ก็เป็นเรื่องน่ายินดีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หลุดจาก “หลุมดำวัคซีน” ได้แล้ว มองเห็นความจริงในโลกกว้าง ส่งเสียงผ่าน PM Podcast บ่ายวันศุกร์ ประกาศปูพรมฉีดวัคซีนเข็มแรกให้คนไทยทั่วประเทศ เปิดกว้างนำเข้าวัคซีน มอบอำนาจให้ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ นำเข้าวัคซีนอีกแห่ง จับมือกับ ปตท. ช่วยกระจายวัคซีน จากเดิมที่ผูกขาดซื้อวัคซีนแค่ 2 ยี่ห้อ ซิโนแวค กับ แอสตราเซเนกา อ้างว่าวัคซีนหาซื้อยากตลาดเป็นของผู้ขาย ทำให้ไทยได้วัคซีนช้าและไม่เพียงพอ แต่พอนายกฯไฟเขียวให้นำเข้าเสรี วัคซีนหายาก ไฟเซอร์ โมเดอร์นา หรือ สปุตนิกวี ซิโนฟาร์ม เสนอขายเต็มไปหมดผมเขียนเรียกร้องมานานแล้ว ให้นายกฯ ทลายคอขวด เปิดกว้างนำเข้าวัคซีนทุกยี่ห้อจัดซื้อวัคซีนให้มากกว่า 200 ล้านโดส ฉีดให้คนไทยทุกคน รวมทั้งแรงงานต่างชาติ ป้องกันดีกว่าแก้ไข ประชาชนจะได้กลับไปทำมาหากินเสียที เศรษฐกิจประเทศจะได้ฟื้นไข้การประกาศปูพรมฉีดวัคซีนคนไทยทุกคน ของ นายกฯตู่ ครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังมีคำสั่งแต่งตั้ง พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เป็น ประธานคณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อบูรณาการด้านการแพทย์และสาธารณสุข โดยให้ รัฐมนตรีสาธารณสุข และ รัฐมนตรีช่วย เป็นแค่ “ที่ปรึกษา” นายกฯกล่าวว่า “วันนี้เราได้รับคำยืนยันแล้วจากทั่วโลกว่า ฉีดดีกว่าไม่ฉีด ฉีดเข็มเดียวก็ยังดีกว่าไม่ฉีด ดังนั้นเราต้องมีวัคซีนให้เพียงพอสำหรับคนไทยทุกคน ประเทศเรามีผู้ใหญ่อยู่ประมาณ 60 ล้านคน เท่ากับเราต้องมีวัคซีนอย่างน้อย 120 ล้านโดส และต้องคำนึงถึงแรงงานอื่นๆที่อยู่ในภาคธุรกิจด้วย”เมื่อ นายกฯตาสว่าง หลุดจากวงจรหลุมดำวัคซีนแล้ว เอกชนก็ดีใจ แต่ที่สำคัญ ต้องมีระบบการบริหารจัดการการกระจายวัคซีนให้ทั่วถึงทั่วประเทศด้วย จึงจะได้ผลนายกฯกล่าวอย่างเปิดหูเปิดตาว่า เราต้องมีวัคซีนเผื่อไว้ให้เพียงพอสำหรับความเสี่ยงและความไม่แน่นอนอื่นๆ อาจจะต้องซื้อถึง 150 หรือ 200 ล้านโดส ในระยะต่อไป (ผมเสนอให้ซื้อถึง 210 ล้านโดส ในฉบับวันเสาร์ที่ผ่านมา) เพราะต้องคำนึงถึง อายุการใช้งานของวัคซีน และ คำนึงถึงสถานการณ์ในปีหน้าด้วย เช่น หลังจากฉีดวัคซีนครบโดสแล้วประสิทธิภาพของวัคซีนจะอยู่ได้นานเท่าไหร่ และมีความจำเป็นต้องฉีดเข็มที่ 3 หรือไม่ (ไฟเซอร์ และ โมเดอร์นา ต่างยืนยันแล้ว เมื่อฉีดครบ 2 โดส แล้วต้องฉีดบูสเตอร์เข็มที่ 3 เพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกันเป็น 12 เดือน)นอกจากนี้ยังต้องเตรียมพร้อมรับความเสี่ยงอื่นๆ เช่น การส่งมอบวัคซีนที่อาจมีความไม่แน่นอน ทั้งเรื่อง การส่งมอบไม่ครบจำนวน และการส่งมอบที่ล่าช้ากว่าที่ตกลงไว้ โดย ให้เจรจากับผู้ผลิตถึง 7 ราย และ กำลังเจรจาเพิ่มอีก รวมถึงวัคซีนใหม่ๆจากผู้ผลิตรายใหม่นายกฯกล่าวว่า การตัดสินใจภาพใหญ่อีกเรื่องของตน ก็คือการปรับแนวทางการฉีดวัคซีน โดยเร่งเครื่องฉีดวัคซีนเข็มแรกให้ประชาชนมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทางการแพทย์มีความเห็นในทางเดียวกันว่า การฉีดวัคซีนแม้เพียงเข็มแรก ก็สามารถช่วยลดโอกาสการรับเชื้อ ลดความรุนแรงของอาการ ลดโอกาสเสียชีวิตได้อย่างมาก ดังนั้น จึงให้ปูพรมฉีดวัคซีนเข็มแรกให้ได้มากที่สุด คาดว่า ภายในเดือนกรกฎาคม จะมีประชากรผู้ใหญ่ครึ่งหนึ่งของประเทศที่ได้รับการฉีดวัคซีนแล้วฟังแล้วก็โล่งอก นายกฯตาสว่างแล้วจริงๆ และ ขอให้ทำได้อย่างที่พูดนอกจาก ปูพรมฉีดวัคซีน แล้ว นายกฯยังมอบอำนาจให้ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เป็น ตัวแทนรัฐบาลจัดหาและนำเข้าวัคซีนอีกหน่วยงานหนึ่ง จากเดิมที่มี องค์การเภสัชฯ แห่งเดียว ศ.นพ.นิธิ มหานนท์ เลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เพิ่งทำเอ็มโอยูกับ คุณอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ซีอีโอ ปตท. ให้ ปตท.ช่วยกระจายวัคซีนไปฉีดให้ประชาชนทั่วประเทศ ถ้าสามารถฉีดวัคซีนให้ผู้ใหญ่ 30 กว่าล้านคน ในเดือนกรกฎาคมนี้ได้จริง ผมเชื่อว่าเราเอาโควิด-19 อยู่ในปีนี้แน่นอน หลังจากที่ถูกถ่วงมานาน ประชาชนจะได้กลับไปทำมาหากินเสียที.“ลม เปลี่ยนทิศ”