การเสวนา “ศบค.ศธ.พบสภาผู้ปกครอง และครูแห่งประเทศไทย” เพื่อซักซ้อมทำความเข้าใจการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ให้กับนักเรียน ดร.อัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า การเปิดเรียนแบบ Onsite ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 จำเป็นต้องเร่งฉีดวัคซีนในนักเรียนและครูให้มีภูมิป้องกันมากที่สุด กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) จึงหารือกับกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) โดยกรมควบคุมโรค และกรมอนามัย เพื่อวางแผนการฉีดวัคซีนให้กับนักเรียนและครู รวมถึงจัดทำมาตรการป้องกันต่างๆ ในส่วนกลุ่มนักเรียนกำหนดฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้ 4.5 ล้านคนอายุตั้งแต่ 12-17 ปี ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) แบ่งการทำงานเป็น 3 ระยะ ได้แก่ 1.การเตรียมการ สร้างความเข้าใจ จากนั้นให้ผู้ปกครองยื่นความประสงค์ให้ลูกเข้าฉีด ก่อนจะยื่นข้อมูลและตัวเลขให้สาธารณสุขจังหวัดเพื่อขอรับการจัดสรรวัคซีนจากส่วนกลาง 2.กำหนดจัดฉีดที่โรงเรียน และ 3.ดูแลอาการไม่พึงประสงค์หลังฉีด หากเป็นไปตามแผนจะสามารถเปิดเรียนภาคเรียนที่ 2 แบบ Onsite ได้ทันในเดือน พ.ย.นี้แน่นอน การเปิดภาคเรียนที่ 2 แบบ Onsite สพฐ.ไม่ได้บังคับว่าผู้ปกครองจะให้ลูกมาเรียนที่โรงเรียนทุกคน หากยังกังวลเรื่องความปลอดภัย จะเรียน Online ที่บ้านก็ได้ด้าน นพ.สราวุฒิ บุญสุข รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ศธ.และ สธ.ได้กำหนดมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในโรงเรียน ที่เรียกว่า Sandbox Safety Zone in School นำร่องโรงเรียนประจำได้ผลดี เป็นตัวอย่างนำร่องในโรงเรียนไปกลับ โดยโรงเรียนต้องเน้นกิจกรรมลดความเสี่ยงให้มากที่สุด จะมีการประเมินระหว่างคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดกับสถานศึกษาอีกครั้ง เพื่อให้การจัดการศึกษาปลอดภัยที่สุด สำหรับวัคซีนที่จะให้กับเด็กอายุ 12 ปีขึ้นไป ทั่วโลกอนุมัติให้ใช้ชนิด mRNA และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ของไทยอนุมัติให้ฉีดได้ วัคซีนไฟเซอร์ซึ่งจะเข้ามาในไทยและเริ่มฉีดต้นเดือน ต.ค.ยืนยันมีเพียงพอฉีดเด็ก เริ่มฉีดเด็กอายุ 12 ปีขึ้นไปในกลุ่มที่มีโรคประจำตัว เพราะกลุ่มนี้หากติดเชื้อจะมีความรุนแรง ส่วนความปลอดภัยคณะผู้เชี่ยวชาญของ สธ. อย. และราชวิทยาลัยกุมารแพทย์ เห็นตรงกันว่าจำเป็นต้องฉีดให้เด็กอายุ 12 ปีขึ้นไป.