“บิ๊กก้อง”เผยหาก ตร.ให้ทำคดี “บิ๊กโจ๊ก” ก็พร้อม แต่ถ้าถามความเห็นส่วนตัวไม่อยากยุ่ง เพราะ ตร. ตั้งคณะกรรมการรับผิดชอบไว้ชัดอยู่เเล้ว ชี้ไม่ตกใจ “บิ๊กเต่า” ถูกฟ้อง ขณะที่ ปปง. แจงประเด็นสื่อตีข่าวตำรวจนำทองคำไปขาย น้ำหนักกว่า 10,000 บาท ปัดพูดถึงคดีที่กำลังดังในขณะนี้ แต่ระบุ ปปง.มีหน้าที่กำกับอาชีพที่เสี่ยงจะถูกใช้เป็นช่องทางฟอกเงิน หากมีธุรกรรมเกิน 2 ล้านบาทขึ้นไปต้องรายงานเข้ามา นอกจากนี้ยังต้องนำบัญชีทรัพย์สินจาก ป.ป.ช.มาตรวจสอบคู่กันเพื่อให้ความเป็นธรรม เพราะข้าราชการผู้ใหญ่บางท่านมีฐานะดีอยู่แล้วกรณีตำรวจลูกน้องคนสนิท พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร.เข้ามอบตัวหลังถูกหมายจับพัวพันเว็บพนัน BNK และร่วมกันฟอกเงิน ขณะเดียวกัน พล.ต.อ.สุรเชษฐ์มอบหมายทนายความฟ้อง พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก.ฐานหมิ่น ประมาทโดยการโฆษณา ตามที่เสนอข่าวไปแล้ว เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 14 มี.ค. ที่กองบังคับ การปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. เผยถึงกรณีทนายความ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ฟ้องหมิ่นประมาท พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. กรณีเปิดเผยข้อมูลในสำนวนคดีเว็บไซต์พนันออนไลน์เครือข่ายมินนี่กับสื่อมวลชนจนได้รับความเสียหาย ว่ายังไม่ได้พูดคุยกับ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ เรื่องดังกล่าว เพราะ พล.ต.ต.จรูญเกียรติเป็นคณะทำงานคดีนี้ตามคำสั่ง ตร. อีกทั้ง พล.ต.ต.จรูญเกียรติยังให้สัมภาษณ์แล้วว่าเป็นการทำคดีในนามส่วนตัวไม่เกี่ยวข้องกับกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง แต่หากผู้บังคับ บัญชามีคำสั่งให้ บช.ก.ดำเนินการในคดีนี้ก็พร้อมจะทำ แต่หากถามความเห็นส่วนตัวแล้วไม่อยากยุ่งเนื่องจากมีคนรับผิดชอบอยู่แล้ว อยากใช้เวลาทำงานอาชญากรรมที่เป็นหน้างานตำรวจ บช.ก.มากกว่าพล.ต.ท.จิรภพกล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่โต้ตอบกันไปมาจนเกิดเป็นคดีความก่อนหน้านี้นั้น พล.ต.อ. ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร.หัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีเว็บไซต์พนันออนไลน์เครือข่ายมินนี่ ให้สัมภาษณ์แล้วว่าจะให้ข้อมูลคดีดังกล่าวเพียงผู้เดียว และให้เกียรติ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ที่ได้ทำงานให้กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ การดำเนินการใดๆ ต้อง หารือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หน่วยบังคับบัญชาเหนือ บช.ก. หากผู้บังคับบัญชามีคำสั่งให้บุคคลใดไปเป็นคณะทำงานสืบสวนสอบสวนในคดีนี้ สามารถทำได้ตนไม่มีสิทธิ์ห้าม แต่หากจะกำชับการทำงานในเรื่องใดนั้น มีเพียงกำชับให้ดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา ด้วยเหตุและผลเท่านั้น ไม่ได้รู้สึกเสียใจหรือตกใจกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาถูกฟ้องร้องดำเนินคดี เพราะกระบวนการยุติธรรมไทยเป็นระบบกล่าวหา จะผิดจริงหรือไม่ขึ้นอยู่กับกระบวนการพิจารณาของศาล ใครทำอะไรไว้ก็ว่าไปตามนั้นก่อนหน้านี้เมื่อเวลา 11.00 น. ที่สำนักงาน ปปง. (หัวช้าง) ถนนพญาไท เขตปทุมวัน กทม. นายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการ ปปง. นายวิทยา นีติธรรม ผอ.