“เพชร-กรุณพล” เครื่องร้อนลุยตลาดประชานิเวศน์ 1 ท้าพิสูจน์ทิ้งอาชีพดาราคลุกการเมือง ร่วมสานฝันเปลี่ยนประเทศให้ดีขึ้น “โรม” จี้ กกต.รับผิดชอบปล่อยผี “สิระ” เข้าสภาฯโชว์แมนไม่ยื่นยุบพรรคเล่นงานพปชร. “เสรีพิศุทธ์” จ่อเช็กบิลร้องศาลทุจริตฟัน ม.157 อดีตเลขาฯ ครม. สภาฯดีดลูกคิดเรียกคืนเงินอดีต ส.ส.กว่า 8.5 ล้าน “ชลน่าน” ชี้แมตช์ล้างตาวัดกระแสเมืองกรุง มั่นใจมาก “สุรชาติ” ทวงแชมป์คืน ไม่หวั่นก้าวไกลตัดแต้ม คุยฐานเสียงครอบคลุมทุกกลุ่ม “เพื่อไทย” ถล่มส่งท้ายปี ขยี้รัฐบาลล้มเหลวบกพร่องซ้ำซากกระชากประเทศ-คนไทยจมฝันร้ายกลียุค ปลุกรวมพลังเปลี่ยนรัฐบาล คืนความฝันและอำนาจให้ประชาชน ฟันธง “บิ๊กตู่” หมดวาระ 24 ส.ค.65 “ประเสริฐ” หยัน “ประยุทธ์” สาหัสวิบากกรรมตามติด เรือแป๊ะง่อนแง่นไร้เอกภาพ หลังปีใหม่ฝ่ายค้านลงดาบชำแหละหลังจากพรรคก้าวไกลมีมติส่งสมัครรับเลือกตั้งซ่อม ส.ส.กทม. เขต 9 หลักสี่-จตุจักร นายกรุณพล เทียนสุวรรณ หรือเพชร ดารานักแสดง ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขต 9 เดินหน้าลงพื้นที่แนะนำตัวกับประชาชนย่านตลาดประชานิเวศน์ 1 ทันที ขณะที่พรรคเพื่อไทยไม่กังวลตัดคะแนนกันเอง เพราะมีฐานเสียงครอบคลุมทุกกลุ่ม “เพชร” ฟิตจัดลุยตลาดประชานิเวศน์ 1เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 25 ธ.ค. ที่ตลาดประชานิเวศน์ 1 นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้า พรรคก้าวไกล พร้อมด้วยนายกรุณพล เทียนสุวรรณ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. กทม.พรรคก้าวไกล เขต 9 หลักสี่-จตุจักร (ยกเว้นแขวงจตุจักร แขวงจอมพล) ประเดิมลงพื้นที่เพื่อแนะนำตัว รับฟังปัญหาการค้าขายด้านเศรษฐกิจและพบประชาชนเป็นครั้งแรก ท่ามกลางพ่อค้าแม่ค้าในตลาดประชานิเวศน์ 1 รวมทั้งประชาชนที่สัญจรผ่านไปมาให้ความสนใจและให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น นายกรุณพลกล่าวว่า หลังจากพรรคก้าวไกลมีมติส่งตนเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. กทม. ตั้งแต่เมื่อวันที่ 24 ธ.ค.ได้วางแผนพร้อมทีมงาน ช่วงเช้าลงพื้นที่มาแนะนำตัวกับประชาชน เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้รู้จักและเข้าใจนโยบายของพรรคก้าวไกล ต้องการพิสูจน์ว่าจากการที่เป็นนักแสดงมากว่า 20 ปี เหตุใดจึงเลือกทิ้งงานแสดงเพื่อลงมาสู่สนามเลือกตั้ง เพราะการที่มีชีวิตค่อนข้างสบาย แต่คนส่วนมากในประเทศกำลังลำบากอยู่ ไม่ใช่เรื่องที่จะมองดูเฉยๆได้ การเป็นนักแสดงให้ความสุขในจอทีวีเท่านั้น แต่ความสุขที่แท้จริงที่สามารถจับต้องได้คือการทำให้พี่น้อง ประชาชนกินอิ่ม นอนหลับ มันยากเกินกว่าที่นักแสดง คนหนึ่งจะทำได้ร่วมสานฝันก้าวไกลเปลี่ยน ปท.