื่องนี้กับสามีได้ยังไง?” เธอคร่ำครวญกับพระอาจารย์ “เพราะพรุ่งนี้สามีได้คิวผ่าตัดต่อ”พระอาจารย์พรหมรับรู้เรื่องนี้ และรู้ต่อไป หลังการผ่าตัด สามีของเธออาการเป็นตายเท่ากันอยู่ถึงสามวัน แต่เคราะห์ดีที่รอดพระอาจารย์พรหมเอาเรื่องนี้สอนศิษย์ ในบางครั้งการพูดโกหกก็ไม่ผิด ถ้าการโกหกนั้นเป็นกรณีที่อาจช่วยชีวิตคนกรณีของสามีหญิงชรา ถ้าภรรยาบอกความจริงของเพื่อนที่เพิ่งผ่าตัดเสียชีวิต ข่าวนี้อาจจะกดดันให้เขาเสียกำลังใจและอาจถึงตายก็ได้แม้การโกหกจะมีคุณ...แต่พระอาจารย์พรหมก็ขอวางกฎ “ในรอบสี่สิบปี ให้ทำได้ครั้งเดียว”ผมตั้งใจเอาเรื่องการพูดโกหกนั้นผิดหรือไม่ มาถ่ายทอด เพียงเพื่อจะบอกให้เรารู้ว่า คนบางคนนั้นโกหกซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนมีคนจดจำเป็นตัวเลขแจกแจงได้โกหกครั้งแรกเมื่อ 17 ปีที่แล้ว บอกศาลจะไปดูฟุตบอลเมืองนอก แต่ใช้เป็นช่องลี้ภัยการเมืองแล้วก็ยังโกหกครั้งต่อๆมา...ครั้งที่ถือว่าโกหกซึ่งหน้า...โกหกว่าจะขอกลับมาเลี้ยงหลาน โกหกว่าป่วยหนักเจียนตาย จนเป็นนักโทษคนเดียวที่ราชทัณฑ์ต้องบันทึกว่า หลังไม่เคยนอนแตะคุกเลยยังไม่รวมทันทีที่พ้นกำหนดในโรงพยาบาล อาการป่วยหนัก ก็หายเหมือนเกิดปาฏิหาริย์ ออกตระเวนหาเสียงให้พรรคการเมืองของลูกสาวอย่างคึกคักแข็งขันจนชาวบ้านตาดำๆเกิดปัญหาคาใจหลุดคำถามถึงความศรัทธาที่มีหลายๆองค์กรสำคัญของบ้านเมือง...และคำถามสุดท้ายที่ดูเหมือนทุกคนจะเก็บไว้ในใจ หรือว่าการโกหกหลายๆครั้งนั้น อาจมีบางด้านเป็นคุณต่อบ้านเมือง.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม