ทัวร์ลง “บิ๊กตู่” ชวนสวดมนต์ไล่พายุ โฆษก รบ.โต้วุ่นนายกฯแค่เจตนาให้คลายทุกข์ ยันรัฐบาลทำทุกอย่างเต็มที่ “ประยุทธ์” สลับคิวอีกเลื่อนไปเมืองคอนเบนเข็มลงพื้นที่น้ำท่วมหนักภาคกลางก่อน พท.เฉ่งสร้างภาพวัดพลังฟัดกันเอง เหน็บเอะอะท่องคาถาสวดมนต์แก้ทุกปัญหา “ชลน่าน” เล็งยื่นตีความคุณสมบัตินายกฯห้ามอยู่ในวาระเกิน 8 ปี “สุทิน” ทำใจรอถึง ส.ค.65 ให้เหตุเกิดก่อน “วิโรจน์” แขวะตั้งพ่อมดหมอผีมาทำงาน ไม่ต้องมีนายกฯแล้ว ม็อบทะลุฟ้าไปไม่ถึงทำเนียบฯ ยิงจรวดขวด-ปาสีไล่ “ประยุทธ์” หน้ารั้วลวดหนามแยกนางเลิ้งการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสถานการณ์น้ำท่วมของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม นอกจากถูกตั้งข้อสังเกตเป็นการวัดพลังกันเองในขั้วอำนาจพรรคพลังประชารัฐ ขณะที่คำพูดของนายกฯที่ชวนให้ประชาชนช่วยกันสวดมนต์ขอไม่ให้มีพายุเข้ามาอีก ยังถูกมองว่าสะท้อนความไร้ประสิทธิภาพในการแก้ปัญหาของผู้นำประเทศ “บิ๊กตู่” ย้ำ ปชช.จำเป็นต้องปรับตัวเมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 27 ก.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในฐานะ ผอ.คณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)หรือ ศบค. เป็นประธานการประชุม ศบค.ชุดใหญ่ ต่อมาเวลา 12.30 น. นายกฯได้โพสต์ข้อความตอนหนึ่งถึงแผนแก้ปัญหาสถานการณ์และช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากพายุโซนร้อนเตี้ยนหมู่ ผ่านเพจเฟซบุ๊ก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-chaว่า หลักการทำงานยึดอยู่เสมอในการ บริหารราชการแผ่นดินคือ เราต้องคิดถึงการพัฒนาเพื่อวันข้างหน้าคู่ขนานกันไปเสมอ น้ำท่วม-ฝนแล้ง ย่อมกระทบการทำมาหากินของพี่น้องประชาชนหลากหลายสาขาอาชีพ จำเป็นต้องปรับตัว เช่น ต้องมีอาชีพเสริม การแปรรูป การสร้างมูลค่าเพิ่ม การค้าออนไลน์ เป็นต้น เพราะสภาพลมฟ้าอากาศปัจจุบันรุนแรงมากกว่าในอดีต เกิดภัยพิบัติครั้งเดียวอาจทำให้หมดตัวได้ ทำให้ชีวิตตกอยู่ในความเสี่ยงที่คาดเดาไม่ได้ รัฐบาลจึงผลักดันและส่งเสริมเกษตรกรอย่างต่อเนื่องหลากหลายรูปแบบ จัดให้มีลงทะเบียนเกษตรกร ทำให้การช่วยเหลือของรัฐทั้งประกันภัย ประกันราคา เยียวยาภัยพิบัติ สะดวกรวดเร็ว ขอชื่นชมข้าราชการยุคใหม่ทำงานเชิงรุกมากขึ้น ลุกออกไปช่วยประชาชน ไม่ใช่รอให้เขามาขอความช่วยเหลือถึงที่ตั้งเลื่อนไปนครศรีฯลุยพื้นที่หนักก่อนผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับกำหนดการนายกฯลงพื้นที่ตรวจสถานการณ์อุทกภัยและติดตามการช่วยเหลือประชาชน ในวันที่ 29 ก.ย. นายกฯยังคงกำหนดการเดิมไปลงพื้นที่ จ.ชัยภูมิ ส่วนการลงพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราชในวันที่ 30 ก.ย.ล่าสุดได้เลื่อนออกไปก่อน เนื่องจากนายกฯต้องการเดินทางไปตรวจเยี่ยมจังหวัดที่ประสบปัญหาอุทกภัยหนักก่อน โดยเฉพาะพื้นที่ภาคกลาง เช่น จ.