ดีขึ้น“หากเราสามารถเปลี่ยนจากนักแสดงเป็นนักการเมือง เรายังสามารถจะขับเคลื่อนนโยบาย ขับเคลื่อนความฝันของเราที่จะให้เพื่อนร่วมชาติมีอนาคตที่ดีขึ้น พรรคก้าวไกลมีความฝันตรงกับเรา ให้ประชาชนในประเทศมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นได้ตรวจสอบการใช้งบประมาณของรัฐบาลได้ถูกต้อง และใช้ให้เกิดประโยชน์มีคุณค่ามากที่สุด ไม่ให้ประชาชนชาวไทยต้องมีหนี้สินมากขึ้นเช่นปัจจุบันนี้ เชื่อว่าก้าวไกลและผมจะสามารถเปลี่ยนประเทศให้ดีขึ้นได้” นายกรุณพลกล่าวจี้ กกต.รับผิดชอบปมคุณสมบัติ “สิระ”นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองเลขาธิการพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้นายสิระ เจนจาคะ อดีต ส.ส. กทม.เขต 9 พรรคพลังประชารัฐ สิ้นสุดสมาชิกภาพการเป็น ส.ส. ใครต้องเป็นผู้รับผิดชอบบ้างว่า เรื่องนี้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ผิดแน่นอน ไม่ใช่แค่โทษตัวนักการเมืองอย่างเดียว เราต้องโทษคนมีอำนาจตรวจสอบด้วย กกต.มีอำนาจตรวจสอบอยู่แล้ว กรณีนายสิระมีคำพิพากษาโดยศาล ทำไม กกต.ถึงไม่ตรวจสอบเรื่องนี้กลายเป็นว่าไปรับว่าเขาสมัครรับเลือกตั้งได้เพราะคุณสมบัติผ่าน สุดท้ายสิ่งที่เกิดขึ้นตามมาต้องให้ประชาชนและ ส.ส.มาตรวจสอบกันเอง เจอปัญหาต้องเลือกตั้งใหม่เงินที่เสียไป ประชาชนต้องลางานอีก ใครรับผิดชอบ กกต.ทำตัวลอยหน้าลอยตาโดยไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลย ไม่ใช่ตัวอย่างที่ดี ถ้า กกต.ทำแบบนี้คือการปฏิบัติหน้าที่ไม่ชอบแล้ว กกต.ควรมีความรับผิดชอบ เรื่องนี้เช่นเดียวกันพิสูจน์ยาก กก.บห.พปชร.ผิดหรือไม่นายรังสิมันต์กล่าวอีกว่า ส่วนนายอุตตม สาวนายน อดีต รมว.คลัง และอดีตหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐและกรรมการบริหารพรรคตอนนั้น ควรมีส่วนรับผิดชอบด้วยหรือไม่ ต้องไปดูข้อกฎหมายว่าเป็นไปได้หรือไม่ ยังไม่ได้ดูรายละเอียด แต่เท่าที่ดูต้องตีความ ถ้ารู้ว่าเป็นคุณสมบัติปลอม มีการปลอมเอกสารหรือไม่ครบถ้วนจะต้องไปดู แต่เข้าใจว่าข้อจำกัดของพรรคการเมืองในการตรวจสอบ โดยเฉพาะคนที่เข้ามาสมัครหากผู้สมัครซ่อนเอาไว้คงมีข้อจำกัดอยู่ การจะพิสูจน์ว่าหัวหน้าพรรคหรือ กก.บห.มีเจตนาปกปิดข้อมูลหรือไม่ ไม่ใช่เรื่องง่าย เว้นเสียแต่ว่าเขารู้จริงๆและเขาปกปิดอาจมีประเด็นได้ แต่ยังอยากให้น้ำหนักไปที่ กกต.มากกว่าไม่ยื่นยุบพรรคเล่นงานคู่แข่งเมื่อถามว่ากรณีนี้มีส่วนไหนเข้าข่ายยุบพรรคพลังประชารัฐได้หรือไม่ เพราะ กก.บห.มีส่วนในการตรวจสอบและรับรองคุณสมบัติผู้สมัครรับเลือกตั้ง นายรังสิมันต์กล่าวว่า ตนไม่แน่ใจว่าจะเข้าข่ายหรือไม่ เรื่องการร้องเรียนคงเป็นสิทธิของแต่ละคนอยู่แล้วว่าจะไปร้องหรือไม่ แต่ในส่วนของพรรคก้าวไกล เราไม่ค่อยอยากเอาเรื่องยุบพรรคมาใช้เพราะคิดว่าโดยหลักการประชาธิปไตย การยุบพรรคการเมืองโดยใช้กฎหมายหรืออะไรต่างๆอันตรายและเลวร้ายด้วยซ้ำ การจะไปร้องยุบพรรคเราคงไม่เอาด้วย เป็นเราด้วยซ้ำที่พยายามตัดอำนาจศาลรัฐธรรมนูญในการยุบพรรค เราอยากเห็นการเมืองแข่งกันด้วยนโยบาย ไม่อยากใช้วิธีการทางกฎหมายเล่นงานคู่แข่งนี่คือตัวตนของเรา พรรคก้าวไกลคงไม่ไปยื่นยุบพรรค แต่ถ้าเขามีปัญหาการทุจริตหรือเคยทำสิ่งผิดกฎหมายมาก่อน และรัฐธรรมนูญปัจจุบันกำหนดไว้แบบนี้ แน่นอนเราอาจร้องดำเนินการบ้าง แต่ไม่ตั้งใจจะให้ไปถึงขนาดยุบพรรค ไม่เอา “ไพบูลย์” นั่ง ปธ.