ล่วงเลยมา 18 วันยังไม่เจอตัว “น้องต่อ” เด็กชายวัย 8 เดือนที่หายตัวปริศนาไปจากบ้านใน อ.บางเลน จ.นครปฐม ตำรวจเค้นสอบแม่เด็กยังปกปิดข้อมูล พนักงานสอบสวนคุมตัว “นายพุทธ-ลุงแจ้” ส่งฝากขัง นายพุทธถูกแจ้งข้อหาเป็นธุระจัดหาให้ค้าประเวณี ส่งเมียตัวเองไปขายบริการให้ลุงแจ้ ศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัวถูกส่งเข้าเรือนจำ ส่วนลุงแจ้โดนแจ้ง 2 ข้อหากระทำชำเราเด็กและพรากผู้เยาว์ ศาลให้ประกันตัว 1 แสนบาทและใส่กำไลอีเอ็มติดตามพฤติกรรม ขณะที่ปฏิบัติการตามหาตัวเด็กยังเดินหน้าต่อเนื่อง ใช้โดรนบินตรวจจับความร้อนร่วมค้นหายังไร้วี่แววปมปริศนาการหายตัวไปอย่างมีเงื่อนงำของ “น้องต่อ” เด็กชายวัย 8 เดือน ลูกของ น.ส.นิ่ม อายุ 17 ปี กับนายสิทธิโชค หรือพุทธ แสงสว่าง อายุ 19 ปี จากบ้านใน ต.หินมูล อ.บางเลน จ.นครปฐม ตั้งแต่วันที่ 5 ก.พ.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ระดมกำลังออกค้นหาต่อเนื่องนานกว่า 2 สัปดาห์ยังไม่พบวี่แวว ตอนแรก น.ส.นิ่มอ้างว่าเห็นมีชายเสื้อเหลืองมาอุ้มตัวลูกชายไป ภายหลังเจ้าตัวยอมรับว่ากุเรื่องขึ้นมา อีกทั้งก่อนหน้านี้มีการตรวจดีเอ็นเอปรากฏข้อเท็จจริงว่า น้องต่อไม่ใช่ลูกชายของนายพุทธ แต่เป็นลูกของนายสุรชัย หรือลุงแจ้ แซ่เฮ้ง อายุ 55 ปี เพื่อนของพ่อ น.ส.นิ่ม ทำให้ตำรวจต้องดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องที่ทำผิดกฎหมายความคืบหน้าเมื่อวันที่ 23 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจาก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. เดินทางไปติดตามความคืบหน้าของคดีที่ สภ.บางหลวง อ.บางเลน พื้นที่เกิดเหตุ เมื่อวันที่ 22 ก.พ. ได้เรียกตัว น.ส.นิ่ม นายพุทธ และลุงแจ้ มาสอบปากคำเพิ่มเติม กระทั่งช่วงค่ำ พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหานายพุทธ ความผิดฐานเป็นธุระจัดหาให้มีการค้าประเวณี เนื่องจากเป็นคนให้ น.ส.นิ่ม ภรรยาตัวเองตอนที่อายุ 15 ปี ไปขายบริการทางเพศให้ลุงแจ้เพื่อเอาเงินมาใช้จ่ายในครอบครัว ขณะที่ลุงแจ้ ถูกแจ้งข้อหากระทำชำเราเด็กและพรากผู้เยาว์ ทั้งสองถูกควบคุมตัวไว้ที่โรงพัก ส่วน น.ส.นิ่มยังไม่ถูกแจ้งข้อกล่าวหา หลังสอบปากคำแล้วเสร็จปล่อยตัวกลับบ้านไป พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า จากการสอบสวน น.ส.นิ่ม ยอมรับเพียงว่าเรื่องชายเสื้อเหลืองเป็นการอุปโลกน์ขึ้นมา ยังไม่ยอมรับว่าเอาลูกไปไว้ไหนไปทำอะไร หรือให้ใครเลี้ยงดู หมอที่อนามัยยืนยันถึง 3 ปากว่าเด็กไม่สบาย มีอุณหภูมิสูงถึง 39 องศา แนะนำให้ไปโรงพยาบาลแต่ น.ส.นิ่มไม่ยอมพาไปแล้วยังนำลูกกลับบ้าน สาเหตุเหล่านี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเด็กทั้งสิ้น วันนี้ยังไม่มีการยืนยันว่าเด็กเสียชีวิต ตำรวจต้องหาเด็กก่อนและเพิ่มเติมการสอบสวนขยายผล พยายามทำให้วงแคบขึ้นเพราะใกล้จะจบเรื่องข้อมูลทางนิติวิทยาศาสตร์และพิกัดโทรศัพท์แล้ว ถึงแม้ น.ส.นิ่มจะไม่ยอมพูดหรือให้ข้อมูลก็ไม่เป็นไร ตำรวจอาศัยพยานหลักฐานดำเนินการ สิ่งที่พูดแต่ละวันไม่ตรงกันและโกหกมาตลอด หลักๆแล้วแม่ทุกคนต้องรักลูก เป็นห่วงลูก แต่คดีนี้แม่ให้การไม่ตรงและปกปิดข้อมูลทั้งหมด จะต้องมาดูกันว่าปกปิดเพื่อตัวเองหรือเพื่อใคร วันนี้ตลอดการสอบปากคำไม่มีการร้องไห้หรือเสียน้ำตาแต่อย่างใดช่วงเช้าวันที่ 23 ก.