แม้หนทางจะตีบตันแต่ใช่ว่าจะไร้ทางออก หากทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่านี่คือ “วิกฤติ” ประเทศที่จะต้องหาทางออก เปิดไพ่ แนวทางสมานฉันท์จับคู่ขัดแย้งมาพูดคุยกันโดยตรงข่าว “เขย่าขวด” สุดสัปดาห์นี้วังวนการเมืองยังอยู่ในอีหรอบเดิมแต่ดูจะหนักขึ้นแรงขึ้นใกล้เผชิญหน้ากันทุกขณะที่เห็นและเป็นอยู่คือมวลชนที่สนับสนุนแต่ละฝ่ายชัดเจนขึ้นนั่นแหละคือจุดสำคัญที่จะต้องคิดคำนึงกันให้ดีกำลังดำเนินการกันอยู่ในขณะนี้ก็คือการตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ เพื่อหาทางออกด้วยการเจรจาภารกิจนี้ “ชวน หลีกภัย” ประธานสภาผู้แทนฯ ซึ่งถือว่าเป็นตัวหลักที่พยายามเปิดหน้าต่าง เพื่อเป็นช่องทางแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธีด้วยการมอบหมายให้สถาบันพระปกเกล้ารับผิดชอบในการออกแบบวิธีการเพื่อให้บรรลุเป้าหมายเท่าที่รู้มาจะเปลี่ยนรูปแบบจากเดิมที่ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาแล้วไปศึกษาคลำปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นถอดออกมาเป็นแนวทางสำเร็จรูปเป็นปึกๆ แล้วโยนให้รัฐบาลไปดำเนินการ ปรากฏว่าไม่เคยถูกนำไปใช้แม้แต่ครั้งเดียวแต่ครั้งนี้จะไม่ทำอย่างนั้น เพราะไม่มีประโยชน์และนำไปปฏิบัติไม่ได้รูปแบบก็คือให้คู่ขัดแย้งเปิดโต๊ะเจรจากันโดยตรง โดยมีคณะกรรมการสมานฉันท์ร่วมรับฟังทั้ง 2 ฝ่ายด้วยแม้เบื้องต้นที่ยังไม่เป็นรูปร่างนั้นที่คิดว่าควรจะให้ตัวแทนจากทุกฝ่ายเข้ามาร่วมเป็นกรรมการด้วย ฝ่ายค้านอย่างเพื่อไทยและก้าวไกลต่างปฏิเสธเหตุผลก็คือซื้อเวลาและต้องเป็นไปตามเงื่อนไข ชัดๆก็คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้อง “ลาออก” ก่อนเป็นเบื้องต้น ถ้าเริ่มกันอย่างนี้ก็ไปไม่รอดและยากที่จะสำเร็จว่าไปแล้วที่ผ่านมานั้นรัฐบาลจะถูกโจมตีมาตลอดว่าไม่เข้าใจเด็ก ไม่รับฟังปัญหาและข้อเรียกร้องต่างๆจึงเกิดช่องว่างและตั้งแง่กันหากสามารถจัดให้มีการเจรจากันโดยตรงและตั้งกรรมการที่น่าเชื่อถือโดยไม่จำเป็นที่จะต้องให้นักการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องก็ได้เพราะถ้ายังติดปัญหาและผูกพันกับผลประโยชน์ทางการเมืองก็จะไปได้ยากปัญหาก็คือทั้ง 2 ฝ่าย จะยอมรับในวิธีการนี้หรือไม่ ว่าไปแล้วน่าจะมีความเป็นไปได้ เพราะหากปล่อยให้เป็นไปอย่างนี้มีแต่จะแหลกกันไปข้างเท่านั้น!เหตุผลก็เพราะกลุ่มผู้เรียกร้องก็ต้องการให้รัฐบาลนำข้อเรียกร้องไปปฏิบัติและกดดันด้วยการนัดชุมนุมมาอย่างต่อเนื่องรัฐบาลก็บอกว่าฟังอยู่แต่ได้ยินแค่ไหนไม่รู้ได้หากจับมาพูดคุยกันโดยตรงก็จะเชื่อมต่อกันได้“คนนอก” ก็จะอยู่ในฐานะผู้สังเกตการณ์ติดตามผลการเจรจาจนกว่าจะได้ข้อสรุปแล้วค่อยมาว่ากันเพราะนี่เป็นทางออกของประเทศไม่ใช่เพื่อคนใดคนหนึ่งที่จะได้ประโยชน์หากยังตั้งแง่ตั้งเงื่อนไขมันก็ไม่จบที่สำคัญก็คือปัญหามันกินลึกไปถึงสถาบันอันหมายถึงโครงสร้างประเทศมองข้ามไม่ได้ก็คือข้อเรียกร้องอันเป็นเป้าหมายนั้นมีการแสดงออกอย่างชัดเจนก็ยิ่งทำให้อีกฝ่ายหนึ่งไม่พอใจเปิดแนวต่อต้านอย่างเป็นรูปขบวน“ประเทศไทย” มาถึงจุดนี้แล้ว!!!“ลิขิต จงสกุล”