กมธ.ก.ม.ลูกนายรังสิมันต์ยังกล่าวถึง การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองจะเสร็จทันในสมัยประชุมนี้หรือวันที่ 28 ก.พ.หรือไม่ ว่า คาดว่ากลางเดือน ม.ค.น่าจะเริ่มพิจารณาวาระ แรกได้ ถามว่าจะจบทันสมัยประชุมนี้หรือไม่อาจจะจบทันได้ภายใน 30 วัน ถ้าเร่งกันจริงๆอาจจะนัดประชุม 5 วันต่อสัปดาห์ แต่อาจจะมีโอกาสที่คุณภาพออกมาไม่ดี เพราะวิธีการที่เร็วเกินไปบางครั้งต้องมาทุบโต๊ะ เราคงต้องนำร่างทั้งหมดมาดูก่อน หากหลายส่วนเหมือนกันอยู่แล้ว อาจทำให้เราไปได้เร็ว บางทีมันอาจจะโอเคหรือไม่ก็ได้ แต่กรณีร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่เคยทำ และมีนายไพบูลย์ นิติตะวัน เป็นประธาน มันไม่มีคุณภาพมีปัญหาหลายอย่าง เช่น วันสุดท้ายที่มีการพิจารณาวาระที่ 2 เราต้องมาแก้ไขตอนเช้า จึงหวังว่ารอบนี้เราจะไม่เห็นประธาน กมธ.ชื่อนายไพบูลย์ นิติตะวัน“สิระ” ต้องใช้หนี้สภาฯ อ่วม 33 เดือนนายวิรัตน์ วรศสิริน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย กล่าวถึงกรณีนายสิระ เจนจาคะ อดีต ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ ต้องคืนเงินเดือนและสิทธิประโยชน์ต่างๆแก่สภาผู้แทนราษฎรภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยเพิกถอนสถานะ ส.ส. กรณีเคยต้องโทษจำคุกคดีความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ว่า ประเมินแล้วนายสิระน่าจะต้องคืนเงินเดือนและค่าใช้จ่ายอื่นๆแก่สภาฯไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท เฉพาะเงินเดือน ส.ส. 113,560 บาท และเงินเดือนผู้ช่วย ส.ส. 7 คน ตั้งแต่ 15,000-20,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 24 มี.ค.2562-วันที่ 22 ธ.ค.2564 รวม 33 เดือน อยู่ที่ 7-8 ล้านบาท ยังไม่นับรวมค่าเบี้ยประชุม กมธ.ครั้งละ 1,500 บาท ค่าเดินทางเวลาไปปฏิบัติ หน้าที่ของ กมธ.ค่าจัดประชุม กมธ.นอกสถานที่ ค่ารักษาพยาบาล รวมแล้วไม่น่าจะต่ำกว่า 10 ล้านบาทจ่อยื่นศาลทุจริตฟันอดีตเลขาฯ ครม.นายวิรัตน์กล่าวอีกว่า ส่วนความคืบหน้าการดำเนินคดีกับอดีตเลขาธิการคณะรัฐมนตรี และรองเลขาธิการ ครม. ที่ปกปิดข้อมูลการขอเครื่องราช อิสริยาภรณ์ของนายสิระตามที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ในฐานะประธาน กมธ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบขอไปนั้น ขณะนี้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์รวบรวมข้อมูลอยู่ คาดว่าจะยื่นเรื่องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางได้เร็วๆนี้ ข้อหาละเว้นปฏิบัติหน้าที่ไม่ให้ความร่วมมือกับ กมธ.