น้ำท่าเต็มคลอง น้ำนองเต็มทุ่งฝนตกหนักติดต่อกันนานข้ามสัปดาห์ ทำให้กรุงเทพฯ ปริมณฑล และทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทยต้องเผชิญกับภาวะน้ำท่วม น้ำหลาก อ่วมไปตามๆกันสภาพการณ์กระตุกฝันร้าย น้ำท่วมใหญ่ปี 2554 กลับมากระตุกขวัญจับสัญญาณจากฝ่ายที่เกี่ยวข้องของภาครัฐ “นั่งไม่ติด” วิ่งแก้ไขสถานการณ์กันจ้าละหวั่น สะท้อนถึงการไร้ยุทธศาสตร์การรองรับสถานการณ์อย่างเป็นระบบไร้ระเบียบแบบแผนในการรับมือกับมหาอุทกภัยมันก็ไม่แปลกที่ประชาชนคนไทย โดยเฉพาะคนที่อยู่ในพื้นที่สุ่มเสี่ยงจะหายใจไม่ทั่วท้อง ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าต้องตามลุ้นฟ้าฝนด้วยใจระทึกอารมณ์เดียวกับท่านผู้นำที่ใจเต้นตุ๊มๆต่อมๆเหมือนกันภายใต้เงื่อนไขสถานการณ์ที่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม กำลังอยู่ในห้วงสุญญากาศอำนาจ รอลุ้นคำพิพากษาศาลรัฐธรรมนูญ กรณีการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 8 ปีล่าสุดศาลรัฐธรรมนูญนัด “วันพิพากษา” กำหนดแถลงด้วยวาจา ลงมติและอ่านคำวินิจฉัยให้คู่กรณีฟังการตัดสินกรณีการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 8 ปี ของ พล.อ.ประยุทธ์ปักหมุดบ่ายสามโมงเย็นวันที่ 30 กันยายนที่จะถึงนี้ภายหลังจากมีการอภิปรายเพื่อนำไปสู่การวินิจฉัยแล้วเห็นว่า คดีเป็นปัญหาข้อกฎหมายและมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะวินิจฉัยได้ จึงยุติการไต่สวนตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ มาตรา 51 วรรคหนึ่งนับไปก็เหลืออีก 12 วัน สถานการณ์ที่ท่านผู้นำต้องลุ้นคว่ำตายหงายเป็นสภาพการลากไปต่อ “ร่อแร่” เต็มที “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรีตามเงื่อนไขสถานการณ์ถ้าศาลรัฐธรรมนูญชี้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมาตั้งแต่ปี 2557 ภายหลังการรัฐประหารนั่นก็เกมโอเวอร์ เส้นทางอำนาจผู้นำจบทันทีถ้ามองโลกในแง่ดี มันก็เป็นโอกาสแลนดิ้งแบบนิ่มๆ ศาลรัฐธรรมนูญพาดบันไดให้ “บิ๊กตู่” ไต่ลงจากหลังเสือโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องเสี่ยงโลดโผนโจนทะยานแต่ถ้ามองในแง่ร้าย มันคือการทำลายฝันของผู้นำทหารเฒ่าที่หวังสร้างเกียรติประวัติ โชว์มาดอินเตอร์บนเวทีประชุมสุดยอดผู้นำเอเปกที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพต้องเก็บกระเป๋ากลับบ้าน ตีตั๋วทัวร์พักผ่อนยาวหรือในมุมได้ไปต่อแต่ไปได้ไม่สุด กรณีศาลรัฐธรรมนูญฟันธง พล.อ.ประยุทธ์ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี มาตั้งแต่รัฐธรรมนูญ 2560 มีผลบังคับใช้ นั่นหมายถึง “บิ๊กตู่” เป็นนายกฯมาแล้ว 2 ปี ยังเหลือโปรโมชันเกมอำนาจอีก 2 ปี ตั๋วนายกฯไปหมดในปี 2568ในเครื่องหมายคำถาม หมดเทอมรัฐบาลปี 2566 ต้องเลือกตั้งใหม่ พล.อ.ประยุทธ์จะหาเสียงอย่างไรในการขอกลับมาเป็นนายกฯอีก 2 ปี ที่สำคัญจะมีพรรคการเมืองไหนเอาชื่อใส่บัญชีนายกฯพรรคยักตื้นติดกึก ยักลึกติดกัก ยากยังไงพิกลหรือในมุมที่เจ้าตัว “บิ๊กตู่” และกองเชียร์บนหัวหมู ก็คือลุ้นศาลรัฐธรรมนูญปักหมุด พล.