เมื่อวันที่ 13 มี.ค. สำนักข่าวแชนเนลนิวส์เอเชีย รายงานบรรยากาศค่าครองชีพในสิงคโปร์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จวบจนเหตุสงครามยูเครน-รัสเซีย ในภูมิภาคยุโรปตะวันออก โดยระบุว่าสถานการณ์ความวุ่นวายทั่วโลกทำให้ค่าใช้จ่ายอาหาร ค่าไฟ ค่าน้ำมัน-ค่าก๊าซ เพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ย 2.4 เปอร์เซ็นต์ หากเทียบกันปีต่อปี ขณะที่ค่าอาหารอย่างเดียว เพิ่มมากที่สุด 2.6 เปอร์เซ็นต์ทั้งนี้ รายงานข่าวระบุว่า จากการเช็กราคากับบริษัทค้าปลีกรายใหญ่อย่างดีเอฟไอ รีเทล หรือเครือซุปเปอร์มาร์เกตแฟร์ไพรซ์ โดยเทียบราคาเดือน ก.พ. 2564 กับเดือน ก.พ.2565 พบว่าราคาสินค้าเกษตรส่วนใหญ่ (ต่อ 200-600 กรัม) ได้เพิ่มขึ้นทั้งแผง ในระดับ 10-35 เซนต์สิงคโปร์ หรือ 0.10-0.35 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ประมาณ 2-8 บาท) ไม่ว่าจะเป็นผักคะน้า แครอทจากจีน ผักโขม มะเขือเทศจากมาเลเซีย ต้นหอมจากประเทศไทย หรือผักท้องถิ่นอย่างถั่วงอกขณะที่ราคาที่ขึ้นอย่างเห็นได้ชัดคือไข่ไก่ โดยราคาต่อ 1 แผง (30 ฟอง) จะอยู่ที่ประมาณ 6.15 ดอลลาร์สิงคโปร์ต่อแผง หรือประมาณ 147.6 บาท แต่หลังจากเข้าสู่เดือน มี.ค. ราคาได้กระโดดขึ้นไปอีก โดยเฉลี่ยอยู่ที่แผงละ 7.20 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือประมาณ 172.8 บาท อย่างไรก็ตาม ราคาเนื้อสัตว์ไม่ว่าไก่แช่แข็ง เนื้อหมู หรือนมสดและขนมปังขาว ยังไม่แตกต่างจากปีที่ผ่านมา โฆษกบริษัทแฟร์ไพรซ์ชี้แจงด้วยว่า โดยเฉลี่ยแล้วราคาไข่ไก่ถือว่าเพิ่มขึ้น 10 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับปี 2564 และนอกจากไข่ไก่แล้ว ต้นทุนของสินค้าโภคภัณฑ์อื่นๆ ก็เพิ่มขึ้นกันหมด เนื่องจากช่วงนี้สภาพอากาศไม่ดี และท่าเรือแน่นขนัดจากการสอบถามไปยังกระทรวงพาณิชย์และอุตสาหกรรมสิงคโปร์ (MTI) ชี้แจงว่าในฐานะที่สิงคโปร์เป็นประเทศขนาดเล็กที่ต้องนำเข้าสินค้าอาหารเกือบทั้งหมด จึงไม่แปลกที่ต้องบริหารจัดการผลกระทบจากแรงกดดันทางเงินเฟ้อทั่วโลก การที่ราคาสินค้าการเกษตรเพิ่มขึ้นทั้งแผง มาจากปัจจัยทั้งแรงงานขาดแคลนเนื่องด้วยปัญหาโรคระบาด ค่าไฟที่เพิ่มขึ้น ค่าขนส่งทางเรือที่เพิ่มขึ้นเนื่องด้วยปัญหาสภาพอากาศเมื่อถามว่าสงครามยูเครน-รัสเซียส่งผลกระทบหรือไม่ นายเฉิน เตา นักวิชาการมหาวิทยาลัยนานหยางในสิงคโปร์ชี้แจงด้วยว่า ทั้งประเทศยูเครนและรัสเซียเป็นผู้ผลิตข้าวสาลี 1 ใน 4 ของตลาดโลก และยังเป็นผู้ส่งออกข้าวบาร์เลย์ ข้าวโพด น้ำมันเมล็ดทานตะวันรายใหญ่ของโลก นอกจากนี้ ยูเครนถือเป็นหนึ่งในประเทศที่ส่งออกเมล็ดธัญพืชเป็นอันดับต้นๆของโลก ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการเลี้ยงไก่ จึงไม่แปลกที่จะทำให้ต้นทุนในการเลี้ยงไก่เพิ่มขึ้น และส่งผลต่อเนื่องไปจนถึงราคาไข่ไก่.