นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข เปิดเผยภายหลังประชุมผู้บริหารระดับสูง สธ. ว่า ที่ประชุมหารือถึงเรื่องของขวัญปีใหม่ 2566 ซึ่งเน้นการดูแลผู้สูงอายุ เพราะประเทศ ไทยจะเข้าสู่สังคมสูงอายุเต็มรูปแบบ โดยมอบหมายให้กองยุทธศาสตร์และแผนงาน (กยผ.) เร่งศึกษาและวางแผนวางยุทธศาสตร์ วิธีการต่างๆ ในการรองรับสังคมผู้สูงอายุที่จะเกิดขึ้น ให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพดี ดูแลตัวเองได้ ไม่ใช่อายุยืนเพราะสรรพคุณยา แต่ต้องมีคุณภาพจากการดูแลตัวเองได้ โดยให้หน่วยงานเกี่ยวข้องเน้นการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุนอกจากนี้ยังพัฒนาแนวทาง 3 หมอ คือ หมอ อสม. หมอ รพ.สต. และหมอครอบครัว ต้องประสานงานอย่างเต็มที่ ใช้เทคโนโลยีทั้งหมดที่มีอยู่ โดยเฉพาะเทคโนโลยีการสื่อสาร เพื่อลดภาระความแออัดการบริการสุขภาพ เพิ่มประสิทธิ ภาพการทำงานของแพทย์ในการดูแลผู้ป่วยยิ่งขึ้น ทั้งนี้การกำหนดประเด็นผู้สูงอายุเป็นเพียงสัญลักษณ์ที่รัฐบาลให้ทุกกระทรวงนำเสนอ เราไม่ได้ดูแลผู้สูงอายุอย่างเดียว หากเราดูแลอย่างดีก็จะไม่เป็นภาระของลูกหลาน ไม่เป็นภาระงบประมาณ ประเทศเราหนีสังคมสูงอายุไม่พ้น จึงต้องเตรียมความพร้อมเรื่องนี้ในทุกมิติทั้งหมด โดยเฉพาะการให้ผู้สูงอายุสามารถพึ่งพาตนเองได้ยาวนาน ส่วนของขวัญสำหรับบุคลากรนั้น นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัด สธ.ก็พิจารณาเรื่องค่าตอบแทนอยู่แล้ว อย่างเงินบำรุงเมื่อมีเพียงพอ มีงบประมาณบริหารจัดการก็กำหนดเป็นนโยบายได้ ก็ผลักดันทันทีด้าน นพ.สุระ วิเศษศักดิ์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กล่าวว่า ในส่วนของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เรื่องค่าป่วยการขณะนี้ยังเป็น 1,000 บาทต่อเดือน มีการของบประมาณกลาง เพื่อขอเพิ่มให้ อสม. เป็น 1,500 บาทต่อเดือนในปี 2566 เนื่องจากภาระงาน อสม. ก็เพิ่มขึ้น ขณะนี้อยู่ในระหว่างดำเนินการ.