ลพบุรี สระบุรี และเพชรบูรณ์ จะมีการประเมินสถานการณ์และพิจารณาชัดเจนอีกครั้งว่าจะเป็นจังหวัดใดก่อนหลัง ขณะที่ภาคใต้จะเข้าสู่ฤดูมรสุมเดือน ต.ค.-ธ.ค.โต้วุ่นไม่ได้บอกสวดมนต์ไล่น้ำนายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกฯติดตามสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดจากพายุเตี้ยนหมู่อย่างใกล้ชิด เป็นห่วงพี่น้องประชาชนในพื้นที่น้ำท่วม สั่งทุกหน่วยเร่งช่วยเหลือประชาชน และเตรียมพร้อมรับมือ พร้อมทั้งฝากขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ทหาร ที่ร่วมกันปฏิบัติงานท่ามกลางสถานการณ์อันยากลำบากด้วย ขอความเป็นธรรมให้กับนายกฯด้วย ในฐานะได้ติดตามลงพื้นที่ จ.สุโขทัย ยืนยัน นายกฯไม่ได้บอกสวดมนต์ไล่น้ำ แต่มีเจตนาให้ทำทุกอย่างเพื่อให้คลายความทุกข์ พร้อมรับสถานการณ์ นายกฯและรัฐบาลทำงานอย่างเต็มที่ทุกมาตรการ ยังเตรียมลงพื้นที่ จ.ชัยภูมิและจังหวัดอื่นๆภายในสัปดาห์นี้ด้วย พท.เฉ่งลงพื้นที่วัดพลังฟัดกันเองนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การลงพื้นที่ตรวจน้ำท่วมหลายพื้นที่นายกฯไปสร้างภาระให้หน่วยงานในพื้นที่มากกว่า ข้าราชการนับร้อยคนต้องทิ้งภารกิจมารอต้อนรับทั้งที่ควรไปช่วยชาวบ้านมากกว่า ประชาชนไปรอต้อนรับจัดฉากให้พูดเยินยอนายกฯ ไม่สามารถสะท้อนปัญหาพื้นที่ได้ เป้าหมายไม่ได้ไปพบปะประชาชน แต่วัดพลังในพรรคพลังประชารัฐมากกว่า สร้างฐานอำนาจในพรรคมากกว่า ไม่ได้ให้กำลังใจประชาชน จึงเห็นการระดม ส.ส.พรรคไปรอรับนายกฯเพียงจำนวนหนึ่งเท่านั้น สะท้อนความไม่มีเสถียรภาพรัฐบาลเล็งยื่นตีความคุณสมบัตินายกฯนพ.ชลน่านกล่าวอีกว่า ส่วนกรณีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯและนายอุดม รัฐอมฤต อดีตคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ยืนยันสถานะพล.อ.ประยุทธ์ไม่เข้าเงื่อนไขตามที่รัฐธรรมนูญมาตรา 158 ที่ระบุนายกฯจะดำรงตำแหน่งรวมกันเกิน 8 ปีไม่ได้ เนื่องจากนับอายุดำรงตำแหน่งเริ่มขึ้นเมื่อรัฐธรรมนูญปี 60 มีผลบังคับใช้ นายวิษณุและนายอุดมตีความแบบศรีธนญชัย เอาใจผู้มีอำนาจมากกว่าพิจารณาข้อกฎหมาย ชี้นำศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายวิษณุทำตัวเป็นศาลรัฐธรรมนูญ พรรคฝ่ายค้านจะยื่นตีความคุณสมบัติ พล.อ.ประยุทธ์แน่นอนว่าขัดกันซึ่งผลประโยชน์หรือไม่ ส่วนพรรคร่วมรัฐบาลโจมตีฝ่ายค้านกรณีนี้เป็นเพียงต้องการเกาะอำนาจ ถ้าผลออกมาว่า พล.อ.ประยุทธ์หลุดตำแหน่ง จะหลุดตามไปด้วยต้องรอถึง ส.ค.65 ให้เหตุเกิดก่อนนายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวว่า พรรคหารือฝ่ายกฎหมายพรรคแล้วว่าจะไม่ยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความตอนนี้ เพราะยื่นไปศาลรัฐธรรมนูญก็ไม่รับตีความ เรื่องยังไม่เกิดขึ้นต้องรอให้ครบวาระ 8 ปี เดือน ส.ค.