ที่ขอข้อมูลที่นายสิระรับรองคุณสมบัติตัวเองในการขอเครื่องราชอิสริยาภรณ์ว่ามีคุณสมบัติถูกต้อง ไม่เคยต้องโทษจำคุกตามคำพิพากษา แต่เลขา ครม.ขณะนั้น และรองเลขาธิการ ครม.ไม่ให้ข้อมูล อ้างเป็นการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งที่มาตรา 4 ของ พ.ร.บ.ดังกล่าวมีข้อยกเว้นให้หากเป็นการกระทำของสภาหรือ กมธ.ดังนั้นจึงต้องดำเนินคดีกับข้าราชการที่ร่วมปกปิดข้อมูลด้วยเบื้องต้นต้องคืนเงินร่วม 8.5 ล้านผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาถึงความคืบหน้าการทวงเงินเดือน ส.ส.และสิทธิประโยชน์ต่างๆของนายสิระ เจนจาคะ อดีต ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ คืนสภาผู้แทนราษฎร ภายหลังจากศาลรัฐธรรมนูญเพิกถอนสถานะการเป็น ส.ส. กรณีมีคุณสมบัติต้องห้ามถูกคำพิพากษาจำคุกในคดีความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ว่า ล่าสุดสำนักการคลังได้ตรวจสอบเงินเดือนและสิทธิประโยชน์ต่างๆของนายสิระที่ต้องจ่ายคืน ให้สภาฯ เสร็จเรียบร้อยในหลายรายการแล้ว ได้แก่ 1.เงินประจำตำแหน่งและเงินเพิ่ม (เงินเดือน) 2.เงินเดือนค่าตอบแทนผู้ช่วย ส.ส.ของนายสิระ 7 คน 3.ค่าเบี้ย ประชุม กมธ.ชุดต่างๆ 4.ค่ารักษาพยาบาล ตั้งแต่เดือน มี.ค.2562 ถึงวันที่ 22 ธ.ค.2564 รวมเกือบ 3 ปี พบว่ามีเงินที่นายสิระต้องจ่ายคืนแก่สภาฯเบื้องต้น 8,490,000 บาท แต่ยังเหลือการตรวจสอบการเบิกจ่ายค่าเดินทางและการจัดสัมมนานอกสถานที่ของ กมธ.ชุดต่างๆของนายสิระที่ยังตรวจสอบไม่เสร็จ คาดว่าจะตรวจสอบเสร็จภายในสัปดาห์หน้า หลังจากนั้นสภาฯจะทำหนังสือแจ้งนายสิระอย่างเป็นทางการว่า ต้องคืนเงินให้กับสภาฯ เป็นจำนวนเท่าใด “ชลน่าน” มั่นใจมาก “สุรชาติ” คว้าชัยเมื่อเวลา 10.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการส่งเลือกตั้งซ่อม ส.ส.กทม. เขต 9 หลักสี่ว่า พรรคตัดสินใจส่งผู้สมัครแน่นอน เรามีอดีต ส.ส.คือ นายสุรชาติ เทียนทอง ทำงานในพื้นที่ตลอด มั่นใจว่านายสุรชาติทำหน้าที่ดีอย่างนี้น่าเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดของพรรค คณะกรรมการสรรหาของพรรคจะประชุมออกประกาศ รับสมัครผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อม ถ้าไม่มีผู้สมัครอื่นเราจะส่งชื่อนายสุรชาติไปรับฟังความเห็นตัวแทนพรรคการเมืองประจำเขตเลือกตั้งที่ 9 หากเห็นชอบจะให้คณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) รับรอง จะประชุมหลังมี พ.ร.ฎ.เลือกตั้งออกมา เราเชื่อมั่นสูงมากว่านายสุรชาติจะชนะเลือกตั้งเวทีนี้ทดสอบเรตติ้งสนามเมืองกรุง“แม้จะมีคู่แข่งยิ่งส่งมากยิ่งดี ทำให้เกิดความสนใจ ครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งซ่อมที่ไม่ปกติ 1.