อ.ประยุทธ์ เริ่มเป็นนายกรัฐมนตรีตั้งแต่เดือนมีนาคม ภายหลังการเลือกตั้งใหญ่ปี 2562 นั่นก็ต้องนับไปอีก 8 ปี ระยะเวลาการดำรงตำแหน่งนายกฯของ “บิ๊กตู่” จะไปสิ้นสุดในปี 2570 ได้ลุ้นทำแฮตทริกในการเลือกตั้งรอบหน้าอีก 1 สมัยเต็มๆแต่กว่าจะมาถึงประตูที่ 3 ก็ต้องย้อนกลับไปดูประตูที่ 1 กับประตูที่ 2แค่ลุ้นให้ “บิ๊กตู่” ไปต่อ ดูแล้วยังพลิกคว่ำพลิกหงาย วิบากเต็มทีตามสภาพ ถ้าเป็นนักมวยก็ต้องบอกว่า “บอบช้ำ” ยับเยิน แทบไม่เหลือเค้าเดิมของ พล.อ.ประยุทธ์ ในช่วงแรกๆของการนั่งแท่นนายกฯที่เรตติ้งติดลมบน แต่งเพลง “คืนความสุขให้ประเทศไทย”ฟังยังไงก็ไพเราะ คนร้องตามกันทั้งบ้านทั้งเมืองตรงกันข้าม สถานการณ์ ณ วันนี้ เสียงเชียร์ เสียงเพลงปลุกใจ ถูกแทนที่ด้วยเสียงด่า เสียงโห่ไล่หักมุม สวนทางกับความพยายามลากไปต่อของผู้นำทหารเฒ่าและเดาเกมได้ ตามสูตรสำเร็จทางการเมืองห้วงท้ายเทอมสภา ใกล้หมดเวลารัฐบาล ไม่ว่าจะเป็น พล.อ.ประยุทธ์ ที่ได้ไปต่อ หรือเป็น “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ที่ได้สิทธิ์ถืออำนาจ “รักษาราชการแทนนายกฯ” แบบยาวๆยังไงก็หนีไม่พ้นต้องปรับ ครม. แต่งตัวเตรียมลงสนามเลือกตั้งภายใต้จังหวะสถานการณ์ที่ใกล้ฝั่งเข้าไปทุกขณะแบบที่ว่านับจากวันที่ 24 กันยายนนี้เป็นต้นไป นับอายุสภาผู้แทนราษฎรเหลืออีกไม่เกิน 180 วัน ตามรัฐธรรมนูญที่เปิดช่องให้ ส.ส.เขตลาออกได้ โดยไม่ต้องเลือกตั้งซ่อมให้สิ้นเปลืองงบประมาณและนั่นคงจะได้เป็นการชิ่งค่ายเก่า ย้ายสังกัดใหม่กันคึกคักตามรูปการณ์ที่ทุกป้อมค่ายต่างหงายไพ่ เปิดหน้า “ตัวจริง” มาชิงธงเลือกตั้งกันหมดแล้ว “หญิงอ้อ” คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์โฟกัสไปที่ “เต็งหาม” อย่างพรรคเพื่อไทย ทีมนายห้างดูไบที่เสี่ยงเดินหมาก “ขุน” ประคอง “ม้า” กับการเปิดหน้าเปิดตัว “หญิงอ้อ” คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ ร่วมแสดงตนเป็นกองเชียร์ลูกสาวคนโปรดอย่าง “อุ๊งอิ๊ง” น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ลั่นกลองสะบัดชัยยึดเชียงใหม่ เมืองหลวงตระกูลชินฯ เป็นฐานกวาดแลนด์สไลด์มองยังไงก็ไม่ใช่เรื่องธรรมดา ที่ปกติคนเก็บเนื้อเก็บตัว อย่างคุณหญิงพจมานจะออกหน้าม่านการเมือง โดยเฉพาะในห้วงสถานการณ์เข้าด้ายเข้าเข็ม เกมชิงดำการเมืองกำลังเข้มข้นคนไทยทั้งประเทศมองตรงกัน นี่แหละ “ตัวจริง” ลมใต้ปีก “อุ๊งอิ๊ง”“นายกฯนอมินีรุ่น 3” จะเป็นใคร ก็คงไม่ใหญ่ไปกว่า “นายหญิง” แล้วและในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันก็เป็น “มวยใหญ่เชิงสูง” อย่างนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกฯ มือบริหารเศรษฐกิจ ที่หวนกลับสนามการเมือง เปิดตัวอย่างเป็นทางการ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์รับเป็นแคนดิเดตในบัญชีนายกรัฐมนตรีพรรคสร้างอนาคตไทยและก็เริ่มขนหางเครื่องชุดใหญ่เดินสายเปิดวิชั่นทันที