เคยคิดกันเล่นๆไหมว่า ประชาธิปไตยในประเทศไทย เหมือนและแตกต่างกับประชาธิปไตยในประเทศอื่นอย่างไรบ้าง ซึ่งคำว่า ประชาธิปไตย ในที่นี้มีคำนิยามและความหมายแตกต่างกันไปตามพื้นฐานการปกครองของแต่ละประเทศ ฝั่งตะวันออก ก็จะเป็นประชาธิปไตยอีกแบบ ฝั่งตะวันตก ก็จะเป็นประชาธิปไตยอีกแบบทฤษฎีของระบอบประชาธิปไตย แต่ละทฤษฎีก็ไม่เหมือนกัน ประโยคที่ว่า เป็นประชาธิปไตยของประชาชนโดยประชาชนและเพื่อประชาชน หรือปกครองโดย ประชาเสียงข้างมาก หรือ เสียงสวรรค์คือเสียงของประชาชน เอาเข้าจริงในทางปฏิบัติอาจจะใกล้เคียงหรือแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงเรามาวิเคราะห์การเมืองการปกครองของบ้านเรา บางครั้งอำนาจเผด็จการก็มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจทางการเมืองสูง บางครั้ง อำนาจทุนนิยมก็มีผลต่อการเมืองการปกครอง บางครั้งสังคมนิยมก็ถูกยกขึ้นมาเป็นตุ๊กตาในการขับเคลื่อนระบอบประชาธิปไตย หรือบางทีเราก็สำลักประชาธิปไตย หรือบางทีเราก็ต้องไปพึ่งเผด็จการ ในยามวิกฤติ บางเวลาเราก็โหยหาผู้นำจากการเลือกตั้ง แต่วิกฤติการเมืองมักจะเกิดขึ้นกับผู้นำที่มาจากการเลือกตั้งที่ไม่มีเอกสิทธิ์คุ้มครองเท่ากับผู้นำที่มาจากการแต่งตั้ง รังเกียจเสียงข้างมากในสภาที่อ้างว่าเป็นเสียงสวรรค์ของประชาชน ในรัฐธรรมนูญเองมีทั้งกีดกันผู้นำที่มาจากการเลือกตั้ง ในเวลาเดียวกันก็กีดกันผู้นำที่มาจากการแต่งตั้งด้วยประชาธิปไตยบ้านเราอยู่ในอาการป่วยเรื้อรังที่ว่าประเทศที่ปกครองโดยระบอบประชาธิปไตยจะพบแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์เสมอ ระบอบประชาธิปไตยเป็นระบอบการปกครองที่ดีที่สุด อาจจะใช้ได้กับบางประเทศ แต่อีกหลายประเทศระบอบประชาธิปไตยกลับเป็นความอ่อนแอของการบริหารปกครองประเทศ เป็นช่องว่างให้ ปรสิตประชาธิปไตย แผงอำนาจและผลประโยชน์เรามีนักการเมืองที่มาจากการแต่งตั้งและเลือกตั้ง แต่ นักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง เป็นตัวแทนประชาชนเสียงส่วนใหญ่ กลับมีเอกสิทธิ์ ต่ำกว่า นักการเมือง ที่มาจากการแต่งตั้ง เราอยู่ในสภาวะที่เรียกว่า สำลักประชาธิปไตย หรือไม่ จนไม่รู้สึกว่าเรากำลังเรียกร้องประชาธิปไตยไปเพื่ออะไรการต่อสู้ของ คนรุ่นใหม่ คณะราษฎร เยาวชนปลดแอก ธรรมศาสตร์เพื่อการชุมนุม หรืออุดมการณ์ทางการเมืองของคณะก้าวหน้าพรรคก้าวไกล ที่แสวงหา แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ จนถูกฝ่ายตรงกันข้ามเรียกว่า พวกหิวแสง ไม่ได้ผิดหรือถูก ไม่ใช่ว่าจะดีหรือไม่ดี แต่ผิดที่ผิดเวลา แน่นอนแต่ การเพาะเมล็ดพันธุ์ ของการเปลี่ยนแปลงที่ขึ้นเองโดยธรรมชาติบ้าง มีการใส่ปุ๋ยใส่น้ำยาเคมีบ้าง ย่อมมีผลตกค้าง ทั้งรุนแรงและไม่รุนแรง บางอย่างก็ย่อยสลายไปเองตามธรรมชาติองค์การบริหารสโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่มีเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล เป็นนายกฯสมาคมฯ ออกแถลงการณ์ยกเลิกกิจกรรมขบวนอัญเชิญพระเกี้ยวในงานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ เพื่อไม่ต้องการผลิตซ้ำธรรมเนียมปฏิบัติที่สะท้อนถึงความไม่เท่าเทียม มิให้คงอยู่ในสถาบันการศึกษาอีกต่อไป รูปแบบกิจกรรมขบวนอัญเชิญพระเกี้ยวยังเป็นภาพแทนของวัฒนธรรมแบบศักดินาที่ยกกลุ่มคนหนึ่งสูงกว่าอีกกลุ่มหนึ่งพร้อมสัญลักษณ์ของศักดินาคือพระเกี้ยวบนเสลี่ยง เป็นกิจกรรมที่ล้าหลังขัดต่อคุณค่าสากล ประชาธิปไตย พอจะเห็นเค้าลางของแสง.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.th