สิ่งที่นักการเมืองกลัวมากที่สุดอย่างหนึ่ง คือการที่ต้องกลับไปไหว้ขอเสียงจากประชาชนในการเลือกตั้งใหม่ กลัวว่าจะสอบตก ตรงกับรายงานข่าว “ไทยรัฐ” ที่ระบุว่า ในการหารือกันในหมู่แกนนำของพรรคพลังประชารัฐ จะส่งสมาชิกสมัครรับเลือกตั้งซ่อม ส.ส. ในเขต 3 จังหวัดราชบุรี แทน ส.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ หรือไม่แกนนำบางคนเสนอว่าไม่ส่งดีกว่า แม้จะเป็นการรักษาแชมป์เก่าก็ตาม เพราะถ้าส่งแล้วแพ้ จะถูกมองว่าแพ้ซ้ำซาก เนื่องจากคะแนนนิยมพรรคตกต่ำ แพ้มาแล้วถึง 3 สนามติดต่อกัน แพ้เลือกตั้งซ่อมที่ชุมพร สงขลา และเขต 9 กทม. นับเป็นเหตุผลที่น่ารับฟัง เพราะถ้าแพ้อีกที่ราชบุรี จะเป็นภาพลักษณ์ “แพ้ซ้ำซาก” จนถึงวันเลือกตั้งใหญ่จากผลการสำรวจความนิยมของประชาชนหลายครั้ง พบว่าคะแนนนิยมของพรรค พปชร. ทรุดลงตามลำดับ แพ้เป็นประจำคือ แพ้พรรคเพื่อไทย และพรรคก้าวไกล ส่วนคะแนนนิยมส่วนบุคคล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก็ “ขาลง” ซ้ำซาก ล่าสุดแพ้นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลแต่บรรดาบริวารแวดล้อมไม่เชื่อโพล ยืนกรานว่าคะแนนนิยมของพรรคและนายกรัฐมนตรียังนำลิ่ว น่าสงสัยว่าได้ข้อมูลจากที่ไหน อาจได้จากการสำรวจที่เรียกว่า “โพลเชลียร์” หรือไม่ ปัญหาสำคัญๆ ที่ทำให้รัฐบาลขาลง คือวิกฤติเศรษฐกิจ ของแพงทั้งแผ่นดิน หนี้สินพุ่งทั้งภาครัฐและหนี้ครัวเรือน จำนวนคนยากจนพุ่งแต่รัฐบาลก็ยังก้มหน้าก้มตา ดำเนินนโยบายลดแลกแจกแถม โครงการยอดนิยมที่สุดคือ “คนละครึ่ง” ขณะนี้ก็กำลังเตรียมแจกอีก แต่มีปัญหาเรื่องงบประมาณ ส่วนใหญ่เป็นเงินกู้ กำลังจะทะลุเพดาน ขณะที่ด้านการเมืองถอยหลังเข้าคลองตลอดกาล พรรค พปชร. อาจไม่จำเป็นจะต้องส่งสมาชิกลงเลือกตั้งซ่อมราชบุรีก็ได้แม้จะชนะก็ได้ ส.ส.มาเพียงคนเดียว ไม่มีผลใดๆในทางการเมืองเพราะอีกไม่ถึงปี ก็จะครบวาระสภาผู้แทนราษฎร ในปลายเดือนมีนาคม 2566 ต้องเลือกตั้งใหม่ ถ้า พปชร. ได้ถึง 150 ที่นั่งตามเป้าบวกกับ 250 ส.ว.แต่งตั้ง เป็น 400 เสียง สามารถเลือกนายกรัฐมนตรีและตั้งรัฐบาลได้แต่ถ้าต้องการเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร อาจดึงพรรคอื่นๆร่วมรัฐบาลได้ เป็นวิธีการสืบทอดอำนาจรัฐประหาร ที่ดำเนินมาเกือบ 8 ปี เป็นการเมืองที่ล้าหลัง แม้พรรคฝ่ายค้านและภาคนักศึกษาประชาชน จะพยายามแก้รัฐธรรมนูญ เพื่อประชาธิป ไตยที่ถูกต้อง แต่ถูก พปชร.ขัดขวาง อาจเป็นเหตุสำคัญทำให้แพ้เลือกตั้ง.