ข่าว “เขย่าขวด” สุดสัปดาห์นี้ สถานการณ์ เศรษฐกิจของ ประเทศไม่ค่อยจะดีนัก ล่าสุดดัชนีผู้บริโภคตกต่ำลงในรอบ 7 เดือนก็เลยส่งเสียงเตือนว่า ไทยกำลังเป็น “คนป่วย” ของเอเชียแน่นอนว่าปัญหาหนึ่งที่ส่งผลก็คือ “การเมือง” ที่รู้กันดีว่าขณะนี้ได้เกิดภาวะความไม่มั่นคงเนื่องจากมีคดีความที่มีผลต่อนายกรัฐมนตรีมีผลต่อการเมืองทั้งระบบ18 มิ.ย.67 คดีการเมืองต่างๆจะเริ่มเห็นภาพชัดเจนขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการยุบ “ก้าวไกล” การถอดถอน “เศรษฐา ทวีสิน” นายกรัฐมนตรี การชี้ว่ากระบวนการเลือก สว.จะเดินไปต่อได้หรือไม่อีกคดีคืออัยการสั่งฟ้อง “ทักษิณ ชินวัตร” กรณี ม.112เมื่อสภาพทางการเมืองเป็นอย่างนี้ย่อมส่งผลต่อความเชื่อมั่นอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยง อีกทั้งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจก็ยังไม่เป็นรูปเป็นร่างนักลงทุนต่างชาติจึงยังไม่กล้าตัดสินใจ ที่จะเข้ามาลงทุนทำให้เม็ดเงิน ซึ่งเป็นแรงกระตุ้นเศรษฐกิจสำคัญขาดหายไปจนทำให้ไทยเกิดอาการเรียกว่า “เสือป่วย” โดยปริยายการที่คดีการเมืองที่เกิดขึ้นกำลังได้รับการสะสางเพื่อให้การเมืองไทยพ้นจากภาวะความไม่แน่นอนจึงเป็นสิ่ง สำคัญยิ่งศาลรัฐธรรมนูญคงมองถึงประเด็นนี้ด้วยอย่างไรก็ดีในวันที่ 18 มิ.ย.67 นั้น เป็นวันนัดหมาย เพื่อให้รวบรวมพยานหลักฐานต่างๆเพื่อกำหนดวันวินิจฉัยชี้ขาดเว้นแต่คดีเลือก สว.น่าจะรู้ผลได้เลยคดีอื่นๆเพียงแค่รอว่าจะเป็นวันไหนเท่านั้น น่าเชื่อว่าคงอีกไม่นานที่น่าสนใจแม้จะไม่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลโดยตรง แต่ก็จะเกิดผลข้างเคียง เพราะ “ทักษิณ” นั้น มีบทบาทและอิทธิพลต่อการเมืองไทยทั้งระบบประเด็นที่มองกันก็คือ อัยการสูงสุดจะตัดสินใจอย่างไร เมื่อ “ทักษิณ” ได้ยื่นร้องขอความเป็นธรรม อ้างว่า เขาถูกกลั่นแกล้งจากทหาร ซึ่งข่มขู่ให้อัยการสั่งฟ้องปรากฏว่า “ตระกูล วินิจนัยภาค” อัยการสูงสุดในสมัยนั้น ซึ่งเป็นผู้สั่งฟ้องได้ออกมาโต้ว่า ไม่มีใครมาข่มขู่เขา แต่ตัดสินไปตามข้อกฎหมายนี่เท่ากับจะบอกว่า “ทักษิณ” โกหก เพราะข้อเท็จจริงไม่ได้เป็นอย่างนั้นอีกทั้งการยื่นขอความเป็นธรรมนั้น สามารถกระทำได้ ซึ่งครั้งแรกที่ยื่นไปนั้นอัยการก็พิจารณาแล้วแต่มิอาจหักล้างข้อเท็จจริงได้การยื่นขอความเป็นธรรมครั้งที่ 2 นั้น มีหลักเกณฑ์สำคัญก็คือ จะต้องเป็นข้อมูลใหม่ที่ยังไม่เคยปรากฏมาก่อนหากไม่เป็นไปตามนี้อัยการก็จะยื่นคำสั่งเดิมวันที่ 18 มิ.ย.67 คงเป็นวันสำคัญว่า อัยการจะยื่นคำสั่งเดิมหรือไม่ หากยื่นตามเดิม “ทักษิณ” ก็จะต้องถูกฟ้องศาลจะได้ประกันหรือไม่ก็แล้วแต่ศาลจะวินิจฉัยคดีก็คงจะสู้กันไปและยืดเยื้อแน่ อีกทั้งดูตามรูปการณ์แล้ว “ทักษิณ” คงสู้จนถึงที่สุดไม่หนีออกนอกประเทศอีกแล้วเพราะเข็ดขยาด...แต่ไม่ว่าจะหนีหรือไม่หนีก็มีผลต่อการเมืองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะช่องทางหนึ่งที่จะทำให้หลุดจากคดีได้คือนิรโทษกรรมคดี ม.112 ที่ “ก้าวไกล” ชงรออยู่แล้วอยู่ที่ “เพื่อไทย” จะยอมรับหรือไม่?ซึ่งจะเป็นปมขัดแย้งของสังคมไทยอีกแน่!“ลิขิต จงสกุล”คลิกอ่านคอลัมน์ “สับรางวันอาทิตย์” เพิ่มเติม