เมื่อวันที่ 18 พ.ค. ที่โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้ลงนามความร่วมมือทางวิชาการโครงการ Tech nical Cooperation Project for Accelera ting Social Implementation of Science and Technology (TCP/ASIST) กับ Mr. Kazuya Suzuki หัวหน้าผู้แทนองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (JICA) สำนักงานประเทศไทย โดย นพ.ศุภกิจเปิดเผยว่า เป็นความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยและญี่ปุ่นโดย JICA ที่จะจัดการกับวัณโรคที่ยังไม่ได้หายไปไหน ถือเป็นวาระของโลก หลายประเทศจึงต้องร่วมมือยุติวัณโรคให้ได้แนวทางที่ดีคือต้องหาให้เร็ว รักษาให้ครบถ้วนเพราะหากรักษาไม่ครบถ้วนจะเกิดการดื้อยา และอาจทำให้ผู้ป่วยไม่ว่าจะรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวสามารถแพร่กระจายค่อนข้างรวดเร็ว ประเทศไทยยังเป็น 1 ใน 14 ประเทศของโลกที่มีภาระวัณโรคสูง แต่ละปีมีผู้ป่วยวัณโรคเสียชีวิต 12,000 ราย ทั้งนี้ ได้กำหนดเป้าหมายในปี พ.ศ.2578 จะต้องลดอัตราการตายจากวัณโรคลงให้ได้กว่า 90% ลดอุบัติการณ์รายใหม่ให้ได้กว่า 90% เป็นเป้าหมายท้าทายที่จะต้องมีความร่วมมือกับหลายฝ่าย เพื่อเร่งรัดให้ยุติวัณโรคให้เป็นไปตามเป้าหมายการลดวัณโรคอย่างน้อยร้อยละ 12.5 ต่อปีนพ.ศุภกิจกล่าวด้วยว่า ก่อนหน้านี้กรมวิทย์มีความร่วมมือกับ JICA มาต่อเนื่อง รอบนี้เป็นระยะ 3 ปีที่เป็นการนำเทคโนโลยีทางการแพทย์จีโนมิกส์ หรือการแพทย์แม่นยำ มาถอดรหัสพันธุกรรมเชื้อวัณโรคดื้อยา และการตรวจ IGRA เพื่อศึกษาการระบาดวิทยา วางแผนการรักษาแบบเฉพาะบุคคล ภายใต้โครงการศูนย์ความเป็นเลิศวิทยาศาสตร์การแพทย์ด้านวัณโรค เป็นการบูรณาการทางห้องปฏิบัติการและเครือข่ายวิจัยด้านวัณโรคระหว่างส่วนกลางและส่วนภูมิภาค โดยดำเนินการในเขตสุขภาพที่ 1, 2, 4, 5, 7 และ 8 มี จ.เชียงราย และ รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ เป็นต้นแบบพัฒนาศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ในภูมิภาคเพื่อสนับสนุนการแพทย์จีโนมิกส์สำหรับผู้ป่วยวัณโรค ทั้งนี้ วัณโรคเป็นอีกเป้าหมายที่ต้องดำเนินการอย่างจริงจังโดยการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในการตรวจจับให้เร็วและแม่นยำเพื่อการรักษาที่ตรงจุด นอกจากนี้ อยากเน้นย้ำว่าวัณโรคไม่ใช่เรื่องน่าอาย หากกลัวแล้วยิ่งหลบจะเป็นอันตรายต่อตนเองและผู้อื่น หากพบอาการไอผิดปกติเรื้อรัง น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุให้รีบพบแพทย์ นอกจากนี้ คนรอบข้างก็ไม่ควรแสดงความรังเกียจเพราะไม่ได้ติดกันง่าย.