ปี 65 ถ้ายังไม่ออกจากตำแหน่งนายกฯ พรรคยื่นตีความแน่ ปัญหาเกิดขึ้นแล้วมีเหตุให้ยื่นตีความได้แล้ว พยายามกระตุ้นให้นายกฯ มีสปิริต มีจิตสำนึกรับผิดชอบตามเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญประชาธิปไตย มาตรฐานประเทศต่างๆ ล้วนให้นายกฯ อยู่ไม่เกิน 8 ปี ตามหลักประชาธิปไตยโลกควรหยุดได้แล้ว เป็นสิ่งที่ควรคิดเองได้และสังคมควรตั้งคำถาม ที่บางฝ่ายบอกควรตีความสถานะนายกฯ ให้เริ่มนับหนึ่งตั้งแต่วันที่รัฐธรรมนูญปี 2560 บังคับใช้ ไม่นับย้อนหลังไปวันที่เป็นนายกฯ สมัย คสช.ก็แล้วแต่การตีความ แต่สิ่งสำคัญเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญไม่ต้องการให้นายกฯอยู่เกิน 8 ปี ขณะนี้ใกล้ครบ 8 ปีแล้ว ขึ้นอยู่กับจะตีความตามลายลักษณ์อักษรหรือตีความตามเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญแขวะเอะอะสวดมนต์ทุกปัญหานายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า น้ำท่วมมีแนวโน้มจะรุนแรงมากขึ้นจากภาวะโลกร้อน แต่ไม่เห็นความพยายามแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม 7 ปีรัฐบาลแก้ปัญหาลูบหน้าปะจมูก ไม่ช่วยแก้ปัญหาระยะยาว น่าเสียดายโครงการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ 350,000 ล้านบาทของพรรคเพื่อไทยไม่ได้ทำต่อ ถ้าได้รับความไว้วางใจอีกครั้ง ต้องถูกนำมาใช้แก้ปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้งซ้ำซาก ไม่ต้องไปฝากความหวังไว้กับการสวดมนต์ไล่พายุอย่างเดียว รัฐบาลนี้ทำให้การลงพื้นที่ช่วยชาวบ้านเป็นการประลองกำลัง ตบเท้าเช็กชื่อวัดบารมีหัวหน้ากลุ่มก๊วนของพรรครัฐบาล แก้ปัญหาทางการเมือง ละทิ้งปัญหาประเทศชาติและประชาชน จะแก้โควิดหรือน้ำท่วม รัฐบาลท่องคาถาให้สวดมนต์ทุกปัญหา ถ้าความรู้ความสามารถมีเท่านี้ ไม่แปลกคะแนนความนิยมจะตกต่ำลง ไล่ “ลุงตู่” ถอนตัวหยุดฉุดรั้งประเทศนายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ผลสำรวจความคิดเห็นของ นิด้าโพล ความนิยมพล.อ.ประยุทธ์ตกต่ำที่สุดเหลือเพียง 17.54% เท่ากับว่าคนไทยที่ไม่ได้สนับสนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯมากกว่า 82% แตกต่างจากนิด้าโพลที่เคยทำก่อนเลือกตั้งช่วงเดือน ก.ย.61 ตอนนั้นความนิยมของ พล.อ.ประยุทธ์อยู่ที่ 29.66% สะท้อนประสิทธิภาพในการบริหารงานของนายกฯ 2 ปีที่ผ่านมาคนรุ่นใหม่มองไม่เห็นอนาคต จนต้องออกมาเรียกร้องขับไล่รายวัน อยากให้ดูนายกฯโยชิฮิเดะ ซูกะ ของญี่ปุ่นเป็นตัวอย่าง ตัดสินใจก้าวลงจากตำแหน่งหลังบริหารมา 1 ปี เพราะคะแนน นิยมตกต่ำลงมาน้อยกว่า 30% เพื่อเปิดโอกาสให้ประเทศได้คัดสรรหาผู้นำคนใหม่ที่เหมาะสมมากกว่า เวลานี้เป็นจุดต่ำสุดของประเทศที่มีผู้นำชื่อ พล.อ.ประยุทธ์นอกจากบริหารประเทศย่ำแย่ทำอะไรไม่ได้แล้วยังให้ประชาชนช่วยกันสวดมนต์ ถึงจะหันหน้าพึ่งทางธรรม ภาวนาสักแค่ไหน ความนิยมคงไม่ปรับเพิ่มขึ้น ขอให้พิจารณาถอนตัวออกจากบทบาทนี้ยังไม่สาย อย่าอยู่ฉุดรั้งความเจริญของประเทศอีกเลยกก.เหน็บตั้งหมอผีพ่อมดแทนผู้นำนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวว่า นายกฯลงพื้นที่ จ.