พ. ที่ สภ.บางหลวง น.ส.นิ่ม ขี่รถ จยย.นำอาหาร ขนม และน้ำ มาให้นายพุทธ สามีที่อยู่ในห้องขังบนชั้น 2 ของโรงพัก ต่อมาตำรวจนำตัวนายพุทธและลุงแจ้ ออกจากห้องขังมารอส่งตัวไปฝากขังต่อศาลจังหวัดนครปฐม มีนายสุบินทร์ แสงสว่าง อายุ 67 ปี และนางจำเนียร ทองทรัพย์ใหญ่ อายุ 53 ปี พ่อแม่ของนายพุทธมาให้กำลังใจพร้อมทั้งโผเข้ากอดลูกชายด้วยความเป็นห่วง ขณะเดียวกันนางจำเนียรพยายามเค้นถาม น.ส.นิ่มให้พูดความจริงทั้งหมดออกมาต่อหน้าสื่อมวลชน แต่เจ้าตัวนิ่งเงียบไม่ตอบโต้อะไร ยังคงยืนกรานไม่รู้เห็นกับการหายตัวไปของลูกชายนายพุทธเปิดใจว่า วันนี้ไม่มีอะไรจะพูดแล้ว เรื่องชายเสื้อเหลืองต้องไปถามนิ่มเองเพราะตนไม่ได้เห็นเอง เป็นคำบอกเล่าของนิ่ม เท่าที่ถามนิ่มบอกว่าคิดขึ้นมาเองในหัว แต่เรื่องลูกหายไม่เห็นว่าใครเป็นคนอุ้มไป แม้จะโกหกเรื่องชายเสื้อเหลืองแต่ตนยังรักและเชื่อใจนิ่ม แม้จะไม่รู้เจตนาของนิ่มจริงๆก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่นายพุทธให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ลุงแจ้ที่นั่งอยู่ติดกันมีสีหน้าเคร่งเครียดพยายามเบือนหน้าหนีตลอดเวลา เมื่อผู้สื่อข่าวหันไปถาม ลุงแจ้บอกเพียงว่าวันนี้ไม่รู้จะพูดอะไร เมื่อมันเป็นอย่างนี้ก็ต้องยอมรับ จากนั้น ร.ต.อ.จิรโชติ สาวิกัน รองสว. (สอบสวน) สภ.บางหลวง เจ้าของคดี นำตัวทั้ง 2 คนขึ้นรถไปส่งฝากขังที่ศาลจังหวัดนครปฐมต่อมาเวลา 14.00 น. หลังจากตำรวจนำตัวลุงแจ้และนายพุทธ ส่งฝากขังที่ศาลจังหวัดนครปฐม ลุงแจ้โดนแจ้ง 2 ข้อหาคือกระทำชำเราเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี และพรากผู้เยาว์ ศาลอนุญาตให้ประกันตัวไปโดยใช้วงเงิน 100,000 บาท และใส่กำไลอีเอ็มเพื่อติดตามพฤติกรรม ส่วนนายพุทธถูกแจ้งข้อหาเป็นธุระจัดหาให้กระทำการค้าประเวณี โดยพา น.ส.นิ่ม ภรรยาไปขายบริการให้ลุงแจ้ ศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว ถูกส่งเข้าเรือนจำจังหวัดนครปฐมด้านปฏิบัติการตามหาตัวน้องต่อ ที่หายตัวไปไม่ทราบชะตากรรมนานถึง 18 วันแล้ว เมื่อเวลา 11.00 น. วันเดียวกัน นายประกอบ ศิลาลักษณ์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 ต.หินมูล อ.บางเลน จ.นครปฐม ร่วมกับสื่อมวลชนและชาวบ้านออกค้นหาตามแนวป่าห่างจากบ้านประมาณ 2 กม. โดยนำโดรนตรวจจับวัตถุความร้อนขึ้นบินค้นหาในพื้นที่ประมาณ 10 ไร่ เพื่อหาสิ่งผิดปกติ หากจุดไหนต้องสงสัยจะเดินเท้าเข้าไปตรวจสอบ หลังใช้โดรนบินนานกว่า 1 ชม.ไม่พบความผิดปกติแต่อย่างใด นายประกอบกล่าวว่า เคยเดินเข้ามาจุดนี้ ส่วนตัวคิดว่าเป็นที่ต้องสงสัยจึงนำทีมผู้ช่วยและอาสามูลนิธิฯช่วยกันค้นหา ภาวนาขอให้น้องมีชีวิตอยู่ ขอให้เจอไวๆ มีชาวบ้านโทร.มาบอกข้อมูลบ้างแต่ไม่เป็นประโยชน์ หลังจากนี้จะยกทีมไปค้นหาในป่าร้างที่ไม่ไกลจากจุดนี้เนื้อที่กว่า 7 ไร่เพราะยังไม่เคยเข้าไปสำรวจ นอกจากนี้ยังมีทีมค้นหา ภาคพื้นดินที่ออกค้นหามาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันแรกๆ ที่น้องต่อหายตัวไป ก็ยังไม่พบวี่แววแต่อย่างใด