เมื่อเร็วๆนี้ ทีมนักวิจัยนานาชาตินำโดยดาราศาสตร์จากมหาวิทยาลัยฮาวาย ในสหรัฐอเมริกา ได้ค้นพบ “ฟองกาแล็กซี” (bubble of galaxies) แรก เป็นโครงสร้างขนาดมหึมาในจักรวาล ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1,000 ล้านปีแสง เชื่อว่าจะเป็นซากฟอสซิลที่หลงเหลือจากเหตุการณ์บิ๊ก แบง (Big Bang) คือแบบจำลองในจักรวาลวิทยาที่ใช้อธิบายถึงการกำเนิดและวิวัฒนาการของเอกภพหรือจักรวาลทีมวิจัยระบุว่า ฟองกาแล็กซีนี้กว้างกว่ากาแล็กซีทางช้างเผือกของเราถึง 10,000 เท่า เป็นฟอสซิลหลังบิ๊กแบง เมื่อ 13,000 ล้านปีก่อน ตอนที่เอกภพถือกำเนิดขึ้น ฟองกาแล็กซีนี้มีศูนย์กลางอยู่ห่างจากกาแล็กซีของเราประมาณ 820 ล้านปีแสง นักดาราศาสตร์ฟิสิกส์จากฝรั่งเศสเผยว่าฟองกาแล็กซีสามารถมองเห็นเป็นเปลือกทรงกลม มีใจกลางเป็นกระจุกกาแล็กซีระดับ “ซุปเปอร์คลัสเตอร์” ชื่อ “โบโอทีส” (Bootes) ขณะที่เปลือกห่อหุ้มยังประกอบด้วยกระจุกกาแล็กซีอื่นๆอีกหลายแห่ง ที่พื้นที่ภายในเปลือกขยาดยักษ์นี้ถูกเรียกว่า “โบโอทีส วอยด์” การค้นพบครั้งนี้ได้ยืนยันปรากฏการณ์ที่อธิบายครั้งแรกในปี พ.ศ.2513 โดย จิม พีเบิลส์ นักจักรวาลวิทยาชาวแคนาดา-อเมริกัน ซึ่งต่อมาได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ เขาตั้งทฤษฎีว่า เอกภพยุคดึกดำบรรพ์เป็นพลาสมาร้อน การปั่นป่วนของแรงโน้มถ่วงและการแผ่รังสี ทำให้เกิดคลื่นเสียงที่เรียกว่า “การสั่นแบบเสียงของเบริออน” (Baryon Acoustic Oscillations-BAOs) และเมื่อคลื่นเสียงกระเพื่อมผ่านพลาสมา พวกมันก็สร้างฟองอากาศขึ้นมานักดาราศาสตร์เผยว่า การค้นพบนี้เป็นอีกก้าวที่เข้าใกล้การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในสาขาจักรวาลวิทยา โดยแบบจำลองทั้งหมดของจักรวาลอาจจำเป็นต้องถูกประเมินใหม่.