พื้นที่การก่อตัวทางธรณีวิทยา เฮลล์ ครีก (Hell Creek Formation) มีมาตั้งแต่ยุคครีเตเชียสเมื่อ 66–68 ล้านปีก่อน กินพื้นที่ใน 4 รัฐในสหรัฐอเมริกาคือ มอนตานา, นอร์ทดาโกตา, เซาท์ดาโกตา และไวโอมิง เป็นหนึ่งในพื้นที่ขุดซากดึกดำบรรพ์หรือฟอสซิลมาอย่างต่อเนื่องของนักบรรพชีวินวิทยาทั่วโลก เพื่อศึกษาชีวิตก่อน ระหว่าง และหลังเหตุการณ์สูญพันธุ์ ยุคครีเตเชียส–พาเลโอจีน (K–Pg) ที่คร่าชีวิตไดโนเสาร์ไปทั้งหมดยกเว้นนกล่าสุด ทีมนักบรรพชีวินวิทยาจากมหาวิทยาลัยวอชิงตัน, พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติและวัฒนธรรมเบิร์ก ได้ขุดพบไดโนเสาร์ 4 ชนิดในแนวหินเฮลล์ ครีก ที่รัฐมอนตานา โดยเป็นฟอสซิลกระดูกเชิงกรานหรือกระดูกสะโพกของเธอ โรพอดขนาดเท่านกกระจอกเทศ เป็นกลุ่มไดโนเสาร์เดิน 2 ขาที่กินเนื้อเป็นอาหาร เช่น ทีเร็กซ์หรือแร็ปเตอร์ และสะโพกและขาของไดโนเสาร์ปากเป็ด รวมถึงไดโนเสาร์อันซู (Anzu) ที่หายาก ซึ่งรู้จักในชื่อ “ไก่จากโลกันต์” ที่อาจเป็นสายพันธุ์ใหม่ และกะโหลกศีรษะจนถึงกระดูกอื่นๆจากไทรเซอราทอปส์ ที่เป็นไดโนเสาร์กินพืชขนาดใหญ่ ซึ่งไดโนเสาร์ 3 ใน 4 ตัวถูกพบใกล้ๆ ที่ดินของสำนักจัดการที่ดิน ซึ่งให้เจ้าของฟาร์มปศุสัตว์เช่า ทีมเรียกกลุ่มไดโนเสาร์เหล่านี้ว่า “Flyby Trike” เพื่อเป็นเกียรติแก่เจ้าของฟาร์มปศุสัตว์ ผู้เป็นคนแรกที่ระบุการค้นพบไดโนเสาร์ในขณะที่เขาอยู่บนเครื่องบินส่วนตัวเหนือฟาร์มของตนทีมเผยว่า ฟอสซิลที่รวบรวมได้แต่ละชนิดฉายภาพระบบนิเวศที่ไดโนเสาร์อยู่อย่างรุ่งเรืองเป็นครั้งสุดท้าย และระบบนิเวศที่บ่มเลี้ยงด้วยสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเป็นครั้งแรก เชื่อว่าจะช่วยให้เข้าใจกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการล่มสลายและการก่อเกิดความหลากหลายทางชีวภาพ ความเปราะบาง และการรวมตัวของระบบนิเวศได้ดีขึ้น.Credit : Rachel Ormiston/Burke Museum/University of Washington