เป็นเวทีการวัดและทวงคืนศักดิ์ศรีของชาวหลักสี่ คนในพื้นที่บอกว่าคนที่ได้มาเป็น ส.ส.พวกเขาไม่ได้เลือกมา 2.สนามนี้เป็นสนามทดสอบทางการเมืองที่สำคัญ เพราะจะมีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.และ ส.ก. รวมถึงการเลือกตั้งใหญ่ ทุกพรรคจึงให้ความสำคัญเพื่อทดสอบ และวัดกระแส” นพ.ชลน่านกล่าวฐานเสียงมีทุกกลุ่มไม่กลัว ก.ก.ตัดแต้มเมื่อถามว่า กังวลว่าจะตัดคะแนนกับพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ที่ส่งนายกรุณพล เทียนสุวรรณ หรือเพชร ดารานักแสดงมาลงแข่งหรือไม่ นพ.ชลน่าน กล่าวว่า เราไม่กลัวเนื่องจากฐานของพรรคเพื่อไทยครอบคลุมทุกกลุ่ม ทั้งเบบี้บูมเมอร์ เจนเอ็กซ์ เจนวายและเจนซี การเลือกตั้งซ่อมเป็นการวัดอารมณ์ความ รู้สึก ไม่สนใจว่านโยบายคืออะไร ความจริงฝ่ายค้านจะชนะในสนามการเลือกตั้งซ่อม แต่การเลือกตั้งซ่อมในรัฐบาลชุดนี้ พรรคฝ่ายค้านไม่เคยชนะเลย เพราะพรรคฝ่ายรัฐบาลมีกลไกและอำนาจของรัฐบาล ทั้งอำนาจเงินและอำนาจการจัดการ จึงห่วงเรื่องนี้มากกว่าพรรคฝ่ายค้านด้วยกันเองพท.อัด รบ.ดึง ปท.จมฝันร้ายกลียุคจากนั้น นพ.ชลน่าน พร้อมนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค และ น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ โฆษกพรรค ร่วมกันแถลงข่าวสรุปสถานการณ์การเมือง ปี 2564 และทิศทางการทำงานของพรรคเพื่อไทย ปี 2565 โดย นพ.ชลน่านได้อ่านแถลงการณ์พรรคเพื่อไทย “ก้าวข้ามฝันร้ายและคราบน้ำตา 2564 สู่ความหวังและชีวิตใหม่ 2565” มีเนื้อหาตอนหนึ่งว่า ความล้มเหลวผิดพลาดบกพร่องซ้ำซากของรัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตลอดปี 2564 ทำให้ชีวิตประชาชนตกอยู่ภายใต้วิกฤติที่หนักที่สุดในประวัติศาสตร์ รัฐบาลไร้ศักยภาพ ประเมินสถานการณ์โควิด-19 ผิดพลาด นำมาซึ่งการบริหารจัดการล้มเหลว คนไทยต้องตายคาบ้าน ตายกลางถนน ตายข้างถนน อีกทั้งยังยกระดับวิกฤติสุขภาพสู่วิกฤติเศรษฐกิจ ประเทศต้องตกอยู่ในห้วงของฝันร้ายกลียุคโวยเลิกคุกคามมอง ปชช.แค่ของเล่นนพ.ชลน่านกล่าวอีกว่า ส่วนการระบาดใหม่เชื้อโควิดสายพันธุ์โอมิครอน รัฐบาลยังคงมีวิธีคิดราวกับว่าชีวิตและลมหายใจประชาชนเป็นของเล่น สบประมาทโควิดกระจอก กำลังจะพาพี่น้องประชาชนต้องไปเผชิญชะตากรรม เงินกู้มหาศาลถูกใช้จ่ายไปอย่างไร้ค่า ทิ้งไว้เพียงภาระหนี้สิน ตลอดปี 2564 มีการใช้อำนาจและกฎหมายที่บิดเบือน กลั่นแกล้ง คุกคามประชาชนอย่างรุนแรง เนื่องจากจากรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ไม่ยึดโยงประชาชน พรรคเพื่อไทยขอเรียกร้องให้รัฐบาลและ พล.อ.