โชว์ฟอร์มทีมเศรษฐกิจที่ปึ้กกว่าใคร ถือฤกษ์ประเดิมที่จังหวัดภูเก็ต เขตเศรษฐกิจใหญ่ของภาคใต้เป็นพื้นที่แรกนัยว่าทำให้เห็นถึงความสามารถในเชิงนำนโยบายบูมเศรษฐกิจแต่ละภูมิภาคไปปฏิบัติได้จริงตามยุทธศาสตร์เป้าหมาย “สมคิด” ภายใต้ยี่ห้อ “สร้างอนาคตไทย” เน้นเป็นสินค้าแบรนด์เนมขึ้นห้าง มุ่งปักหมุดในกรุงเทพฯ กับพื้นที่เศรษฐกิจเมืองใหญ่ หวังคะแนนการเลือกตั้งเชิงคุณภาพจากชนชั้นกลางขึ้นไปยอมเหนื่อยเริ่มจากศูนย์ขายทางเลือกใหม่ ไม่สู้แบบเก่า ไม่เอาด้วยกับการหว่านเงินต้อน ส.ส.เข้าคอกอีกค่ายที่แตกหน่อออกมาจากพรรคเพื่อไทยแบบ “ตัดตายขายขาด” ก็คือพรรคไทยสร้างไทย ที่ได้เวลา “เจ๊หน่อย” คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ขึ้นแท่นหัวหน้าพรรคตัวจริงเสียงจริง พ่วงด้วยเด็กปั้นในคาถาอย่าง น.ต.ศิธา ทิวารี ยึดแท่นเลขาธิการพรรค “เจ๊หน่อย” คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์“เจ๊หน่อย” โชว์ทีมเวิร์กที่แหกค่ายออกมาจากนายห้างดูไบตามฟอร์มน่าจะเป็นก้างชิ้นโต ขวางยุทธการแลนด์สไลด์ หนีไม่พ้นโดนเพื่อไทยไล่ทุบอ่วมแน่หันไปที่ขั้วรัฐบาลปัจจุบันที่ดูเหมือนง่วงเหงา หาวนอนไล่จากค่ายพลังประชารัฐ ที่อยู่ในห้วง “สาละวันเตี้ยลง” กระแสหดหาย อาศัยอยู่กันด้วยกระสุน ตุนกล้วยเป็นเสบียงเลือกตั้งเต็มโกดังไว้ก่อนไฮไลต์อยู่ตอนที่ พล.อ.ประวิตรเดินสายลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดตาก โดยมี ส.ส.พรรคเศรษฐกิจไทยรอต้อนรับกันพรึบพรับ ตามมาด้วยคำถามร้อนๆกรณี “ผู้กองนัส” ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย จะนำทีมกลับเข้าค่ายพลังประชารัฐ“บิ๊กป้อม” ไม่ตอบรับ แต่ก็ไม่ปฏิเสธแต่อย่างใดสรุปโดยสายสัมพันธ์ของ “บิ๊กป้อม” กับ “ผู้กองนัส” ยังไงก็ “ฮั้ว” เดินทางเดียวกัน ถ้าการกลับเข้าค่ายเสี่ยงพรรคแตก ก็น่าจะเป็นการแยกกันเดินรวมกันตีแต่ที่ฮั้วแตก ฟัดกันเละตั้งแต่ยังไม่ทันเลือกตั้งสถานการณ์ของค่ายเซราะกราว ภูมิใจไทย ของตัวจริง อย่าง “เนวิน ชิดชอบ” และเสียงจริงอย่าง “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรค ที่กำลังหักเหลี่ยมกับค่ายประชาธิปัตย์ ของ “อู๊ดด้า” นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.สาธารณสุขผลจากการแอบตกปลาในบ่อเพื่อน ไล่เจาะฐานปักษ์ใต้จนพรุนโดนตีท้ายครัวจนประชาธิปัตย์หมดความอดทน ไม่สนการผูกเสี่ยวเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ปรากฏการณ์แบบที่ทีมงาน ปชป.ออกมาเตะสกัด พ.ร.บ.กัญชา กัญชง ของค่ายเซราะกราวตบหน้า เอาคืนกันโต้งๆ ให้รู้กันเลยว่า เลิกคบแน่นอน การเมืองแนวหักดิบสไตล์ “เนวิน” หนุนส่ง “เสี่ยหนู” เดินหน้าไล่กวาดต้อน ส.ส. ตุนแต้มลุ้นถึงฝั่งฝันเก้าอี้นายกรัฐมนตรี แต่นั่นก็ต้องแลกกับการสูญเสียมิตรทางการเมืองไฟต์บังคับให้ต้องเบ่ง พองลม ได้ตามเป้าหมายขืนแป้กตกม้าตาย หนีไม่พ้นสภาพโดดเดี่ยวเดียวดาย.“ทีมการเมือง”