มีคนมากมายนับไม่ถ้วนเคยผ่านบ้านพิษณุโลก สมัยที่มีการซ่อมแซมเป็นบ้านพักนายกเปรมฯ หรือสมัยที่กลุ่มที่ปรึกษารัฐบาลพลเอกชาติชาย ชุดบ้านพิษฯ อาจารย์ไกรศักดิ์ ใช้เป็นที่ทำงาน เพิ่มจุดสนใจ หลายคนก็คงจะเขม้นมองเข้าไปมากขึ้นแต่จะสักกี่คนที่มีโอกาสเข้าไปถึงในบ้านแต่สำหรับผม ...มีจุดอยาก...มากกว่าคนอื่น สมัยเด็กจำโคลงอิศรญาณได้บทหนึ่ง สี่หน้าบ่บ่ายหน้า ดูดิน ตรีเนตรลืมแลถวิล แหล่งหล้า นารายณ์บรรทมสินธุ์ นานตื่น สองโศรกสามเจ้าฟ้า บ่เอื้ออาดูรตอนนั้นไม่รู้สีสา...สี่หน้า คือพระพรหม สามตาคือพระอิศวร และองค์บรรทมสินธุ์ (นอนหลังพญานาคไวกูณฐ์) คือพระนารายณ์ ฟังเรื่องความขลัง องค์นารายณ์บรรทมสินธุ์ ในบ้านพิษณุโลก แล้วก็ยิ่งกระหายใคร่เห็นแล้วก็ถึงวันหนึ่ง หนึ่งในหลายๆวันที่กระแสเห่อการปฏิรูป กำลังมาแรง อาจารย์นิธิ เอียวศรีวงศ์ โทรศัพท์มาชวนเข้าเป็นคณะอนุกรรมการปฏิรูป...ชุดหนึ่งผมน่ะงานอาชีพคือหนังสือพิมพ์ ทุกเรื่องเอะอะจ๊ะจ๋าไปได้ รู้ตัวดีไม่เคยมีความรู้อะไรลึกซึ้งจริงจัง มองตัวเองนั่งดูอภิมหาคอนเสิร์ตใหญ่อยู่ดีๆ ก็มีมือวิเศษมาดึงขึ้นไปบนเวที ก็ปฏิเสธเต็มเสียงอาจารย์นิธิออกชื่อ อาจารย์เสกสรรค์ ประเสริฐกุล ฮีโร่ในใจอีกคนสำทับ...ผมก็ยังไม่เอาด้วย...สถานการณ์เหมือนผมยิ่งก้มต่ำ อาจารย์ก็ยิ่งโน้มตัวตาม นี่เป็นงานรังแกคนแก่จุดเกรงใจนั้น...ทำให้ผมได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของงาน ที่ทำกันหลายวันทีเดียวในบ้านพิษณุโลก...ดูนารายณ์บรรทมสินธุ์ ตรงหน้า...ไม่เห็นวี่แววพระนารายณ์จะลืมพระเนตร คงจะ “นานตื่น” เหมือนคำโคลงว่าทุกเรื่องที่แต่ละผู้รู้ ดีกรีด็อกเตอร์เป็นส่วนใหญ่ ถกแถลงกัน...ผมก็ตั้งใจฟัง ฟังตามหน้าที่สื่อ...มีประเด็นต้องใจก็จะเอาไปเขียน แต่แล้วก็จนได้ ท้ายงานประชุมที่คุณอานันทน์ ปันยารชุน เป็นประธานนัดนั้นอาจารย์เสกสรรค์ชี้มือมาที่เก้าอี้แถวนอกด้านหลัง ขอความเห็นบ้าง...ผมจำไม่ได้ พูดประเด็นที่เห็นเป็นแง่ เป็นเงื่อน อะไรออกไป จำได้แต่ว่าเมื่อพูดจบ อาจารย์นิธิลุกขึ้นจากเก้าอี้แถวหน้า เดินมาลูบหลังพูดว่า“ผมบอกแล้วไง...ว่าคุณทำงานกับเราได้...”น้ำเสียงนุ่มนวลคำว่า “เรา”...ฟังจริงใจมีกังวานเมตตา กลืนให้ผมเข้าไปรวมกับผู้รู้ทั้งหลาย ที่ประชุมร่วมกันมาหลายวันได้บ้างผมแทบไม่เชื่อว่าจะได้ยินจากปากอาจารย์ ที่ผมอ่านข้อเขียน...ทุกครั้ง แล้วอยากศิโรราบกราบ...อาจารย์นิธิ เอียวศรีวงศ์ ในความเห็นผม คือผู้รู้แจ้งแทงตลอด...ทุกปัญหาที่มี ทุกประเด็นที่เป็นปมเงื่อน...ให้คลี่คลายให้คล้อยตามได้ง่ายๆตรงกันข้าม เมื่อย้อนกลับไปอ่านข้อเขียนตัวเองแล้วก็อาย...คิดอะไรไม่ออกก็เล่านิทาน จบแบบเมื่อเอยก็เมื่อนั้น เอาตัวรอดไปวันๆอาจารย์นิธิไม่อยู่กับเราแล้ว ใครจะเขียนในมุมมองไหนก็เขียนไปเถิด งานของอาจารย์ใหญ่มหึมา เหมือนเขาพระสุเมรุ จะเขียนแง่มุมไหนก็เขียนไม่หมดผมน่ะขอแค่มุมเดียว...ขอบคุณอาจารย์ ที่ให้ตั๋วยืดอกเข้าบ้านพิษณุโลก บ้านที่เหลียวแลชะแง้หามาแต่เด็กอย่างน้อย ก่อนตายก็ยังเอาไปคุยได้ บ้านพิษน่ะหรือ? เคยเข้าไปทำงานมาแล้วโว้ย!เพื่อน.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ "ชักธงรบ" เพิ่มเติม