ประยุทธ์สำนึกต่อความสำคัญของประชาชน รู้คิด รอบคอบ รับผิดชอบต่อสังคม คืนเกียรติและศักดิ์ศรีให้ประชาชนทุกคนอย่างเท่าเทียม รับฟังและดำเนินนโยบายโดยคำนึงถึงประโยชน์ประชาชนเป็นที่ตั้งปี 65 รวมพลังคืนฝันเปลี่ยนรัฐบาล“ปี 2565 เราจะเดินหน้าคืนความหวังความฝันของคนทุกวัย ทุกฐานะ ทุกวิถีชีวิตที่ฝันถึงความเป็นอยู่ที่ดี สานฝันเหล่านั้นให้เป็นจริง จะมุ่งไปสู่หนทางของเศรษฐกิจที่เฟื่องฟู พี่น้องคนไทยจะกลับมามีความหวังถึงการทำงานที่ดีและการมีรายได้ที่ดี เราจะหลอมรวมผู้คนเพื่อให้ประเทศเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและมีอนาคตที่ดี จะทำทุกวิถีทางที่จะสนับสนุนผู้แทนของประชาชนอย่างแท้จริง ทวงคืนอำนาจของประชาชนเพื่อเปลี่ยนอนาคตให้ประชาชน จะรวมพลังประชาชนเพื่อมุ่งไปสู่ความหวังที่จะเปลี่ยนรัฐบาล คืนรัฐบาลที่เป็นประชาธิปไตย เพื่อผลักดันนโยบายต่างๆของพรรคเพื่อไทยเพื่อชีวิตใหม่ของประชาชน” นพ.ชลน่านกล่าวหยันสภาพเรือแป๊ะง่อนแง่นไม่ราบรื่นนพ.ชลน่านยังกล่าวถึงสิ่งที่น่าจะเกิดขึ้นในปี 2565 ว่า เสถียรภาพรัฐบาลง่อนแง่นมาก รัฐบาลไม่ได้ใช้เสียงข้างมากในการบริหาร ทุกครั้งที่มีการประชุมสภาฯเสียงข้างมากไม่เคยทำหน้าที่ กลายเป็นเสียงข้างมากที่ไม่แท้จริง ทำให้เสถียรภาพการทำงานของรัฐบาลในสภาฯง่อนแง่น หากฝ่ายค้านไม่ให้ความร่วมมือจะเกิดเหตุสภาฯล่มทุกครั้ง หากมีกฎหมายสำคัญและฝ่ายรัฐบาลขัดแย้งกัน กฎหมายสำคัญอาจไม่ผ่านสภาฯ นอกจากนั้น วิกฤติต่างๆที่ถาโถมประชาชนจะทำให้เกิดกระแสเรียกร้องและต่อต้านมากขึ้น ทำให้การเมืองในปี 2565 ไม่มีความเสถียร ไม่มีความราบรื่น ฟันธง “บิ๊กตู่” หมดวาระ 24 ส.ค.65นพ.ชลน่านกล่าวต่อว่า อีกเรื่องกรณีบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา 185 และ 264 ที่กำหนดให้นายกฯดำรงตำแหน่งเกิน 8 ปีไม่ได้ การตีความเรื่องนี้พรรคร่วมฝ่ายค้าน โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทยเชื่อมั่นว่าเมื่อตีความตามกฎหมายแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ต้องหมดวาระในวันที่ 24 ส.ค.2565 เป็นเงื่อนไขจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของรัฐบาล ถ้าไม่เปลี่ยนแปลงหากศาลวินิจฉัยนายกฯขาดคุณสมบัติ ครม.ทั้งคณะจะหลุดจากตำแหน่ง และยังมีปัจจัยภายนอกที่ถาโถมเข้ามา ทั้งการออกคำตัดสินชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการในคดีเหมืองทองอัคราในวันที่ 31 ม.ค.2565 หากมองในแง่ร้ายถ้าประเทศต้องรับผิดชอบในเรื่องนี้จะเป็นวิกฤติ และยังมีกรณีประเทศไทยถูกห้ามใช้ธงชาติไทยในการแข่งขันกีฬา เนื่องจากกฎหมายไทยไม่สอดคล้องกับข้อกำหนดขององค์กรต่อต้านสารต้องห้ามโลก (WADA) รวมทั้งปัญหาการละเมิดสิทธิเสรีภาพของรัฐบาล ซึ่งปัญหาเหล่านี้จะบีบรัดและไม่เป็นผลดีกับประเทศ ดังนั้นโอกาสเปลี่ยนแปลงที่ดีที่สุดรัฐบาลควรจะมีการยุบสภาและมีการเลือกตั้งนายกฯอ่วมเจอวิบากกรรมหนักนายประเสริฐ จันทรรวงทอง กล่าวว่า ในปี 2565 จะเป็นปีที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ประสบวิบากกรรมหลายอย่าง เพราะบริหารประเทศมา 8 ปีแล้ว สิ่งที่รับปากกับประชาชนยังไม่สามารถทำได้ และความไม่เป็นเอกภาพของรัฐบาลซึ่งทำให้การทำงานในสภาฯมีอุปสรรค โดยพรรคร่วมฝ่ายค้านจะเสนอญัตติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 เพื่อเปิดอภิปรายทั่วไปช่วงหลังปีใหม่ ดังนั้นปี 2565 จะเป็นปีที่ พล.