นิทานเรื่องนี้ ผมเล่าไปหลายครั้ง แต่ละครั้งก็ต่างสำนวน...วันนี้ขอเอามาเล่าใหม่ ด้วยเหตุผลซ้ำซาก เขียนให้อ่านพักสมอง (เรื่องคมๆ ความหมายชวนคิด สำนักพิมพ์อินสไปร์ พ.ศ.2553)บ่ายวันหนึ่งแสงแดดเจิดจ้า กระต่ายป่าตัวน้อยออกจากถ้ำ เพื่อสูดอากาศบริสุทธิ์ อากาศวันนี้ก็ช่างสดใสไม่มีฝุ่นพีเอ็ม 2.5 มันเพลิดเพลินเจริญใจ จนลืมระวังตัวกลัวภัยหมาจิ้งจอกผ่านมา จึงตะครุบกระต่ายน้อยไว้ได้ “ข้าจะกินเจ้า เป็นอาหารกลางวัน” หมาจิ้งจอกพูด“ช้าก่อน” เจ้ากระต่ายวิงวอน “ขอเวลาข้าสักสองวันจะได้ไหม?”“ทำไมต้องรอ ข้ากำลังหิวเชียวนา” หมาจิ้งจอกยังอารมณ์ดี“เอ่อ!” กระต่ายอึกอัก เหตุผลของมัน อธิบายยาก “คือว่า... ข้าเขียนวิทยานิพนธ์ปริญญาเอก ยังไม่จบ”“ฮ่าๆ ข้ออ้างที่โง่เง่า แต่เอ? ที่เจ้าพูดก็น่าสนใจนะ ว่าแต่ว่า หัวข้อวิทยานิพนธ์ของแกคืออะไร”“กระต่าย ฉลาดกว่าหมาจิ้งจอก” หัวข้อวิทยานิพนธ์นี้จี้ใจดำ เพราะหลายครั้งหมาจิ้งจอกก็เคยตั้งคำถามตัวเอง มันฉลาดมากน้อย แต่มันก็ยังแสร้งทำเป็นอารมณ์ดี“ฮ่าๆ ขำกลิ้งลิงกับหมาเลยว่ะ แกคิดหัวข้อนี้มาได้ยังไง ใครๆเขาก็รู้ หมาจิ้งจอกที่ไหนๆก็ฉลาดกว่ากระต่าย เอายังงี้ พิสูจน์กันเลยดีกว่า ข้าจะกินแกเดี๋ยวนี้ เพื่อจะได้รู้ว่า ข้าฉลาดกว่าแกแน่ๆ”“แต่ที่ข้าเก็บข้อมูลมานั้นน่ะ ไม่ได้เป็นยังงั้น” กระต่ายน้อยเสียงดัง “ถ้างั้น เอายังงี้ดีไหม เจ้าลองตามข้าเข้าไปดูให้เห็นกับตาในถ้ำ ถ้าไม่ใช่อย่างที่ข้าว่า เจ้าจะกินข้าก็ไม่ว่ากัน”แม้คำท้าทายนั้น ฟังดูจะไร้เหตุผล แต่ก็สะดุดใจให้หมาจิ้งจอกอยากพิสูจน์ มันจึงเดินตามกระต่ายเข้าถ้ำไป แล้วมันก็ไม่ได้ออกมาจากถ้ำนั้นอีกบทเรียนครั้งนั้น ไม่ถือว่าเลวร้าย สองสามวันต่อมา กระต่ายน้อยก็ออกจากถ้ำมาสูดอากาศนอกถ้ำ แล้วมันก็เผอเรอ ปล่อยให้หมาป่าตะครุบไว้ในกรงเล็บอีก“ช้าก่อน” กระต่ายยังใช้ลูกไม้เก่า “ขอเวลาข้าสักสองวัน”สถานการณ์หมาป่าเป็นต่อขนาดนั้น มันก็อารมณ์ดี “ทำไม เจ้าออเดิร์ฟขนปุยของข้า”“ข้ากำลังเขียนวิทยานิพนธ์เรื่องกระต่าย ฉลาดกว่าหมาป่า”แน่นอน เรื่องในนิทานจะต้องเดินต่อไปว่า...เจ้าหมาป่าก็หลงเชื่อ เดินตามกระต่ายเข้าถ้ำไป แล้วมันก็เหมือนเคยๆ...คือไม่ได้ออกมาจากถ้ำให้ใครเห็นหน้าวิถีชีวิตกระต่ายน้อยวนเวียนไปอย่างนี้ ไม่นาน มันก็เขียนวิทยานิพนธ์จบ แน่นอน การเดินออกจากถ้ำครั้งนี้ มันมีความสุขกว่าทุกๆครั้ง ทั้งมันก็ระวังตัวอยู่ในดงกะหล่ำปลี ไม่เผลอไปเข้ากรงเล็บสัตว์ร้ายตัวไหนอาการของกระต่ายน้อย สะดุดใจเพื่อนๆกระต่าย มันถาม “เจ้าดีอกดีใจอะไรนักหนาหรือ?”“ดีใจซี” กระต่ายน้อยว่า “ก็ข้าเขียนวิทยานิพนธ์ปริญญาเอก เรื่องกระต่าย ฉลาดกว่าหมาจิ้งจอกและหมาป่าจบ” “ฟังๆดูพิกลอยู่นะ” เพื่อนกระต่ายทักกระต่ายน้อยจึงชวนเพื่อนกระต่ายเข้าไปในถ้ำ สิ่งที่เพื่อนกระต่ายได้เห็น ในถ้ำมีความรกรุงรังเหมือนห้องนักศึกษาปริญญาโททั่วไปมีคอมพิวเตอร์เขียนข้อมูลวางอยู่มุมถ้ำด้านซ้ายมีกองกระดูกกองโตของหมาจิ้งจอก ด้านขวามีกองกระดูกหมาป่ากองโตพอกัน และที่น่าสนใจ กลางถ้ำนั้น เป็นเจ้าสิงโตตัวมหึมาท่าทางอิ่มหมีพีมันกระต่ายน้อยแนะนำสิงโตให้เพื่อนกระต่าย “นี่คือ อาจารย์ที่ปรึกษาของข้า”นิทานเรื่องนี้ จบด้วยคำสอนต่อท้าย “หัวข้อวิทยานิพนธ์ของคุณ ไม่สำคัญเท่ากับใครเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาของคุณ”.กิเลน ประลองเชิง