สุโขทัย ขอให้ประชาชนช่วยกันสวดมนต์อย่าให้พายุเข้ามาอีก เหมือนบอกประชาชนทางอ้อมว่าให้ยอมจำนนต่อโชคชะตา หลายคำถามนายกฯ ไม่ควรถาม บ้านน้ำท่วมมิดหลังคาไปถามเขาว่าสบายดีไหม นายกฯจะโดนประชาชนสวดเพราะขาดวุฒิภาวะ รัฐบาลลงทุนงบฯเรื่องน้ำปีละเป็นแสนล้านบาทถ้าไม่นับงบกลาง ต้องแก้อย่างเป็นระบบ แต่ละปีกรมอุตุนิยมวิทยาทำนายฝนค่อนข้างแม่นยำ วางแผนล่วงหน้าได้ สร้างพื้นที่รับน้ำย่อยๆ บางพื้นที่เบิกงบฯทั้งน้ำท่วมและน้ำแล้งในปีเดียวกัน น่าสงสัยอย่างมาก รัฐบาลทำอะไรได้มากกว่าการสวดมนต์แน่นอน เจอโควิดก็สวดมนต์ เจอน้ำท่วมก็สวดมนต์ ประเทศนี้ไม่ต้องมีนายกฯแล้ว แต่งตั้งปุโรหิตหรือพ่อมดหมอผีแทนดีหรือไม่ ที่บอกว่าทำไมฝ่ายค้านไม่ลงมาจัดการสถานการณ์น้ำท่วม แสดงว่ารัฐบาลไม่รู้หน้าที่ตัวเอง ฝ่ายค้านไม่ใช่ไม่ทำอะไร พรรคก้าวไกลพยายามเป็นสะพานเชื่อมระหว่างความช่วยเหลือภาคเอกชนไปสู่ประชาชน ตามจี้ตามเสนอแนะ รัฐบาลจะได้แก้ปัญหาถูกทาง แต่การช่วยเหลือภาครัฐอยู่ในอำนาจฝ่ายบริหาร พูดเช่นนั้นลาออกเลย ฝ่ายค้านพร้อมเข้าทำงานแทน “ทะลุฟ้า” ยิงจรวดขวด-ปาสีไล่ “ลุงตู่”ช่วงเย็นที่บริเวณแยกนางเลิ้ง กลุ่มทะลุฟ้านำโดย นายนวพล ต้นงาม และนายทรงพล สนธิรักษ์ นัดแนวร่วมชุมนุมภายใต้ข้อเรียกร้อง 4 ข้อคือ 1.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องลาออกโดยไม่มีเงื่อนไข 2.เขียน รธน.ใหม่โดยประชาชน 3.ปฏิรูปสถาบันให้อยู่ภายใต้ รธน. และ 4.ปฏิรูปตุลาการ เมื่อคืนสิทธิ์ในการประกันตัวผู้ที่ยังไม่ได้ถูกตัดสินคดี ก่อนการชุมนุมเจ้าหน้าที่นำลวดหนามหีบเพลงและแผงเหล็กมาวางขวางถนนพิษณุโลกไว้ 2 ชั้น เพื่อสกัดผู้ชุมนุม รวมทั้งเส้นทางเข้าทำเนียบรัฐบาลปิดการจราจรทั้งหมด ต่อมาเวลา 16.35 น.กลุ่มทะลุฟ้าเริ่มทยอยนำป้ายผ้าที่มีข้อความเรียกร้องต่างๆไปติดบริเวณแนวรั้วลวดหนาม มวลชนจำนวนหนึ่งเริ่มทยอยเข้าประชิดตะโกนด่าทอเจ้าหน้าที่ จากนั้นนำรถโมบายพร้อมเครื่องขยายเสียง รวมทั้งขนจรวดแรงดันน้ำที่เตรียมมา 6 แท่นมาประชิดแนวลวดหนามเริ่มระดมยิงข้ามแนวไปทางฝั่งเจ้าหน้าที่ พร้อมขว้างปาถุงพลาสติกบรรจุสีแดงใส่คฝ.ดัก 2 ทางม็อบหนีแตกกระเจิงต่อมา 17.00 น.ตำรวจควบคุมฝูงชน (คฝ.) เริ่มใช้เครื่องขยายเสียงประกาศเตือนผู้ชุมนุมให้ยุติ เนื่องจากเป็นการกระทำผิดกฎหมาย และนำรถฉีดน้ำแรงดันสูงฉีดน้ำเปล่าขู่ กลุ่มผู้ชุมนุมทะลุฟ้าเริ่มยิงพลุสีและปาประทัดข้ามแนวลวดหนาม เจ้าหน้าที่ เริ่มโต้ตอบด้วยน้ำผสมแก๊สน้ำตา หลังจากนั้นตำรวจ คฝ.แบ่งกำลังเป็น 2 ทางคือรถ จยย.มุ่งหน้าจากแยกอุรุพงษ์ ส่วนรถกระบะและรถตู้มาจากแยกยมราชเพื่อสลายการชุมนุม กลุ่มผู้ชุมนุมถึงกับแตกกระเจิงหลบหนี ผู้ชุมนุมบางส่วนถูกจับกุมขึ้นรถควบคุมผู้ต้องหา และถอยกลับไปยังแยกนางเลิ้ง กระทั่งเวลา 18.15 น.ตำรวจควบคุมพื้นที่แยกนางเลิ้งไว้ได้ คงเหลือผู้ชุมนุมสูงอายุไม่กี่คนที่ยังตะโกนด่าทอเจ้าหน้าที่ใช้ความรุนแรง