น.ส.ณัฐยา บุญภักดี ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็ก เยาวชน และครอบครัว สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า โลกยุคใหม่ทำให้เกิดครอบครัวหลายรูปแบบ เพราะมีความซับซ้อนเชิงระบบ จึงอาจทำให้ความรู้ปัจจุบันนำมาใช้ชีวิตและเลี้ยงเด็กไม่ได้ ขณะที่งานวิจัยในประเทศและต่างประเทศศึกษาตรงกันว่า ความยากจนส่งผลกระทบด้านลบต่อคุณภาพชีวิตครอบครัวและเด็ก ขณะที่รายงาน “นโยบายเด็กและครอบครัวแห่งอนาคต : ขยายพื้นที่ปฏิรูปนโยบายสาธารณะเพื่ออนาคตของเด็กไทย” ที่ สสส.ทำร่วมกับสำนักสื่อออนไลน์ The 101 พบว่า เด็กและเยาวชนตั้งแต่แรกเกิด - 20 ปี ประมาณ 5 แสนคน อยู่ในครอบครัวฐานะร่ำรวย มีรายได้เฉลี่ย 32,997 บาท/คน/เดือน ขณะที่ 2.18 ล้านคน อยู่ในครอบครัวที่มีรายได้เฉลี่ยเพียง 2,044 บาท/คน/เดือน ซึ่งถือว่ายากจนที่สุด และพบเด็กกว่าร้อยละ 70 หรือมากกว่า 12.2 ล้านคน อยู่ในครอบครัวมีรายได้ต่อวันน้อยกว่าค่าแรงขั้นต่ำน.ส.ณัฐยากล่าวต่อว่า สสส.กับภาคีเครือข่ายเด็กและครอบครัว ขับเคลื่อนให้เกิดนโยบายเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตพ่อ แม่ ผู้ปกครอง และเด็กมาตลอด จึงมีข้อเสนอเชิงนโยบายถึงฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ 1.ควรช่วยให้ทุกครอบครัวมีทรัพยากรเพียงพอเพื่อให้พ่อแม่ได้ดูแลและพัฒนาเด็กอย่างเต็มศักยภาพ เช่น สวัสดิการเกี่ยวกับการลาคลอดและเลี้ยงดูบุตรให้เด็กได้รับการดูแลจากพ่อแม่ อย่างน้อยในช่วง 2 ขวบปีแรก 2.เพิ่มทางเลือกการเรียนรู้ให้หลากหลาย มีคุณภาพ และทั่วถึงทุกชุมชน เพื่อให้ครอบครัวและเด็กมีแหล่งเรียนรู้ใกล้บ้านทันสมัย และราคาที่เอื้อมถึง 3.สร้างหลักประกันสิทธิเด็กเข้าถึงบริการพื้นฐาน เพื่อไม่ให้เด็กถูกทิ้งไว้ข้างหลัง และ 4.ส่งเสริมสิทธิและเสรีภาพตามอนุสัญญาสิทธิเด็ก เพราะวิชาการพิสูจน์พบว่าช่วยให้เด็กเติบโตเป็นพลเมืองที่ดูแลสุขภาวะได้.