อ.ประยุทธ์จะเหนื่อยจากวิบากกรรมที่ทำมา“จุรินทร์” เกาะติดหาเสียงสงขลาเขต 6ช่วงบ่าย ที่ จ.สงขลา นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิยช์ ในฐานะหัวหน้าพรรค ประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่ตลาดสดเทศบาล ต.ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา เปิดปราศรัยเวทีย่อยช่วยหาเสียงให้ น.ส. สุภาพร กำเนิดผล ผู้สมัครลงรับเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 6 สงขลา เบอร์ 1 พรรค ปชป. โดยนางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เช้าวันที่ 26 ธ.ค. หัวหน้าพรรคจะไปที่ตลาดบ้านพรุ อ.หาดใหญ่ พบปะพี่น้องประชาชนที่โรงเรียนพะตง วิทยามูลนิธิ ต.พะตง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ก่อนกลับกรุงเทพฯ ทั้งนี้ น.ส.สุภาพรหาเสียงมาระยะหนึ่ง ชาวบ้านตอบรับดีโดยเฉพาะกลุ่มสตรีเรียกร้องอยากให้เป็น ส.ส.หญิงคนแรกของจังหวัด รวมกับผลงานพรรค และการทำงานเกาะติดพื้นที่ใกล้ชิดของ ส.ส.สงขลาของพรรค เชื่อมั่นจะยังได้รับความไว้วางใจอีกครั้ง“คึก” ฉะ พปชร.คืนคำไม้หลักปักขี้เลนนายเทพไท เสนพงศ์ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีพรรคพลังประชารัฐกลับมติพรรคส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อมเขต 1 ชุมพรหลังจากนายชวลิต อาจหาญ หรือทนายแดง ประกาศลาออกจากสมาชิกพรรคว่า คณะกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐต้องเรียกประชุมด่วนกลับมติตามคำขู่นับว่าเป็นการกดดันที่ประสบผลสำเร็จ จนทำให้พรรคต้องกลับมติในทันที ทำให้สังคมเห็นว่าพรรคนี้มติพรรคไม่ได้ศักดิ์สิทธิ์ ไม่ใช่สาระสำคัญ ไม่มีความมั่นคงชัดเจนอะไรแน่นอน เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ไม่ต่างอะไรกับไม้หลักปักขี้เลน แม้ว่าจะให้เหตุผลต่างๆนานาเป็นสิทธิที่ทำได้ พรรคประชาธิปัตย์พร้อมแข่งขันกันเต็มรูปแบบ ทั้งในเขต 1 ชุมพร เขต 6 สงขลา เขต 9 กทม. ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร พร้อมเคารพมติเสียงสวรรค์จากประชาชน มั่นใจว่าพี่น้องชาวภาคใต้และชาวกรุงเทพฯจะสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์เหมือนเดิม“นิพิฏฐ์” ชี้ ลต.ใหม่วัดกันที่ทีม ศก.นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่าเมื่อออกจากพรรคประชาธิปัตย์มาแล้ว พรรคการเมืองที่จะไปสังกัดจะชื่ออะไร ยังไม่รู้เลย เพียงแต่รับว่าคุยกับหลายคนที่มีเจตนาตรงกัน ยึดมั่นระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ที่สำคัญต้องมีผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจเป็นทีม ทั้งรุ่นเล็ก รุ่นกลาง รุ่นใหญ่ ร่วมมือกันแก้ปัญหาปากท้องของประชาชนให้ได้ ส่วนจะเสนอชื่อใครเป็นนายกฯยังมีเวลาอีกยาวไกล และต้องผ่านกระบวนการของพรรคตามรัฐธรรมนูญ การคาดหมายว่าใครคือมือเศรษฐกิจที่พอจะถือว่าเป็นกระบี่มือหนึ่งมีไม่กี่คนหรอก ลองเอาชื่อหัวหน้าพรรคแต่ละพรรคมาเทียบกันดูว่าแต่ละคนเชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจหรือไม่ แต่ครั้นจะให้ระบุลงไปเลย คงไม่ได้หรอกเพราะไม่รู้ว่าท่านเหล่านั้นจะเอาด้วยหรือเปล่า ระบุไปก็ผิดพลาดได้ แต่ที่ไม่ผิดพลาดคือ-เลือกตั้งครั้งหน้า สู้กันด้วยทีมเศรษฐกิจจริง ถ้าทีมเศรษฐกิจไม่ดี ที่รวยอยู่แล้วก็อาจจนลง ส่วนที่จนอยู่แล้วอาจจนลงอีก “เจ๊หน่อย” ปลุกฟื้นหาดใหญ่-จะนะวันเดียวกัน คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย พร้อมนายโภคิน พลกุล ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนประเทศ นำคาราวานสร้างไทย 77 จังหวัด ลงพื้นที่ชายแดนใต้เริ่มต้นที่ตลาดกิมหยง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา รับฟัง ปัญหาจากพ่อค้าแม่ค้าถึงสภาพเศรษฐกิจซบเซา พร้อมเปิดสำนักงานพรรคไทยสร้างไทย อ.หาดใหญ่ ระบุมีเป้าหมายหลักจะทำให้ อ.หาดใหญ่ กลับมาเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจอีกครั้ง ตลาดกิมหยงจะไม่ใช่ตลาดร้าง ต้องเป็นศูนย์กลางดึงดูดนักท่องเที่ยว ผู้ประกอบการกลับคืนมา จากนั้นช่วงบ่ายไปที่หาดสวนกง อ.จะนะ จ.สงขลา บ้านเกิด น.ส.ไครียะห์ ระหมันยะ ลูกสาวแห่งทะเลจะนะ รับฟังเสียงเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่นต่อสู้คัดค้านโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะ โดยนายกิตติภพ สุทธิสว่าง เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจะนะยั่งยืน หรือ ศอ.จต. นำเสนอฐานทรัพยากรของ อ.จะนะ เสนอให้ผลักดันเป็นยุทธศาสตร์จะนะยั่งยืน โดยคุณหญิงสุดารัตน์ชื่นชมยกย่องชาวจะนะลุกขึ้นต่อสู้รักษาทรัพยากรบ้านเกิดจนถูกจับกุม ฐานทรัพยากรของชาวจะนะพัฒนาได้อีกมาก ตรงกับนโยบายพรรคให้ประชาชนเป็นศูนย์กลาง ปลดปล่อยความเป็นรัฐราชการนายกฯห่วงกำชับป้องกันฝุ่นจิ๋วนายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกฯ เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินมาตรการควบคุมปริมาณฝุ่นละออง PM 2.5 ที่เกินค่ามาตรฐาน เริ่มกระทบสุขภาพประชาชนหลายพื้นที่ของประเทศ โดยเฉพาะกรุงเทพฯ ปริมณฑลและเมืองหลัก ให้ความสำคัญนโยบาย “ตรวจจับ ปรับจริง-ห้ามใช้รถควันดำ” ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เพิ่มจุดตรวจวัดควันดำขาเข้า-ขาออกตามถนนสายหลัก เพิ่มความเข้มข้นตรวจสอบ และระงับการใช้รถควันดำจนกว่าจะนำรถไปปรับปรุง พร้อมกำชับให้วางนโยบายระยะยาวอย่างยั่งยืน เพื่อป้องกันแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ต่อไป