กองกฎหมาย และในฐานะโฆษกสำนักงาน ปปง.ร่วมแถลงผลสรุปการประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ประจำเดือน มี.ค.67 ประกอบด้วย การสืบสวนขยายผลกลุ่มจีนเทา ยึดทรัพย์สินมูลค่ากว่า 53 ล้านบาท การยึดทรัพย์สินเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์ รวมมูลค่า 76 ล้านบาท พร้อมแถลงผลสรุปการดำเนินงานรอบ 6 เดือน มาตรการป้องกันการฟอกเงินกรณีบัญชีม้า การคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายในความผิดมูลฐานตามกฎหมายฟอกเงิน ขายทอดตลาดพระเครื่องรุ่นดังชุดใหญ่ในวันที่ 21 มี.ค. และตอบคำถามในประเด็นสำคัญอื่นๆนายวิทยา นีติธรรม โฆษกสำนักงาน ปปง.กล่าวถึงกรณีที่นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล ประธานกรรมาธิการ ปปง.ระบุว่าวันที่ 20 มี.ค. จะเชิญสมาคมผู้ค้าทองคำและเจ้าหน้าที่ ปปง.ชี้แจงกรณีมีสื่อมวลชนรายงานข่าวมีข้าราชการตำรวจนำทองคำไปขาย น้ำหนักกว่า 10,000 บาทนั้น หน้าที่ ปปง.นอกจากปราบปรามและยึดทรัพย์ ยังมีหน้าที่กำกับอาชีพที่เสี่ยงจะถูกใช้เป็นช่องทางการฟอกเงิน เช่น ธนาคาร บริษัทหลักทรัพย์ หรือร้านเพชร ร้านพลอย ร้านทอง เป็นต้น เนื่องจากกลุ่มคนกระทำความผิดมักนำเงินมาฟอกผ่านช่องทางเหล่านี้ ส่วนจะมีเงินที่นำมาฟอกผ่านร้านทองหรือไม่ ต้องชี้แจงว่าร้านทองมีการบังคับอยู่ 2 ประเด็นในการรายงานการทำธุรกรรม คือ 1.ถ้าทำธุรกรรมด้วยเงินสด เช่น ซื้อขายตั้งแต่ยอด 2 ล้านบาทขึ้นไปต้องรายงานการทำธุรกรรมนั้นมายัง ปปง.ให้รับทราบ และ 2.ถ้าเป็นธุรกรรมสงสัย หรือมีเหตุสงสัยจากการปรากฏเป็นข่าว ถ้ากลุ่มคนเหล่านี้ไปทำธุรกรรม ผู้ประกอบการจะรู้โดยยึดตามพฤติกรรมสงสัย แม้บาทเดียวก็ต้องรายงานเพื่อบังคับให้เกิดร่องรอยจากนั้น ปปง.จะเข้าไปตรวจสอบต่อเมื่อถามว่ากรณีนายพลตำรวจระดับสูงที่ซื้อขายทองมากกว่า 2 ล้านบาท ผู้ประกอบการร้านทองคำดังกล่าวได้รายงานมายัง ปปง.บ้างหรือไม่ โฆษก ปปง.แจงว่า ไม่ขอเจาะจงไปที่คดีนี้ ปกติร้านค้าทองคำหากเข้าหลักเกณฑ์จะต้องรายงานมา แต่เพราะคดีนี้มีการให้ความสนใจจากสังคมและกรรมาธิการ จะต้องลงไปตรวจสอบให้ครบถ้วนมากยิ่งขึ้นว่าปฏิบัติครบถ้วนตามกฎหมายหรือไม่ ต้องประสานสอบถามข้อมูลกับ ป.ป.ช. เพราะต้องมีการยื่นบัญชีทรัพย์สิน จะนำรายการบัญชีทรัพย์สินที่ข้าราชการรายดังกล่าวเคยยื่นไว้มาตรวจสอบประกอบคู่กัน เพราะข้าราชการผู้ใหญ่บางท่านอาจจะมีฐานะทางการเงินดีอยู่แล้ว หรือภรรยาหรือสามีมีรายได้อยู่แล้ว ต้องดูความสามารถประกอบอาชีพรายได้ แต่หากสงสัย อาจจะต้องเรียกมาสอบถามเพื่อให้ความเป็นธรรมให้เขาได้ชี้แจง แต่ไม่ได้หมายความว่าหากข้าราชการรายดังกล่าวมีทรัพย์สินหลาย 100 ล้านบาท แล้ว ปปง.จะต้องเข้าไปตรวจสอบทุกราย ต้องพิจารณาเป็นรายกรณี แต่ถ้ามีข่าวเกี่ยวพันว่าอาจเกี่ยวข้องในการกระทำความผิดในคดีอาญา อาจจะเป็นเหตุให้ ปปง.เกิดความสงสัยและเรียกมาสอบถามข้อมูล หรือเข้าไปตรวจสอบได้ ส่วนจะเชิญนายตำรวจระดับสูงเข้ามาชี้แจงหรือไม่นั้น ขอตรวจสอบข้อมูลรายละเอียดที่จะได้รับจาก สน.เตาปูน ก่อน คาดว่าจะใช้ระยะเวลาหลายเดือนแต่ไม่เกินปี ยืนยันว่าขณะนี้อยู่ระหว่างประสานกับ สน.เตาปูน เพื่อที่จะได้รับรายชื่อผู้ที่เกี่ยวข้องในคดีและรายชื่อผู้ที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์ทั้งหมดอ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่